๒๙
ความเข
าใจในคุ
ณค
า สาระ และความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรมของกั
นและกั
น ในขณะเดี
ยวกั
นก็
จั
ดให
มี
การศึ
กษาวั
ฒนธรรมที่
ไหลบ
ามาตามกระแสโลกาภิ
วั
ตน
เพื่
อให
รู
เท
าทั
นการเปลี่
ยนแปลงต
างๆ แล
ว
เลื
อกสรรกลั่
นกรองมาใช
ให
เหมาะสมกั
บพื้
นฐานภู
มิ
ธรรมภู
มิ
ป
ญญาของวั
ฒนธรรมท
องถิ่
นด
วย
๓) กระบวนการปรั
บปรนทางวั
ฒนธรรม ควรสร
างให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กมี
ความสามารถในการปรั
บปรนทางวั
ฒนธรรม โดยการเลื
อกสรร กลั่
นกรองวั
ฒนธรรมต
างๆ ทั้
งที่
เป
นภู
มิ
ธรรม ภู
มิ
ป
ญญาดั้
งเดิ
ม และวั
ฒนธรรมใหม
ๆ ที่
หลั่
งไหลมากั
บกระแสโลกาภิ
วั
ตน
ด
วยเหตุ
และผลอย
าง
รอบคอบรอบด
านให
สามารถประสานเชื่
อมโยงและเอื้
อประโยชน
ซึ่
งกั
นและกั
นให
มากที่
สุ
ด จน
สามารถนํ
ามาใช
ในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมได
อย
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ
๗.๒.๒ กระบวนการเรี
ยนรู
๑) การจั
ดกิ
จกรรมทางวั
ฒนธรรมอย
างต
อเนื่
อง ควรได
ส
งเสริ
มและสนั
บสนุ
นให
มี
การจั
ดกิ
จกรรมทางวั
ฒนธรรมอย
างสม่ํ
าเสมอ ทั้
งที่
เป
นกิ
จกรรมทางวั
ฒนธรรมของ เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กและกิ
จกรรมของสภาวั
ฒนธรรม ทั้
งกิ
จกรรมตามประเพณี
และเทศกาลต
างๆ และกิ
จกรรมที
่
จั
ด
ดํ
าเนิ
นการตามแผนงานและโครงการ เพื่
อให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กได
เกิ
ดการเรี
ยนรู
ในการดํ
าเนิ
นงาน
วั
ฒนธรรม จากการจั
ดกิ
จกรรมทางวั
ฒนธรรมร
วมกั
น
๒) การประชุ
ม สั
มมนา เสวนา และพบปะพู
ดคุ
ย ควรจั
ดให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
ก และประชาชนได
มี
โอกาสมาแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
ร
วมกั
น ทั้
งในรู
ปแบบที่
เป
นทางการ และไม
เป
น
ทางการ คื
อ การเสวนา พบปะพู
ดคุ
ยกั
นตามโอกาสที่
เหมาะสม
๓) การศึ
กษาดู
งาน ควรให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กได
มี
โอกาสแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
ร
วมกั
น โดยการศึ
กษาดู
งานการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมของสภาวั
ฒนธรรมต
างๆ และศึ
กษาดู
งานการ
ดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมภายในท
องถิ่
นและจั
งหวั
ดเดี
ยวกั
น
๔) การใช
สื่
อและสื่
อสารมวลชน ควรจั
ดทํ
าสื่
อของสภาวั
ฒนธรรม และใช
สื่
อสารมวลชนของท
องถิ่
น โดยเฉพาะอย
างยิ่
งวิ
ทยุ
ท
องถิ่
น หนั
งสื
อพิ
มพ
ท
องถิ่
น และสื่
อมวลชนท
องถิ่
น
รวมทั้
งสื่
อขององค
กรปกครองส
วนท
องถิ่
น เป
นสื่
อในการ สร
างความรู
ความเข
าใจในการ ดํ
าเนิ
นงาน
วั
ฒนธรรม รวมทั
้
งการสร
างความรู
ความเข
าใจในคุ
ณค
า สาระ และความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรมต
างๆ
๗.๒.๓ กระบวนการจั
ดการ
ต
องเป
ดโอกาสให
เครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กและประชาชนทั่
วไปสามารถเข
ามามี
ส
วน
ร
วมอย
างสํ
าคั
ญในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมร
วมกั
นอย
างกว
างขวางและทั่
วถึ
ง โดย
๑) การสร
างแรงจู
งใจให
ดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมตามภาระหน
าที่
โดยควรสร
างความรู
ความเข
าใจและตระหนั
กในคุ
ณค
าและความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรมและงานวั
ฒนธรรม ให
เข
าใจถึ
งผลดี
ของการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมตามบทบาทหน
าที่
ความรั
บผิ
ดชอบและผ ลเสี
ยของการไม
ดํ
าเนิ
นงาน
วั
ฒนธรรมตามบทบาทหน
าที่
ความรั
บผิ
ดชอบ ซึ่
งสามารถก
อให
เกิ
ดความรู
ความเข
าใจ ความสํ
านึ
ก
ตระหนั
ก จนเกิ
ดแรงจู
งใจที่
จะร
วมกั
นดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมได
๒) การสร
างแรงจู
งใจให
รวมตั
วกั
นเป
นสภาวั
ฒนธรรม โดยควรสร
างความรู
ความเข
าใจ และสํ
านึ
กตระหนั
กในคุ
ณค
า ความสํ
าคั
ญและพลั
งของการรวมตั
วกั
นเป
นประชาสั
งคมเพื่
อ
การดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมในระดั
บต
างๆ รวมทั้
งการรวมตั
วกั
นดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมตามความถนั
ดและ
ความสนใจ แล
วเข
าเป
นเครื
อข
ายภาคี
สมาชิ
กของสภาวั
ฒนธรรมเพื่
อดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมร
วมกั
นและ