๓๕
ความสามารถในการแสวงหาความรู
จึ
งเป
นองค
ประกอบที่
สํ
าคั
ญอี
กประการหนึ่
งของความเป
นประชา
สั
งคม
๖) มี
การเรี
ยนรู
จากการปฏิ
บั
ติ
หรื
อทํ
ากิ
จกรรมร
วมกั
น : องค
ประกอบของการเรี
ยนรู
ร
วมกั
นของคนในสั
งคมจะช
วยสร
างให
เกิ
ดพลั
ง “เกิ
ดป
ญญาหมู
” “เกิ
ดใจหมู
” องค
ประกอบที่
เป
น
เงื่
อนไขที่
จะสร
างความเข
มแข็
งให
เกิ
ดขึ้
นกั
บชุ
มชนสั
งคมนั้
นก็
คื
อเงื่
อนไขแห
งการเรี
ยนรู
ร
วมกั
นของคน
ในสั
งคม อย
างไรก็
ดี
กระบวนการในการก
อให
เกิ
ดการเรี
ยนรู
ร
วมกั
น จํ
าเป
นที
่
จะต
องอาศั
ยเทคนิ
ค
วิ
ธี
การมากมายหลากหลาย และสอดคล
องกั
บบริ
บทของแต
ละพื้
นที่
แต
ละกลุ
ม ซึ่
งจะต
องคิ
ดค
น
ร
วมกั
น
๗) มี
การติ
ดต
อสื่
อสารกั
นอย
างต
อเนื่
อง/เครื
อข
ายความร
วมมื
อ:
การสื่
อสารเพื่
อการ
แลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
เป
นความจํ
าเป
นที่
จะทํ
าให
ประชาสั
งคมมี
ความเติ
บโตและขยายตั
วออกอย
างมั่
นคง
ระบบการสื่
อสารของประชาสั
งคมมิ
ใช
เรื่
องง
ายเนื่
องจากมิ
ใช
องค
กรสั่
งการในแนวดิ่
ง แต
เป
นการ
สื่
อสารในแนวราบ ดั
งนั้
น การคิ
ดค
นรู
ปแบบใหม
ๆ การเชื่
อมโยงเครื
อข
ายความร
วมมื
อต
างๆ นั
บเ ป
น
แนวทางสํ
าคั
ญเพื่
อการสื่
อสาร นอกจากนี้
ความร
วมมื
อกั
บสื่
อสารมวลชนและการสร
างความเข
มแข็
ง
ให
กั
บสถาบั
นสื่
อมวลชนทั้
งในส
วนกลางและท
องถิ่
นย
อมจะเป
นวิ
ธี
การสื่
อสารของประชาสั
งคมที่
สํ
าคั
ญ
๘) มี
ระบบการจั
ดการที่
ดี
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพ: จุ
ดอ
อนของภาคสั
งคมคื
อความสามารถใน
การจั
ดการ การเติ
บโตของภาคธุ
รกิ
จที่
มี
ความเข
มแข็
ง มี
พลั
งก็
เพราะมี
ระบบการจั
ดการที่
ดี
ดั
งนั้
นการ
สร
างประชาสั
งคมจะต
องวางอยู
บนพื้
นฐานของการจั
ดการที่
ดี
การจั
ดการที่
ดี
นี้
ต
องดี
ทั้
งองค
กร ระบบ
และประสิ
ทธิ
ภาพของทั้
งคนและองค
กร
การพั
ฒนาเครื
อข
าย
๑. ความหมายของเครื
อข
าย
เครื
อข
าย เป
นแนวคิ
ดและกระบวนการในการจั
ดระบบความสั
มพั
นธ
ระหว
างบุ
คคล กลุ
ม
บุ
คคล ชุ
มชน ตลอดจนองค
กรให
เกื้
อกู
ลและเชื่
อมโยงกั
น (กรมการพั
ฒนาชุ
มชน, ๒๕๔๕, หน
า๑๒)
เดิ
มกลุ
มเครื
อข
ายเป
นกลุ
มที่
มี
สมาชิ
กมี
ความสั
มพั
นธ
กั
นโดยตรงอย
างใกล
ชิ
ดถึ
งตั
ว มี
ความเอื้
อเฟ
อเกื้
อกู
ลกั
น เช
น ความสั
มพั
นธ
เป
นกลุ
มเฉพาะของคนชนบทที่
ชาวบ
านรู
จั
กคุ
นเคยกั
น
อย
างดี
ทั้
งหมู
บ
าน กระนั้
นก็
ตามเมื่
อความสั
มพั
นธ
มี
การขยายตั
วขึ้
นทั้
งขนาดและช
วงเวลา ในแต
ละ
ชุ
มชนหรื
อในสั
งคมทั้
งหมด มี
การเพิ่
มการติ
ดต
อกั
นมากขึ้
นในด
านการขนส
งและ การสื่
อส ารเชื่
อมโยง
ชุ
มชนในสั
งคมเข
าด
วยกั
น กระบวนการขยายตั
วของชุ
มชนท
องถิ่
นเช
นนี้
คื
อสิ่
งที่
นํ
าไปสู
การ
เจริ
ญเติ
บโตของเครื
อข
ายที่
ทํ
าหน
าที่
อยู
ภายใต
โครงสร
างทางสั
งคม
เครื
อข
าย เป
นองค
กรทางสั
งคมที่
ทํ
าหน
าที่
เฉพาะในด
านการเชื่
อมโยง (link) องค
กรทาง
สั
งคมต
างๆ ไม
ว
าจะเป
นกลุ
มหรื
อเป
นครอบครั
ว สมาคม เข
าด
วยกั
น เชื่
อมให
ติ
ดต
อกั
นตลอด เพื่
อให
ทุ
กองค
กรเห็
นหรื
อตระหนั
กในกิ
จกรรมร
วมกั
น
ขณิ
ษฐา กาญจนรั
งสี
นนท
(อ
างในกรมการพั
ฒนาชุ
มชน , ๒๕๔๕, หน
า ๑๓) ได
ให
ความหมายของเครื
อข
ายสั
งคมว
า เครื
อข
ายสั
งคมอาจเปรี
ยบได
กั
บภาพของจุ
ด ต
างๆ ที่
มี
การเชื่
อมโยง
กั
นด
วยเส
นตรงหลายๆ เส
น จุ
ดคื
อบุ
คคล และเส
นตรงคื
อสายสั
มพั
นธ
แต
ละคนจึ
งเปรี
ยบเสมื
อนจุ
ด
ศู
นย
กลางของสายสั
มพั
นธ
กั
บจุ
ดหรื
อบุ
คคลอื่
นที่
มี
สายสั
มพั
นธ
กั
บคนอื่
นๆ ต
อไปอี
กที่
บุ
คคลตรงจุ
ด
ศู
นย
กลางไม
รู
จั
ก ความสั
มพั
นธ
ทางสั
งคมระหว
างกั
นของบุ
ค คลต
างๆ ที่
อยู
ในเครื
อข
ายสั
งคมนั้
น เป
น