๒๗
หาทรั
พยากรเพื่
อมาดํ
าเนิ
นการให
บรรลุ
ตามหน
าที่
ที่
กํ
าหนดไว
โดยจะต
องไม
ขั
ดกั
บมู
ลเหตุ
จู
งใจ ความ
ประสงค
และความสามารถของเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
ก อย
างรุ
นแรงเพื่
อให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กได
ทํ
า
หน
าที่
อย
างสม่ํ
าเสมอเพื่
อผลของการบรรลุ
วั
ตถุ
ประสงค
ของสภาวั
ฒนธรรม
๒. ป
ญหาการปรั
บตั
วตามสถานการณ
(adaptation) สภาวั
ฒนธรรมและเครื
อข
าย
ภาคี
สมาชิ
กต
องปรั
บตั
วให
เข
าหาซึ่
งกั
นและกั
น ทั้
งยั
งต
องปรั
บตั
วให
สอดคล
องกั
บบริ
บทต
างๆ ด
วย เพื่
อ
ช
วยให
การดํ
าเนิ
นงานต
างๆ บรรลุ
วั
ตถุ
ประสงค
๓. ป
ญหาการผสานส
วนต
างๆ ให
กลมกลื
น (integration) เป
นความสามารถของ
สภาวั
ฒนธรรมในอั
นที่
จะสร
างความเข
าใจกั
นได
ระหว
างเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กที่
แตกต
างกั
น ให
สามารถผนวกผสานการดํ
าเนิ
นงานเสริ
มกั
นได
อย
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ อั
นจะทํ
าให
การดํ
าเนิ
นงาน
วั
ฒนธรรมของท
องถิ่
นบรรลุ
เป
าหมายเต็
มที่
๔. ป
ญหาการสะสมและสร
างสรรค
พลั
งงาน (latency) ป
ญหาในส
วนนี้
มี
๒ ประการ
คื
อ การสะสมสร
างสรรค
(pattern maintenance) ซึ่
งหมายถึ
งการจั
ดให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กมี
คุ
ณลั
กษณะที่
เหมาะสม (appropriate) เป
นต
นว
า แรงจู
งใจ (motives) ความต
องการ (needs)
ความสามารถในการกระทํ
าหน
าที่
บทบาท (role-playing skills) และการแก
ไขความตึ
งเครี
ยด
(tension management) ซึ่
งหมายถึ
งการแก
ไขความตึ
งเครี
ยดและความขั
ดแย
งระหว
างสมาชิ
กและ
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
ก อั
นจะเป
นสาเหตุ
ให
สภาวั
ฒนธรรมไม
สามารถดํ
ารงอยู
และปฏิ
บั
ติ
หน
าที่
ได
ใน
การนี้
รวมถึ
งการเสริ
มสร
าง การฟ
นฟู
การบํ
ารุ
งรั
กษาพลั
งต
าง ๆ และการขจั
ดความขั
ดแย
งอั
นเกิ
ดจาก
การทํ
าหน
าที่
ของเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กเพื่
อให
สภาวั
ฒนธรรมดํ
ารงอยู
และดํ
าเนิ
นการให
บรรลุ
วั
ตถุ
ประสงค
และหน
าที่
ที่
กํ
าหนดไว
ได
โดยศึ
กษาสภาพการณ
และบทเรี
ยนการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมของสภ าวั
ฒนธรรมว
า
สามารถใช
กระบวนการต
างๆ ที่
ทํ
าให
เกิ
ดระบบสั
งคมตามที่
พาร
สั
นส
ได
เสนอไว
ดั
งนี้
คื
อ
๑. ระบบการติ
ดต
อ (communication) ซึ่
งเป
นระบบทํ
าให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
ก
ของสภาวั
ฒนธรรมใช
ในการสื่
อความหมายและเข
าใจร
วมกั
น
๒. ระบบการรั
กษาขอบเขตของสั
งคม (system integration) หมายถึ
ง
ความสามารถในการคงสถานะและสมดุ
ลของสภาวั
ฒนธรรม ซึ่
งขึ้
นอยู
กั
บการยอมรั
บในธรรมนู
ญและ
ข
อตกลงต
างๆ ของเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กของสภาวั
ฒนธรรม
๓. การบู
รณาการระหว
างระบบ (system integration) เป
นการบู
รณาการระหว
าง
ระบบวั
ฒนธรรมและบุ
คลิ
กภาพของเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กเข
ากั
บวั
ฒนธรรมและบุ
คลิ
กภาพของสภา
วั
ฒนธรรม
๔. การควบคุ
มทางสั
งคม (social control) ซึ่
งเป
นเครื่
องมื
อในการรั
กษาดุ
ลยภาพ
ของสภาวั
ฒนธรรม โดยการกระตุ
นและควบคุ
มให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กยอมรั
บและปฏิ
บั
ติ
ตาม
ธรรมนู
ญและข
อตกลงต
าง ๆ และดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมร
วมกั
น
๕. การขั
ดเกลาทางสั
งคม (socialization) เป
นการดํ
าเนิ
นการที่
จะอบรม ขั
ดเกลา
ให
การศึ
กษา สร
างกระบวนการเรี
ยนรู
ให
แก
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กให
เกิ
ดการเรี
ยนรู
และเข
ามามี
ส
วน
ร
วมอย
างสํ
าคั
ญในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมร
วมกั
น