23
3.3วิ
ธี
การเก็
บข้
อมู
ล
ผู
้
วิ
จั
ยได้
เข้
าไปใช้
ชี
วิ
ตอยู
่
ในพื
้
นที่
วิ
จั
ยเพื่
อเก็
บข้
อมู
ลเป็
นเวลาประมาณ 3 เดื
อนและยั
ง
ได้
เดิ
นทางเที
ยวไปเที
ยวมาเพื่
อเก็
บข้
อมู
ลเพิ่
มเติ
มอี
กประมาณ 3 เดื
อน รวมเป็
นระยะเวลาในการเก็
บ
ข้
อมู
ลนานประมาณ 6 เดื
อนซึ
่
งระหว่
างที่
เก็
บข้
อมู
ลผู
้
วิ
จั
ยจะร่
วมทํ
ากิ
จกรรมกั
บครู
และเด็
กนั
กเรี
ยน
ในโรงเรี
ยนบ้
านท่
าล้
ง เพื่
อสั
งเกตพฤติ
กรรมและเก็
บข้
อมู
ลไปด้
วยอี
กทั
้
งยั
งเป็
นการสร้
างความคุ
้
นเคย
กั
บครู
และเด็
กนั
กเรี
ยนทํ
าให้
สามารถเข้
าถึ
งข้
อมู
ลในระดั
บลึ
ก (Deep information) ได้
ง่
ายยิ่
งขึ
้
น
สํ
าหรั
บวิ
ธี
การเก็
บข้
อมู
ลใช้
เทคนิ
คการเก็
บข้
อมู
ลหลายรู
ปแบบดั
งนี
้
3.3.1
การสั
งเกตแบบมี
ส่
วนร่
วม (ParticipantObservation)
ได้
แก่
1) การร่
วมทํ
ากิ
จกรรมต่
าง ๆ ในชุ
มชนตามโอกาสและตามวั
ฒนธรรมประเพณี
ของ
ชาวบรู
เพื่
อสร้
างความคุ
้
นเคยกั
บชาวบ้
านและเข้
าใจพฤติ
กรรมต่
างๆได้
ดี
ยิ่
งขึ
้
น
2) การสั
งเกตและร่
วมทํ
ากิ
จกรรมกั
บเด็
กนั
กเรี
ยน เช่
นการขอเป็
นครู
อาสาสมั
ครกั
บทาง
โรงเรี
ยนเพื่
อทํ
าการสอนหรื
อช่
วยสอนเด็
กในบางรายวิ
ชาซึ
่
งจะช่
วยให้
การสั
งเกตพฤติ
กรรมมี
ความ
ชั
ดเจนยิ่
งขึ
้
นและสามารถเข้
าใจพฤติ
กรรมของเด็
กได้
มากขึ
้
นด้
วย
3.3.2
การสั
งเกตแบบไม่
มี
ส่
วนร่
วม (Non-participantObservation)
ได้
แก่
1) การสั
งเกตการเรี
ยนการสอนทั
้
งในและนอกห้
องเรี
ยน โดยสั
งเกตพฤติ
กรรมวิ
ธี
การ
สอนการสื่
อสารพู
ดคุ
ยตลอดจนปฏิ
สั
มพั
นธ์
ระหว่
างครู
และนั
กเรี
ยน
2) การสั
งเกตปฏิ
สั
มพั
นธ์
ระหว่
างเด็
กกั
บบุ
คคลรอบข้
าง ได้
แก่
เพื่
อนผู
้
ปกครองพี่
น้
อง
เครื
อญาติ
ตลอดจนบุ
คคลทั่
วไป
3.3.3
การสั
มภาษณ์
อย่
างเป็
นทางการกึ่
งทางการและไม่
เป็
นทางการ
ได้
แก่
ครู
เด็
ก ผู
้
ปกครอง แกนนํ
าชุ
มชน องค์
กรหรื
อหน่
วยงานภายในและภายนอกที่
มี
บทบาทต่
อชุ
มชน โดยการสั
มภาษณ์
อย่
างไม่
เป็
นทางการจะเป็
นการพู
ดคุ
ยทั่
วไปส่
วนการสั
มภาษณ์
กึ
่
งทางการจะเป็
นการพู
ดคุ
ยเพื่
อสรุ
ปบทเรี
ยนหรื
อจั
ดกลุ่
มสั
มมนาพู
ดคุ
ยเพื่
อแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
้
กั
นตาม
โอกาส และการสั
มภาษณ์
อย่
างเป็
นทางการจะใช้
เมื่
อสอบถามข้
อมู
ลกั
บหน่
วยงานหรื
อองค์
กรที่
เกี่
ยวข้
องกั
บชุ
มชนและหน่
วยงานหรื
อองค์
กรนั
้
นๆมี
ลั
กษณะที่
เป็
นทางการ