๒๒
สภาวั
ฒนธรรม
๑. ความเป
นมาของสภาวั
ฒนธรรม
สํ
านั
กงานคณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห
งชาติ
ได
กํ
าหนดนโยบายของป
รณรงค
วั
ฒนธรรม
ไทย ไว
ว
า
“…. สนั
บสนุ
นการกระจายอํ
านาจและบทบาทในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมไทย
เป
ด โอกาสให
องค
กรชาวบ
านและบุ
คลากรในท
องถิ่
น ได
มี
ส
วนร
วมอย
างสํ
าคั
ญและเป
น
เจ
าของในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม ในรู
ปเครื
อข
ายทางวั
ฒนธรรม โดยที่
หน
วยงานของรั
ฐจะ
ทํ
าหน
าที่
เพี
ยงกระตุ
น ส
งเสริ
ม สนั
บสนุ
นและประสานงานเท
านั้
น เพราะรั
ฐบาลตระหนั
กดี
ว
า
ผู
ที
่
รู
เรื่
องดี
ที่
สุ
ดในเรื่
องวั
ฒนธรรม คื
อคนในท
องถิ่
น…”
คณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห
งชาติ
ได
มี
ประกาศเรื่
องการตั้
งสภาวั
ฒนธรรมจั
งหวั
ด ลง
วั
นที่
๘ มิ
ถุ
นายน ๒๕๓๘ ให
มี
การจั
ดตั้
งสภาวั
ฒนธรรมจั
งหวั
ดขึ้
น ด
วยเหตุ
ผลและแนวคิ
ดพื้
นฐานที่
สํ
าคั
ญคื
อ
๑) วั
ฒนธรรมเป
นวิ
ถี
ชี
วิ
ตและวิ
ถี
การคิ
ดของชุ
มชน ประชาชนในชุ
มชนท
องถิ่
นแต
ละ
แห
งเป
นเจ
าของวั
ฒนธรรมของตนเอง หน
วยงานของรั
ฐในส
วนกลางและกลไกรั
ฐในระดั
บท
อ งถิ่
นเป
น
ส
วนส
งเสริ
มสนั
บสนุ
นให
ประชาชนในท
องถิ่
นสามารถประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ตามวั
ฒนธรรมของตั
วเองได
อย
างมี
ศั
กดิ์
ศรี
๒) สภาพการดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมทางวั
ฒนธรรมในท
องถิ่
นแต
ละแห
งที่
ผ
านมา อยู
ใน
สภาพ ต
างคนต
างทํ
าตามลํ
าพั
งตั
วเอง ขาดการประสานงาน การร
วมมื
อ ตลอดจนขาดการรวมพ ลั
ง
อย
างเป
นระบบ เป
นเหตุ
ให
ศั
กยภาพในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรมในภาพรวมไม
เข
มแข็
งเท
าที่
ควร
จํ
าเป
นต
องส
งเสริ
มสนั
บสนุ
นให
เกิ
ดการรวมตั
วกั
นขึ้
น
๓) สั
งคมในยุ
คโลกาภิ
วั
ตน
เช
นป
จจุ
บั
นมี
การเปลี่
ยนแปลงอย
างกว
างขวางและ
รวดเร็
วมาก อิ
ทธิ
พลของเทคโนโลยี
การคมนาคมที
่
ก
าว หน
า ทํ
าให
การติ
ดต
อสื่
อสารเป
นไปอย
างไร
พรมแดน วั
ฒนธรรมจากโลกภายนอกหลั่
งไหลเข
าสู
สั
งคมไทยอย
างรวดเร็
วและรุ
นแรงยิ่
งขึ้
นทุ
กวั
น
ประชาชนส
วนใหญ
ตกอยู
ในภาวะสั
บสน การเลื
อกสรร กลั่
นกรองและการปรั
บปรนทางวั
ฒนธรรมไม
สามารถทํ
าได
อย
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ
๔) วั
ฒนธรรมประชาธิ
ปไตยเป
นสิ่
งที่
สั
งคมโลกยอมรั
บได
มากที่
สุ
ด รั
ฐธรรมนู
ญแห
ง
ราชอาณาจั
กรไทยมี
เจตนารมณ
ในการส
งเสริ
มการปกครองในระบอบประชาธิ
ปไตยที่
มี
พระมหากษั
ตริ
ย
เป
น
ประมุ
ข แนวคิ
ดเรื่
องการกระจายอํ
านาจให
ประชาชนในส
วนภู
มิ
ภาคมี
ส
วนร
วมในการตั
ดสิ
นใจและการ
รั
บผิ
ดชอบต
อวิ
ถี
ชี
วิ
ตของตั
วเองเป
นภารกิ
จเร
งด
วนในการบริ
หารราชการแผ
นดิ
น
๕) ทุ
กภู
มิ
ภาคของประเทศไทยอุ
ดมสมบู
รณ
มั่
งคั่
งไปด
วยทรั
พยากรทางวั
ฒนธรรมอั
น
ล้ํ
าค
าเป
นมรดก ตกทอดสั่
งสมมาจากบรรพบุ
รุ
ษหลายยุ
คหลายสมั
ย เป
นสิ่
งที่
สร
างความภาคภู
มิ
ใจ
ให
กั
บสั
งคมไทยและชาวโลก จํ
าเป
นต
องสร
างเสริ
มจิ
ต สํ
านึ
กให
ประชาชนเยาวชนคนไทยทั้
งประเทศ
ตระหนั
กในคุ
ณค
าและร
วมมื
อกั
นบํ
ารุ
งรั
กษามรดกทางวั
ฒนธรรมอั
นล้ํ
าค
าไว
เป
นสมบั
ติ
ประจํ
าชาติ
และ
เป
นมรดกสมบั
ติ
ของมนุ
ษยชาติ
สื
บไป