nt138 - page 64
55
จิ
ตรกรรมฝาผนั
งที่
วั
ดเจดี
ย์
เจ็
ดแถว ซึ
่
งเป็
นศิ
ลปะแบบสุ
โขทั
ยนั่
นเอง พระพุ
ทธรู
ปปางเปิ
ดโลกที่
พระธาตุ
เจดี
ย์
วั
ดป่
าสั
กนี
้
อาจจะเป็
นพระปางพระพุ
ทธรู
ปที่
ทํ
าแทนปางเสด็
จลงมาจากดาวดึ
งส์
ก็
ได้
ทั
้
งนี
้
เพราะสั
งเกตเห็
นว่
าตรงช่
องคู
หาที่
ทํ
าเป็
นซุ
้
มขึ
้
นไปนั
้
น มี
เทวรู
ปยื
นประจํ
าอยู
่
สองข้
าง เป็
นที่
น่
าเสี
ยดายว่
าเศี
ยรของเทวรู
ปเหล่
านั
้
นหั
กพั
งไปหมดเหลื
ออยู
่
เพี
ยงส่
วนของลํ
าตั
วเท่
านั
้
น แต่
การที่
ยื
น
ประจํ
าอยู
่
ทั
้
งด้
านซ้
ายและด้
านขวาขององค์
พระนั
้
น
ทํ
าให้
เห็
นไปว่
าเทวรู
ปทั
้
งสองน่
าที่
จะต้
องเป็
น
พระอิ
นทร์
และพระพรหม ลั
กษณะผ้
านุ่
งของเทวดาเหล่
านั
้
น คล้
ายกั
บการนุ่
งผ้
าของเทวรู
ป ในศิ
ลปะ
แบบสุ
โขทั
ย เช่
นพระอิ
ศวรพระนารายณ์
เป็
นต้
น
ส่
วนกลาง
กํ
าหนดแต่
ส่
วนสุ
ดของซุ
้
มคู
หาพระพุ
ทธรู
ปในข้
อต้
น ขึ
้
นไปจนสุ
ดส่
วนบนของซุ
้
ม
จระนํ
าที่
ประดิ
ษฐานพระพุ
ทธรู
ปปู
นปั
้
นปางเปิ
ดโลกทั
้
งสี่
ด้
าน ในซุ
้
มจระนํ
าส่
วนนี
้
บางที
เรี
ยกกั
นว่
า
ซุ
้
มทิ
ศ เพราะมี
พระพุ
ทธรู
ปยื
นหั
นพระพั
กตร์
ไปตามทิ
ศทั
้
งสี่
ก็
ได้
แต่
ในที่
นี
้
ขอเรี
ยกว่
าซุ
้
มจระนํ
าโดย
ตลอด ก่
อนจะถึ
งซุ
้
มจระนํ
าที่
ว่
านี
้
ก็
มี
เป็
นสองระยะคื
อ สุ
ดซุ
้
มคู
หาพระพุ
ทธรู
ปชั
้
นล่
างแล้
วก็
เป็
นฐาน
สี่
เหลี่
ยมจั
ตุ
รั
สซ้
อนลดหลั่
นกั
นสามชั
้
น และถั
ดฐานชั
้
นสุ
ดก็
เป็
นลายปู
นปั
้
นบั
วควํ
่
าบั
วหงาย ระหว่
าง
บั
วควํ
่
าบั
วหงายมี
ลายรั
กร้
อยขั
้
นกลาง เหนื
อส่
วนของบั
วควํ
่
าบั
วหงายนี
้
จึ
งเป็
นซุ
้
มจระนํ
าดั
งกล่
าวทั
้
ง
4 ด้
าน ทํ
านองว่
าซุ
้
มจระนํ
าที่
ประดิ
ษฐานพระพุ
ทธรู
ปปู
นปั
้
นขนาดย่
อมนี
้
ตั
้
งอยู
่
ตรงกลางดอกบั
วซึ
่
ง
แผ่
กลี
บขยายรองรั
บอยู
่
ทั
้
ง 4ด้
านลั
กษณะพระพุ
ทธรู
ปก็
เป็
นแบบเดี
ยวกั
บพระพุ
ทธรู
ปที่
กล่
าวมาแล้
ว
ตอนส่
วนล่
างนั่
นเอง
ลั
กษณะเรื
อนซุ
้
มจระนํ
านี
้
เป็
นปู
นปั
้
นมี
ลวดลายประดั
บทํ
าเป็
นเสาตั
้
งซุ
้
มซ้
อนกั
น
2
ชั
้
น
ตรงหน้
าจั่
วเรื
อนซุ
้
มเป็
นใบระกากลี
บยาวประดั
บตรงส่
วนสุ
ดทั
้
ง 2 ข้
าง เป็
นพระยานาคสามเศี
ยร
ลั
กษณะนาคปู
นปั
้
นนี
้
เห็
นได้
ชั
ดว่
าอาจจะเป็
นอิ
ทธิ
พลซึ
่
งได้
รั
บมาจากศิ
ลปะชวา รวมทั
้
งลายหน้
ากาล
หรื
อกี
รติ
มุ
ขด้
วย
ส่
วนบน
หมายถึ
งส่
วนที่
อยู
่
เหนื
อซุ
้
มจระนํ
าขึ
้
นไป ณ ที่
นั
้
นจึ
งเป็
นส่
วนองค์
สถู
ปอย่
างแท้
จริ
ง
คื
อมี
ส่
วนฐานองค์
ระฆั
งปล้
องไฉน และปลี
ยอด เป็
นต้
น แต่
ลั
กษณะส่
วนนี
้
ของพระธาตุ
เจดี
ย์
วั
ดป่
า
สั
กต้
องขอแยกกล่
าวเป็
นรายละเอี
ยดขึ
้
นไปที
ละอย่
างดั
งต่
อไปนี
้
คนแคระ อยู
่
ถั
ดซุ
้
มจระนํ
าขึ
้
นไปทํ
าท่
าแบกองค์
เจดี
ย์
หรื
อสถู
ปส่
วนนี
้
ทั
้
งหมด เหนื
อคนแคระ
ขึ
้
นไปเป็
นส่
วนองค์
เจดี
ย์
ตอนล่
างเป็
นแปดเหลี่
ยม ชั
้
นกลางคั่
นด้
วยเสาแท่
งสี่
เหลี่
ยมอย่
างง่
ายๆ เรี
ยง
รายอยู
่
โดยรอบ แล้
วมี
บั
วหงายกลี
บซ้
อนมี
เกสรแผ่
ขยายรองรั
บส่
วนองค์
ระฆั
งอี
กชั
้
นหนึ
่
ง องค์
ระฆั
ง
นี
้
เป็
นรู
ปทรงกลม มี
ลายปู
นปั
้
นประจํ
ายามรั
ดอกขั
้
นกลาง เหนื
อองค์
ระฆั
งเป็
นบั
วกลี
บขนุ
นยาวเป็
น
เฟื
องรองรั
บปล้
องไฉนปลี
ยอดและเม็
ดนํ
้
าค้
างเป็
นที
่
สุ
ดตามลํ
าดั
บ
อนึ
่
งตามมุ
มทั
้
งสี่
ของเจดี
ย์
นี
้
ยั
งมี
เจดี
ย์
ขนาดเล็
กตั
งอยู
่
ที่
มุ
มทั
้
ง 4 ด้
าน โดยมี
เจดี
ย์
ใหญ่
อยู
่
ตรง
กลาง รวมเป็
นเจดี
ย์
5 ยอดด้
วยกั
นจึ
งเป็
นคติ
ในพระพุ
ทธศาสนาฝ่
ายมหายานอั
นหมายถึ
งพระธยานิ
พุ
ทธทั
้
งสี่
และพระอาทิ
พุ
ทธนั่
นเอง
วั
ดป่
าสั
กนี
้
ประชุ
มพงศาวดารภาคที่
61 กล่
าวว่
า เมื่
อ พ.ศ. 1838 (จ.ศ.657) ยั
งมี
มหาเถรเจ้
า
1...,54,55,56,57,58,59,60,61,62,63
65,66,67,68,69,70,71,72,73,74,...115