15
1) แหล่
งการศึ
กษาทุ
กแหล่
งในสั
งคม
2) สร้
างความแข็
งแกร่
งของคนและสั
งคมไทย
3) กระจายอํ
านาจสู
่
หน่
วยปฏิ
บั
ติ
4)ทุ
กคนต้
องเกี่
ยวข้
อง
5) รู
ปแบบและทางเลื
อกที่
หลากหลาย
6) มี
คุ
ณภาพในทุ
กระดั
บ
จากแนวทางดั
งกล่
าวมี
ผู
้
ที่
มองในเรื่
องของความสํ
าคั
ญของหลั
กสู
ตรการศึ
กษา โดย
สุ
ลั
กษณ์
ศิ
วรั
กษ์
(สั
งคมศาสตร์
การศึ
กษา 2551: 86-88) กล่
าวว่
า กระบวนการทางการศึ
กษาไม่
ใช่
หลั
กสู
ตร แต่
หลั
กสู
ตรคื
อเนื
้
อหาที่
จะถ่
ายทอดความทรงจํ
าทางวั
ฒนธรรม (culturalmemory) ผ่
าน
วิ
ชาต่
าง ๆ ในโรงเรี
ยน (school subject) นั
กทฤษฎี
การศึ
กษาเชิ
งวิ
พากษ์
มองว่
าหลั
กสู
ตรคื
อคํ
าถาม
ทางวั
ฒนธรรมกล่
าวคื
อ จะเข้
าใจหลั
กสู
ตรได้
จะต้
องพิ
จารณาหลั
กสู
ตรสถานศึ
กษาให้
สั
มพั
นธ์
กั
บ
พลวั
ตของวั
ฒนธรรมแสดงให้
เห็
นการเคลื่
อนไหวของโครงสร้
างวั
ฒนธรรมนั
้
นๆด้
วยนอกจากนี
้
นั
กการศึ
กษายั
งมองว่
าในหลั
กสู
ตรที่
พั
ฒนาขึ
้
นนั
้
น ได้
สะท้
อนความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมสถาบั
น
และอั
ตลั
กษณ์
ของสั
งคม เนื
้
อหาที่
อยู
่
ในหลั
กสู
ตรที่
เป็
นด้
านซ่
อนเร้
น (hidden curriculum) อยู
่
นั
้
น
แสดงให้
เห็
นถึ
งเนื
้
อหาลึ
กของรายละเอี
ยดของรายวิ
ชา ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างครู
กั
บนั
กเรี
ยน และ
ระหว่
างนั
กเรี
ยนด้
วยกั
นเองโดยด้
านที่
ซ่
อนเร้
นของหลั
กสู
ตรจะทํ
าให้
วั
ฒนธรรมหลั
กมี
ความเข้
มแข็
ง
ต่
อไป
นอกจากการเรี
ยนการสอนจะประกอบด้
วยหลั
กสู
ตรการศึ
กษาที่
จั
ดขึ
้
นอย่
างเป็
น
รู
ปธรรมแล้
วยั
งมี
หลั
กสู
ตรการเรี
ยนรู
้
อี
กรู
ปแบบหนึ
่
งที่
ถู
กสร้
างขึ
้
นโดยไม่
มี
ลายลั
กษณ์
อั
กษรและไม่
มี
รู
ปแบบการจั
ดหลั
กสู
ตรที่
เป็
นรู
ปธรรมชั
ดเจนแต่
กลั
บมี
อิ
ทธิ
พลต่
อการเปลี่
ยนแปลงพฤติ
กรรมของ
เด็
กนั
กเรี
ยนเป็
นอย่
างมากและบางอย่
างอาจฝั
งลึ
กลงไปถึ
งระดั
บความรู
้
สึ
กนึ
กคิ
ดและจิ
ตวิ
ญญาณของ
เด็
กก็
เป็
นได้
หลั
กสู
ตรดั
งกล่
าวถู
กเรี
ยกว่
า “หลั
กสู
ตรแฝง” (HiddenCurriculum) มี
นั
กคิ
ดหลายคนได้
พยายามศึ
กษาและอธิ
บายถึ
งความหมายและปรากฏการณ์
ของหลั
กสู
ตรแฝงที่
มี
อิ
ทธิ
พลต่
อความ
เปลี่
ยนแปลงความคิ
ดความเชื่
อตลอดจนพฤติ
กรรมของเด็
กนั
กเรี
ยนได้
Michael Apple, 1971 (Apple,Michael. 1971 TheHiddenCurriculum and theNature
of Conflice. Interchange. Vol 2, No. 4, December)พบว่
าพฤติ
กรรมและทั
ศนคติ
ความเชื่
อตลอดจน
ค่
านิ
ยมหลายอย่
างที่
เกิ
ดขึ
้
นกั
บนั
กเรี
ยนและที่
นั
กเรี
ยนได้
รั
บเป็
นผลมาจากประสบการณ์
การเรี
ยนรู
้
ที่
ทางโรงเรี
ยนไม่
ได้
ตั
้
งใจจั
ดให้
กั
บนั
กเรี
ยนแต่
อย่
างไรแต่
เป็
นผลที่
เกิ
ดจากสิ่
งที่
นั
กการศึ
กษาเหล่
านี
้
เรี
ยกว่
าหลั
กสู
ตรแฝง ยกตั
วอย่
างเช่
นกรณี
ประสบการณ์
การเรี
ยนวิ
ชาคณิ
ตศาสตร์
กั
บครู
ที่
ไม่
สนใจ
ว่
านั
กเรี
ยนจะมี
เวลาทํ
าการบ้
านจํ
านวนมากๆได้
ทั
นเวลาที่
กํ
าหนดหรื
อไม่
ทํ
าให้
นั
กเรี
ยนมี
ทั
ศนคติ
ที่