๓๐
ควรทํ
าให
เกิ
ดทั
ศนคติ
ที่
จะต
องรวมตั
วกั
นขึ้
นเป
นสภาวั
ฒนธรรมเพื่
อดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม และเข
ามามี
ส
วนร
วมอย
างสํ
าคั
ญในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม
๓) การจั
ดลํ
าดั
บความสํ
าคั
ญของวั
ตถุ
ประสงค
และหน
าที่
ต
างๆ ที่
ไม
ขั
ดกั
บมู
ลเหตุ
จู
งใจ ความประสงค
และความสามารถของ เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
ก เนื่
องจาก เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กได
ปฏิ
บั
ติ
งานด
านวั
ฒนธรรมในลั
กษณะต
างๆ ตามบทบาทหน
าที่
ความรั
บผิ
ดชอบ และตามความถนั
ด ความ
สนใจซึ่
งสภาวั
ฒนธรรมควรเข
าใจในข
อความจริ
งนี
้
แล
วจั
ดลํ
าดั
บของการ ดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมที่
ไม
ขั
ด
หรื
อแย
งกั
บบทบาทหน
าที่
ความรั
บผิ
ดชอบ ความถนั
ด และความสนใจของ เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
ก และ
ควรมอบหมายภารกิ
จหน
าที่
ให
รั
บผิ
ดชอบดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม ตามความถนั
ด ความสนใจ รวมทั้
งควร
สรรหาทรั
พยากรและจั
ดสรรทรั
พยากรให
เครื
อข
ายภาคสมาชิ
กได
ทํ
าหน
าที่
อย
างสม่ํ
าเสมอด
วย
๔) การปรั
บตั
วเข
าหาซึ่
งกั
นและกั
น สภาวั
ฒนธรรมและเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กควร
ปรั
บตั
วให
เข
าหาซึ่
งกั
นและกั
น เพื่
อจะทํ
าให
สามารถประสานความเข
าใจที่
เครื
อข
าย ภาคี
สมาชิ
ก
สามารถยอมรั
บได
และควรสร
างความเข
าใจระหว
างเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กที่
แตกต
างกั
นให
สามารถผนึ
ก
และผสานพลั
งกั
นจนสามารถดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมเสริ
มกั
นได
อย
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ สามารถแก
ไขความ
ตึ
งเครี
ยดและความขั
ดแย
งต
างๆ ได
๕) การจั
ดรู
ปแบบความสั
มพั
นธ
ในแนวนอนมากกว
าแนวตั้
ง โดยควรจั
ดรู
ปแบบ
ความสั
มพั
นธ
ในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กได
ร
วมกั
นเรี
ยนรู
คิ
ด ตั
ดสิ
นใจ ลงมื
อ
ปฏิ
บั
ติ
และประเมิ
นผลการทํ
างานร
วมกั
น
๗.๓ ป
จจั
ยที่
เกี่
ยวข
องกั
บการเกิ
ดขึ้
น การขยายและพั
ฒนา และการดํ
ารงอยู
ของสภา
วั
ฒนธรรม
๗.๓.๑ ป
จจั
ยภายใน
๑) ประธานสภาวั
ฒนธรรม ควรเป
นผู
ที่
ทํ
างานด
วยความเสี
ยสละ เป
นที่
ยอมรั
บใน
คุ
ณงามความดี
เป
นที่
เคารพยกย
องของประชาชน สามารถประสานและขอความร
วมมื
อจากหน
วยงาน
และองค
กรต
างๆ สามารถระดมความคิ
ด ความรู
และทรั
พยากรมาใช
ในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมได
เป
น
ผู
เสี
ยสละ เป
นผู
ที่
ตั้
งใจจริ
ง มี
ความสนใจและมี
ความรู
ในเรื่
องงานวั
ฒนธรรมอย
างดี
๒) คณะกรรมการบริ
หารสภาวั
ฒนธรรม ควรประกอบด
วย ผู
แทนเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กทั้
ง ๕ ภาคี
ที่
ทํ
างานกั
นอย
างจริ
งจั
ง ด
วยความทุ
มเทยิ่
ง
๓) การประชุ
มปรึ
กษาหารื
อกั
นเป
นเนื
องนิ
จ ควรได
เป
ดเวที
ให
ผู
สนใจ ทั่
วไปมา
พบปะเสวนากั
นในเรื่
องวั
ฒนธรรมที่
ตนสนใจ มี
การประชุ
มกรรมการบริ
หารสภาวั
ฒนธรรมเป
นประจํ
า
และควรมี
การประชุ
มสั
มมนาในเรื่
องเฉพาะตามโอกาสอั
นควร อั
นจะก
อให
เกิ
ดการแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
ประสบการณ
ซึ่
งกั
นและกั
นในขณะเดี
ยวกั
นก็
เกิ
ดความเข
าใจร
วมกั
น จนสามารถประสานความร
วมมื
อ
ในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมร
วมกั
นได
๔) การขยายเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กออกไปอย
างกว
างขวางและเชื่
อมโยงกั
นเป
น
เครื
อข
าย ควรมี
การขยายทั้
งแนวตั้
งและแนวนอนจนสามารถ “ถั
กทอ” กั
นได
อย
างแข็
งแรง ใน
ขณะเดี
ยวกั
นก็
ส
งเสริ
มและสนั
บสนุ
นให
เครื
อข
าย ภาคี
สมาชิ
กต
างๆ ได
ประสานเชื่
อมโยงกั
นเป
น
เครื
อข
ายเพื่
อให
เกิ
ดพลั
งในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมของท
องถิ่
นได
อย
างพร
อมเพรี
ยง และไป ใน
ทิ
ศทางเดี
ยวกั
น