บทเรียนการดำเนินงานสภาวัฒนธรรม - page 33

๑๒
ควรตั้
งเป
นข
อสั
งเกตไว
ณ ที่
นี้
ว
า พระธรรมป
ฎก (ประยุ
ทธ
ปยุ
ตฺ
โต) (๒๕๓๘, หน
า ๙๒–
๙๓) เมื่
อคราวแสดงปาฐกถาพิ
เศษ๑๐๐ ป
พระยาอนุ
มานราชธน เรื่
อง “วั
ฒนธรรมกั
บการพั
ฒนา” ก็
ได
อธิ
บายความหมายของวั
ฒนธรรมไว
เป
นหลายนั
ยอย
างน
าพิ
จารณา ดั
งนี้
วั
ฒนธรรม เป
นผลรวมของการสั่
งสมสิ่
งสร
างสรรค
และภู
มิ
ธรรมภู
มิ
ป
ญญา ที่
ถ
ายทอด
สื
บต
อกั
นมาของสั
งคมนั้
นๆ
วั
ฒนธรรม เป
นการสั่
งสมประสบการณ
ความรู
ความสามารถ ภู
มิ
ธรรม ภู
มิ
ป
ญญา
ทั้
งหมดที่
ได
ช
วยให
มนุ
ษย
ในสั
งคมนั้
นๆ อยู
รอดและเจริ
ญสื
บต
อมาได
และเป
นอยู
อย
างที่
เป
นในบั
ดนี้
วั
ฒนธรรม คื
อผลรวมของทุ
กสิ่
งซึ่
งเป
นความเจริ
ญงอกงาม ที่
สั
งคมนั้
นๆ ได
ทํ
าไว
หรื
ได
สั่
งสมมาจนถึ
งบั
ดนี้
วั
ฒนธรรม เป
นทั้
งสิ่
งที่
ทํ
าให
เจริ
ญงอกงามสื
บมา และเป
นเนื้
อตั
วของความเจริ
ญงอก
งามที
มี
อยู
ซึ่
งจะเป
นพื้
นฐานของความเจริ
ญงอกงามต
อไป ตลอดจนเป
นเครื่
องวั
ดระดั
บความเจริ
งอกงามของสั
งคมนั้
นๆ
ความหมายของวั
ฒนธรรมแม
จะดู
แตกต
างกั
นมากบ
างน
อยบ
างก็
ล
วนมี
คุ
ณค
าในตั
วเองใน
การชี้
ให
เห็
นแง
มุ
มต
างๆ ของวั
ฒนธรรม จึ
งยั
งคงมี
ผู
ใช
อยู
ทุ
กความหมาย ซึ่
งศาสตราจารย
เสน
ห
จามริ
ได
กรุ
ณาสรุ
ปนํ
าทางไว
ให
แล
วว
“ไม
ว
าเราจะนิ
ยามวั
ฒนธรรมกั
นอย
างวิ
จิ
ตรพิ
ศดารหรื
อลึ
กซึ้
งอย
างไร
ก็
ตาม แก
นสารจริ
งๆ ของเรื่
องทั้
งหมดก็
คื
อชี
วิ
ตคนนั่
นเอง ”
พระธรรมป
ฎก (ประยุ
ทธ
ปยุ
ตฺ
โต) ดั
งได
ยกมาแสดงไว
แล
วข
างต
น ผนวกเข
ากั
บทั
ศนะอั
นลุ
มลึ
กของศาสตราจารย
สุ
มน อมรวิ
วั
ฒน
ที่
ว
“วั
ฒนธรรมคื
อวิ
ถี
ดํ
ารงชี
วิ
ตของมนุ
ษย
เป
นความเจริ
ญงอกงามของชี
วิ
ตตั้
ง แต
เกิ
ดจนตาย เป
นการ
แสดงออกและการสื่
อความหมายของความรู
สึ
กนึ
กคิ
ดของแต
ละบุ
คคลหรื
อกลุ
มชน เป
นการเปลี่
ยนแปลง
ในเชิ
งสร
างสรรค
ที่
เห็
นได
ทั้
งในรู
ปธรรมและนามธรรม และแน
นอนที่
สุ
ด วั
ฒนธรรมเป
นผลแห
พฤติ
กรรมของมนุ
ษย
ซึ่
งมี
ปฏิ
สั
มพั
นธ
กั
บสิ่
งแวดล
อมทั้
งที่
เป
นเพื่
อนมนุ
ษย
ธรรมชาติ
และเทคโนโลยี
ทั้
ปวง”
(สํ
านั
กงานคณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห
งชาติ
, ๒๕๓๕, หน
า ๕)
๓. ธรรมชาติ
ของวั
ฒนธรรม
สํ
านั
กงานคณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห
งชาติ
(๒๕๓๔, หน
า ๕) ได
กล
าวถึ
งธรรมชาติ
ของ
วั
ฒนธรรมดั
งนี้
๑) วั
ฒนธรรมเกิ
ดขึ้
นจากการประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ร
วมกั
น เป
นแนวเดี
ยวกั
นอย
างต
อเนื่
อง
ของสมาชิ
กในสั
งคม มี
การสื
บทอดเป
นมรดกทางสั
งคมต
อกั
นมาจากอดี
ตหรื
ออาจเป
นสิ่
งประดิ
ษฐ
คิ
ดค
นสร
างสรรค
ขึ้
นใหม
หรื
ออาจรั
บเอาสิ่
งที่
เผยแพร
มาจากสั
งคมอื่
น ทั้
งหมดนี้
หากสมาชิ
กยอมรั
และยึ
ดถื
อเป
นแบบแผนประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ร
วมกั
น ก็
ย
อมถื
อว
าเป
นวั
ฒนธรรมของสั
งคมนั้
๒) วั
ฒนธรรมย
อมเปลี่
ยนแปลงไปตามเงื่
อนไขและกาลเวลา เมื่
อมี
การประดิ
ษฐ
หรื
ค
นพบสิ่
งใหม
วิ
ธี
ใหม
ที่
ใช
แก
ไขป
ญหาและตอบสนองความต
องการของสั
งคมได
ดี
กว
า ย
อมทํ
าให
สมาชิ
กของสั
งคมเกิ
ดความนิ
ยม และในที่
สุ
ดอาจเลิ
กใช
วั
ฒนธรรมเดิ
มการจะรั
กษาวั
ฒนธรรมเดิ
มไว
จึ
ต
องปรั
บปรุ
งเปลี่
ยนแปลงหรื
อพั
ฒนาวั
ฒนธรรมนั้
นให
เหมาะสมมี
ประสิ
ทธิ
ภาพตามยุ
คสมั
๓) วั
ฒนธรรมของแต
ละกลุ
มชน ในสั
งคมใหญ
ย
อมมี
เนื้
อหา รู
ปแบบ บทบาท และ
หน
าที่
แตกต
างกั
นไป หากว
าความแตกต
างนั้
นไม
ก
อให
เกิ
ดผลเสี
ยหายต
อสั
งคมโดยส
วนรวมแล
ว ก็
1...,23,24,25,26,27,28,29,30,31,32 34,35,36,37,38,39,40,41,42,43,...385
Powered by FlippingBook