บทเรียนการดำเนินงานสภาวัฒนธรรม - page 44
๒๓
๖) ท
องถิ่
นแต
ละจั
งหวั
ดควรมี
อิ
สระในการคิ
ด และการปฏิ
บั
ติ
ภารกิ
จทางวั
ฒนธรรม
ตามความเหมาะสมกั
บสภาพท
องถิ่
นของตน รั
ฐพึ
งสนั
บสนุ
นส
งเสริ
มให
เกิ
ดการระดมสรรพกํ
าลั
งในการ
ดํ
าเนิ
นงานทางวั
ฒนธรรมของท
องถิ่
น โดยท
องถิ่
นและเพื่
อท
องถิ่
น
๗) องค
กรทางวั
ฒนธรรมสามารถทํ
าหน
าที่
เป
นองค
กรกลาง สํ
าหรั
บคนทุ
กสาขาอาชี
พ
ได
ดี
ที่
สุ
ด เพราะวั
ฒนธรรมเป
นกิ
จกรรมร
วมกั
นของทุ
กคนในสั
งคมและเป
นสายใยเชื่
อมโยงให
สมาชิ
กใน
สั
งคมทุ
กหมู
เหล
าเข
าเป
นกลุ
มก
อนเดี
ยวกั
น
ในพระราชบั
ญญั
ติ
วั
ฒนธรรมแห
งชาติ
พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๓ ได
กํ
าหนดให
มี
การจั
ดตั้
ง
สภาวั
ฒนธรรมขึ้
น เพื่
อประโยชน
ในการอนุ
รั
กษ
หรื
อฟ
นฟู
จารี
ตประเพณี
ภู
มิ
ป
ญญาท
องถิ่
น
ศิ
ลปวั
ฒนธรรมอั
นดี
งามของท
องถิ่
นและของชาติ
และประสานการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมซึ่
งภาคประชา
สั
งคมและประชาชนมี
ส
วนร
วม
ดั
งนั้
นเพื่
อสร
างความเข
มแข็
งของชุ
มชนท
องถิ่
นทั่
วประเทศ จึ
งสนั
บสนุ
นให
เกิ
ดการรวมตั
ว
กั
นจั
ดตั้
งเป
นองค
กรชุ
มชนในระดั
บต
าง ๆ ตั้
งแต
ระดั
บหมู
บ
าน ระดั
บตํ
าบล ระดั
บอํ
าเภอและระดั
บ
จั
งหวั
ดในลั
กษณะของเครื
อข
ายทางวั
ฒนธรรม ๕ กลุ
มเครื
อข
าย และรวมกลุ
มเครื
อข
ายทั้
ง ๕ กลุ
มเป
น
สภาวั
ฒนธรรม เพื่
อเป
นศู
นย
กลางในการติ
ดต
อประสานงานระหว
างสมาชิ
ก และการรวมพลั
งปฏิ
บั
ติ
กิ
จกรรมทางวั
ฒนธรรมร
วมกั
น อี
กทั้
งสภาวั
ฒนธรรมจะเป
นเวที
กลางในการส
งเสริ
มวั
ฒนธรร
ม
ประชาธิ
ปไตย โดยการเป
ดโอกาสให
ประชาชนในท
องถิ่
นเข
ามามี
ส
วนร
วมในการตั
ดสิ
นใจและการ
รั
บผิ
ดชอบต
อวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชุ
มชนท
องถิ่
นของตั
วเอง และเพื่
อเป
นการเสริ
มศั
กยภาพการดํ
าเนิ
นงานทาง
วั
ฒนธรรมในภาพรวมของชาติ
ให
ประชาชนสามารถตั้
งรั
บและปรั
บตั
วให
สอดคล
องเหมาะสมกั
บ
สภาพการณ
ของสั
งคมโลกที่
เปลี่
ยนแปลงไปอย
างรวดเร็
วในยุ
คป
จจุ
บั
น
๒. โครงสร
างและองค
ประกอบของสภาวั
ฒนธรรม
ในพระราชบั
ญญั
ติ
วั
ฒนธรรมแห
งชาติ
พ .ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๕ ได
กํ
าหนดให
สภา
วั
ฒนธรรมประกอบด
วยกรรมการและสมาชิ
กที่
มาจากผู
แทนองค
กรที่
ดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมหรื
อองค
กร
ที่
เกี่
ยวข
อง ซึ่
งเป
นองค
กรเครื
อข
ายวั
ฒนธรรม เช
น เครื
อข
ายภาครั
ฐ เครื
อข
ายภาคเอกชน เครื
อข
าย
ภาคชุ
มชน เครื
อข
ายภาคธุ
รกิ
จ เครื
อข
ายปราชญ
ชาวบ
าน และเครื
อข
ายวิ
ชาการ ซึ่
ง
สํ
านั
กงาน
คณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห
งชาติ
(๒๕๔๗, หน
า ๑๗-๑๘) ได
กํ
าหนดให
สภาวั
ฒนธรรมจั
งหวั
ด
ประกอบด
วยสมาชิ
กที่
มาจากองค
กรที่
ดํ
าเนิ
นงานด
านวั
ฒนธรรมที่
อยู
ในจั
งหวั
ดนั้
นๆ ซึ่
งประกอบด
วย
องค
กรเครื
อข
ายทางวั
ฒนธรรม ๕ กลุ
ม เรี
ยกว
า “เบญจภาคี
” ดั
งนี้
๑) องค
กรภาครั
ฐ ได
แก
หน
วยราชการและรั
ฐวิ
สาหกิ
จที่
ปฏิ
บั
ติ
งานอยู
ในจั
งหวั
ดนั้
นๆ ทั้
ง
ที่
เป
นหน
วยงานส
วนกลาง ส
วนภู
มิ
ภาค และส
วนท
องถิ่
น
๒) องค
กรเอกชน ได
แก
องค
กรสาธารณประโยชน
ที่
เกิ
ดจากการรวมตั
วของประชาชน
๓) องค
กรชุ
มชน ได
แก
องค
กรที่
เกิ
ดจากการรวมตั
วตามความถนั
ดและความสนใจของ
ประชาชนเพี่
อป
องกั
นหรื
อแก
ไขป
ญหาและพั
ฒนาท
องถิ่
น รวมทั้
งการรวมตั
วกั
นตามธรรมชาติ
ใน
รู
ปแบบอื่
นๆ
๔) องค
การธุ
รกิ
จ ได
แก
บริ
ษั
ทห
างร
าน โรงแรม ศู
นย
การค
า ธนาคาร ชมรมนั
กธุ
รกิ
จ
สหกรณ
และองค
กรธุ
รกิ
จรู
ปแบบอื่
นๆ
1...,34,35,36,37,38,39,40,41,42,43
45,46,47,48,49,50,51,52,53,54,...385