๒๘
๖. กระบวนการสร
างสถาบั
น (institutionalization) เป
นกระบวนการต
างๆ ที่
ทํ
าให
เกิ
ดรู
ปโครงสร
าง (structuralization) หรื
อทํ
าให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กเกิ
ดทั
ศนคติ
ในการที่
จะต
อง
รวมตั
วกั
นเป
นสภาวั
ฒนธรรม เพื่
อร
วมกั
นดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมของชุ
มชน/ท
องถิ่
น
๗. รู
ปแบบกระบวนการพั
ฒนาสภาวั
ฒนธรรม
กาสั
ก เต
ะขั
นหมาก (๒๕๔๕) ได
เสนอรู
ปแบบกระบวนการพั
ฒนาสภาวั
ฒนธรรมเพื่
อการ
ดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมของจั
งหวั
ดและของท
องถิ่
นไว
ดั
งนี้
๗.๑ กระบวนการที่
ทํ
าให
สภาวั
ฒนธรรมเกิ
ดขึ้
น ขยายและพั
ฒนา และดํ
ารงอยู
ควรเป
น
ดั
งนี้
๑) การสร
างจิ
ตสํ
านึ
กและความมั่
นใจในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม ควรได
สร
างความรู
ความเข
าใจจนเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กและประชาชนเห็
นคุ
ณค
าและความสํ
าคั
ญของงานวั
ฒนธรรมจนเกิ
ด
จิ
ตสํ
านึ
กทางวั
ฒนธรรม มั่
นใจและสํ
านึ
กถึ
งพลั
งของตนเองว
าจะสามารถร
วมกั
นดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม
เพื่
อป
องกั
น แก
ป
ญหาและพั
ฒนาวั
ฒนธรรมของท
องถิ่
นและจั
งหวั
ดได
จนเกิ
ดความสํ
านึ
กที่
จะต
องเป
น
ผู
รั
บผิ
ดชอบการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมด
วยตนเองบนเงื่
อนไขของจิ
ตสํ
านึ
กของความเป
นคนในท
องถิ่
นที่
ต
องมาคิ
ดและลงมื
อทํ
างานวั
ฒนธรรมด
วยการพึ่
งตนเองและพึ่
งกั
นเอง
๒) การรวมตั
วกั
นดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม ควรปลุ
กจิ
ตสํ
านึ
กให
เครื
อข
ายเบญจภาคี
สมาชิ
ก และผู
รู
ผู
สนใจในเรื่
องวั
ฒนธรรมต
างๆ ได
เกิ
ดความสํ
านึ
กในความสํ
าคั
ญและพลั
งของการร
วมมื
อ
กั
นดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมเพื่
อแก
ป
ญหาและพั
ฒนาวั
ฒนธรรมของท
องถิ่
นและจั
งหวั
ดด
วยการพึ่
งกั
นเอง
เป
นสํ
าคั
ญ โดยส
งเสริ
ม และสนั
บสนุ
นให
เกิ
ดการ รวมตั
วกั
นดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมวั
ฒนธรรมตามความถนั
ด
ความสามารถ และสนใจร
วมกั
นอย
างอิ
สระและหลากหลายในระดั
บต
างๆ
๓) การเชื่
อมโยงกั
นเป
นเครื
อข
าย สภาวั
ฒนธรรมควรเป
นแหล
งกลางให
เครื
อข
าย
ภาคี
สมาชิ
กได
เชื่
อมโยงกั
นเป
นเครื
อข
าย เพื่
อร
วมกั
นเรี
ยนรู
และร
วมกั
นดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมเสริ
มซึ่
ง
กั
นและกั
นอย
างอิ
สระและหลากหลาย ทั้
งในแนวตั้
งและแนวนอน ให
“ถั
กทอ” และ “เชื่
อมโยง” กั
น
อย
างแข็
งแรง โดยการจั
ดเวที
เป
ดโอกาส และจั
ดช
องทางในการติ
ดต
อสื่
อสารที่
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
ก
สามารถติ
ดต
อสื
่
อสารให
เข
าใจร
วมกั
นได
๗.๒ กระบวนการที่
ทํ
าให
สภาวั
ฒนธรรมดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมได
ควรเป
นดั
งนี้
๗.๒.๑ กระบวนการทางวั
ฒนธรรรม
๑) กระบวนการถ
ายทอดวั
ฒนธรรม ควรให
ความสํ
าคั
ญกั
บภู
มิ
ธรรมภู
มิ
ป
ญญาของ
ท
องถิ่
นที่
บรรพบุ
รุ
ษโดยสร
างสรรค
เลื
อกสรร กลั่
นกรอง พั
ฒนาและสั่
งสมไว
เพื่
อประโยชน
ในการดํ
าเนิ
น
วิ
ถี
ชี
วิ
ตในรู
ปแบบต
างๆ โดยจั
ดให
มี
การศึ
กษา ค
นคว
า รวบรวมภู
มิ
ธรรมภู
มิ
ป
ญญาเหล
านี้
แล
วนํ
า ออก
เผยแพร
และถ
ายทอด เพื่
อสร
างความเข
าใจในคุ
ณค
า สาระและความสํ
าคั
ญของภู
มิ
ธรรมภู
มิ
ป
ญญา
ท
องถิ่
นต
าง ๆ นั้
น ซึ่
งได
ก
อให
เกิ
ดความรู
ความเข
าใจ การเห็
นคุ
ณค
า ความสํ
าคั
ญ คุ
ณประโยชน
จน
เกิ
ดการประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
จนเป
นวิ
ถี
ชี
วิ
ต
๒) กระบวนการสั
งสรรค
ทางวั
ฒนธรรม เนื่
องจากสั
งคมไทยเป
นสั
งคมเป
ด จึ
งทํ
า
ให
มี
การสั
งสรรค
ระหว
างวั
ฒนธรรมต
างๆ รวมทั้
งวั
ฒนธรรมสากลในกระแสโลกาภิ
วั
ตน
ตลอดเวลา สภา
วั
ฒนธรรมจั
งหวั
ดควรใช
กระบวนการสั
งสรรค
ทางวั
ฒนธรรมมาใช
ประโยชน
ในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม
โดยจั
ดให
มี
การศึ
กษาวั
ฒนธรรมต
างๆ แล
วนํ
ามาเผยแพร
แลกเปลี่
ยนวั
ฒนธรรมกั
นเพื่
อให
เกิ
ดความรู