๓๒
จะดี
ตามไปด
วย ซึ่
ง ประเวศ วะสี
สรุ
ปว
าเครื่
องมื
อที่
จะแก
ป
ญหาของชุ
มชนได
คื
อ ความเป
นประชา
สั
งคมที่
ได
รั
บการถั
กทอคุ
ณงามความดี
ที่
แตกต
างหลากหลายเข
าด
วยกั
น
(คํ
าบรรยายเรื่
องสภา
วั
ฒนธรรมจั
งหวั
ด : ขุ
มพลั
งการพั
ฒนาในกระแสโลกาภิ
วั
ตน
๑๓ ธั
นวาคม ๒๕๓๘) และประเวศ วะสี
ยั
งได
อ
างถึ
งงานเขี
ยนของDr.Scott Peck เรื่
อง AWorldWaiting To Be Born: Civility Rediscoverd
ที่
กล
าวว
า ความเป
นชุ
มชน(community) หรื
อประชาคม (civility) จะเป
นอนาคตของโลก (Prawase
Wasi, Community and Sustainable Development, ICEA Seventh World Conference,
Jontien Thailand ๓๑ July - ๔ August ๑๙๙๕)
๒. องค
ประกอบของประชาสั
งคม
เพื่
อให
สามารถสร
างความเข
มแข็
งของชุ
มชนได
จึ
งจํ
าเป
นต
องศึ
กษาให
รู
ถึ
งองค
ประกอบ
หรื
อป
จจั
ยที่
ทํ
าให
ชุ
มชนและประชาสั
งคมเข
มแข็
ง ซึ่
งจากการศึ
กษาพบว
า
สุ
วิ
ทย
วิ
บุ
ลผลประเสริ
ฐ (๒๕๓๙, หน
า ๘-๙) ได
เสนอองค
ประกอบของประชาสั
งคมว
า
กระบวนการที่
จะเรี
ยกว
าเป
น “ประชาสั
งคม” ได
นั้
น จะต
องประกอบด
วยองค
ประกอบสํ
าคั
ญ ๓ ส
วน
คื
อ
๑) จิ
ตสํ
านึ
กประชาสั
งคม (civic consciousness) หมายถึ
ง ความคิ
ดและความ
ยอมรั
บในเรื่
องการรวมตั
วกั
นอย
างอิ
สระ ด
วยความรั
ก ความเอื้
ออาทร ยอ มรั
บในความคิ
ดเห็
นของกั
น
และกั
น ในอั
นที่
จะเรี
ยนรู
ร
วมกั
น หรื
อแก
ไขป
ญหาที่
เผชิ
ญอยู
ร
วมกั
น
๒) โครงสร
างองค
กรประชาสั
งคม (civic organization) หมายถึ
ง การรวมกลุ
มที่
มี
ระบบการจั
ดการเพื่
อให
เกิ
ดการเรี
ยนรู
ร
วมกั
นในการปฏิ
บั
ติ
และนํ
าไปสู
การแก
ป
ญหา
๓) เครื
อข
ายประชาสั
งคม (civic network) หมายถึ
ง โครงสร
างและกระบวนการ
เชื่
อมโยงสมาชิ
กเข
าด
วยกั
น ซึ่
งต
องมี
ระบบการสื่
อสารที่
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพ การสั
มพั
นธ
กั
นด
วยความ
สมานฉั
นท
ประเวศ วะสี
(๒๕๓๙, หน
า ๒๙-๓๐) ได
เสนอวั
ฒนมรรค ๘ ประการ เพื่
อเคลื่
อน
มนุ
ษยชาติ
ออกจากสภาวะวิ
กฤต บ นเส
นทางอย
างสั
นติ
วิ
ธี
หรื
อมั
ชฌิ
มาปฏิ
ปทา ไปสู
วั
ฒนธรรมใหญ
แห
งการดํ
ารงอยู
ร
วมกั
นของมนุ
ษย
ทั้
งหมดและธรรมชาติ
ทั้
งหลายอย
างสั
นติ
โดยได
ให
ความสํ
าคั
ญกั
บ
ข
อ ๘ การสร
างประชาคมบนเส
นทางสู
ประชาสั
งคมมาก โดยได
ให
เหตุ
ผลว
า
“เรื่
องทั้
ง ๗ ข
อข
างต
น จะรอให
ฝ
ายใดฝ
ายหนึ่
งทํ
าหาสํ
าเร็
จไม
ทุ
กฝ
ายในสั
งคม เช
น
ผู
นํ
าชุ
มชนนั
กวิ
ชาการ องค
กรพั
ฒนาเอกชน ภาคธุ
รกิ
จ ภาครั
ฐ สื่
อมวลชน ฯลฯ ต
องเข
ามาร
วมมื
อกั
น
ในทุ
กๆ ระดั
บทั้
งในระดั
บท
องถิ่
น ระดั
บชาติ
และระหว
างชาติ
ความร
วมมื
อกั
นอย
างนี้
เรี
ยกว
า
ประชาคม การร
วมมื
อกั
นทํ
างานต
องอา ศั
ยความรั
ก การเรี
ยนรู
ร
วมกั
นและความสามั
คคี
ความเป
น
ประชาคมจึ
งต
องใช
ธรรมะทุ
กข
อและเป
นการปฏิ
บั
ติ
ที่
ยิ่
งใหญ
สั
งคมที่
ประชาชนมี
การรวมตั
วกั
นทํ
างาน
ในรู
ปแบบต
างๆ ให
มาก เช
น กลุ
ม ชมรม สหกรณ
มู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชน เรี
ยกว
าประชาสั
งคม (civil society)
ประชาสั
งคมที่
เชื่
อมโ ยงทั่
วโลกคื
อ กุ
ญแจของการนํ
าไปสู
วั
ตถุ
ประสงค
ใหญ
ของมนุ
ษยชาติ
คื
อ การ
ดํ
ารงอยู
ร
วมกั
นของมนุ
ษย
ทั้
งหมดและธรรมชาติ
ทั้
งหลายทั้
งปวงอย
างได
ดุ
ลยภาพ สั
นติ
และยั่
งยื
น
ควรศึ
กษาวิ
จั
ยให
เข
าใจเรื่
องความเป
นชุ
มชน ความเป
นประชาสั
งคมให
เข
าใจแจ
มแจ
ง หากลไกส
งเสริ
ม
ให
เกิ
ดขึ้
นซึ่
งอาจรวมถึ
งการตั้
งสถาบั
นส
งเสริ
มประชาคม เพราะนี้
คื
อกุ
ญแจสํ
าหรั
บศานติ
สุ
ขของ
มนุ
ษยชาติ
”