บทเรียนการดำเนินงานสภาวัฒนธรรม - page 35

๑๔
ส
วนที่
สาม กระบวนการทางวั
ฒนธรรม ซึ่
งหมายถึ
ง การเคลื่
อนไหวเพื่
อเรี
ยนรู
สร
างสรรค
ผลิ
ตใหม
และปรั
บตั
วของชุ
มชนท
องถิ่
น ภายใต
บริ
บททางสั
งคมและธรรมชาติ
แวดล
อม ซึ
มี
ความหลากหลายและแตกต
างกั
น ไปในแต
ละชุ
มชนในขณะที่
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงอยู
ตลอดเวลาทํ
าให
ชุ
มชนต
องคิ
ดค
นและแสวงหาทิ
ศทางการพั
ฒนาที่
หลากหลาย เพื่
อการดํ
ารงอยู
ร
วมกั
นของวั
ฒนธรรมที่
แตกต
างกั
น และการเคารพหลั
กการของวั
ฒนธรรมอื่
น กระบวนการทางวั
ฒนธรรมนี้
จะสะท
อนให
เห็
ถึ
งศั
กยภาพของชุ
มชนในการพั
ฒนา
๕.
วั
ฒนธรรมกั
บการพั
ฒนา
องค
การสหประชาชาติ
และองค
การการศึ
กษา
วิ
ทยาศาสตร
และวั
ฒนธรรมแห
สหประชาชาติ
ได
เห็
นความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรม
จึ
งได
ประกาศให
ป
พ.ศ.
๒๕๓๑-๒๕๔๐
เป
“ทศวรรษโลกเพื่
อการพั
ฒนาวั
ฒนธรรม ”
(W
ORLD
D
ECADE FOR
C
ULTURAL
D
EVELOPMENT
)
โดยได
ขอให
รั
ฐสมาชิ
กร
วมกั
นจั
ดกิ
จกรรม เพื่
อบรรลุ
เป
าหมายของทศวรรษโลกเพื่
อการ พั
ฒนาวั
ฒนธรรม
ประการ
คื
๑)
เน
นการใช
มิ
ติ
วั
ฒนธรรมในกระบวนการพั
ฒนา๒)
เสริ
มสร
างเอกลั
กษณ
ทางวั
ฒนธรรม
ท
องถิ่
๓) ส
งเสริ
มการมี
ส
วนร
วมของประชาชนในการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม
๔) ส
งเสริ
มความร
วมมื
ทางวั
ฒนธรรมระหว
างประเทศ
(สมั
ชชาศิ
ลปวั
ฒนธรรมไทยสภาผู
แทนราษฎร,
ม.ป.ป.,
หน
๑)
ซึ่
งพระ
ธรรมป
ฎก(ป.อ.ปยุ
ตฺ
โต)
(๒๕๓๘,หน
า๘๗-๘๘)
ได
ชี้
ให
เห็
นว
าการเน
นความสํ
าคั
ญของมิ
ติ
วั
ฒนธรรมใน
การพั
ฒนาเช
นนี้
เป
นส
วนหนึ่
งของการตื่
นตั
วครั้
งใหญ
ที่
เกิ
ดขึ้
นทั่
วไปในช
วงนี้
ของโลก
โดยเฉพาะใน
ประเทศที่
พั
ฒนาแล
ได
มองเห็
นความผิ
ดพลาดและผลร
ายของการพั
ฒนาที่
ผ
านมา
ว
าถึ
งแม
จะประสบ
ความสํ
าเร็
จที่
มี
คุ
ณค
าประโยชน
แก
ป
ญหาให
แก
มนุ
ษยชาติ
ได
มากมายก็
จริ
ง แต
ป
ญหาที่
เกิ
ดขึ้
นจากการ
ที่
มุ
งความเจริ
ญทางวั
ตถุ
การขยายความเจริ
ญเติ
บโตทางเศรษฐกิ
โดยให
วิ
ทยาศาสตร
และเทคโนโ ลยี
เป
นเรื่
องนํ
า จนกระทั่
งทํ
าให
รู
สึ
กกั
นว
าความเจริ
ญนั้
นได
มาถึ
งจุ
ดติ
ดตั
นแล
วถ
าขื
นดํ
าเนิ
นต
อไปในทิ
ศทาง
นั้
นมนุ
ษยชาติ
อาจจะถึ
งกั
บประสบความพิ
นาศสู
ญสิ้
ไปก็
ได
นั
กวิ
ชาการและนั
กพั
ฒนาจํ
านวนหนึ่
งเห็
นว
การพั
ฒนาที่
มุ
งเน
นอยู
แต
การบริ
โภค
มากกว
าการสร
างสรรค
สั
งคมอย
างเป
นระบบบนพื้
นฐานของต
นทุ
นทางวั
ฒนธรรม
และภู
มิ
ป
ญญาที่
มี
อยู
แล
ผลที่
ตามมาก็
คื
วั
ฒนธรรมต
องสู
ญเสี
ยพลั
ง และไม
สามารถเป
นตั
วกํ
าหนดทิ
ศทางของการ
เปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมต
อไปได
ในขณะเดี
ยวกั
นการให
ความหมายของวั
ฒนธรรมไว
กว
างๆ
มั
กจะไม
เกิ
ประโยชน
ใดๆ
เพราะทํ
าให
ขาดความชั
ดเจน
เลื่
อนลอย
และไร
พลั
งที่
จะมี
ต
อสั
งคม
ดั
งนั้
นจึ
งจํ
าเป
นต
อง
ทํ
าความเข
าใจความหมายของวั
ฒนธรรมให
ถ
องแท
และชั
ดเจนเสี
ยก
อน
ศรี
ศั
กร
วั
ลลิ
โภดม
(๒๕๓๖,
หน
๑๔-๒๖)
ได
ชี้
ให
เห็
นว
าคนส
วนใหญ
มั
กจะเข
าใจ
วั
ฒนธรรมในความหมายของ
“ศิ
ลปวั
ฒนธรรม”
คื
มองวั
ฒนธรรมว
าเป
นเพี
ยงรู
ปแบบของศิ
ลปและ
ประเพณี
ป
ญหาสํ
าคั
ญของการให
ความหมายของวั
ฒนธรรมในทํ
านองนี้
คื
ทํ
าให
มองเห็
นวั
ฒนธรรม
ในลั
กษณะหยุ
ดนิ่
ล
องลอย
และไร
ชี
วิ
ตชี
วา
เพราะขาดความสั
มพั
นธ
เชื่
อมโยงกั
บกลุ
มชนผู
สร
างสรรค
วั
ฒนธรรมนั้
ซึ่
งมั
กมี
พั
ฒนาการที่
เคลื่
อนไหวและเปลี่
ยนแ ปลงอยู
เสมอ
ดั
งนั้
นน
าจะต
องหั
นมามอง
วั
ฒนธรรมในอี
กลั
กษณะหนึ่
งที่
เรี
ยกว
“สั
งคมวั
ฒนธรรม”
หรื
“ชี
วิ
ตวั
ฒนธรรม”
เพราะการมอง
วั
ฒนธรรมในลั
กษณะนี้
จะกระตุ
นให
เกิ
ดความสนใจวิ
เคราะห
สั
งคมและชี
วิ
ตของกลุ
มชนผู
เป
นเจ
าของ
วั
ฒนธรรมไปพร
อมๆ
กั
บการทํ
าความเข
าใจลั
กษณะทางวั
ฒนธรรมที่
ต
องปรั
บตั
วเปลี่
ยนแปลงไปตาม
1...,25,26,27,28,29,30,31,32,33,34 36,37,38,39,40,41,42,43,44,45,...385
Powered by FlippingBook