ne191 - page 24

ทิ
พวรรณ พ่
อขั
นชาย
ทบทวนวรรณกรรม / 16
ไม่
ดี
ต่
อวิ
ชาคณิ
ตศาสตร์
ถึ
งกั
บไม่
ยอมเลื
อกเรี
ยนวิ
ชานี
ในระดั
บสู
งๆต่
อไปทั
งๆที่
เขามี
ความสามารถ
ในด้
านนี
เป็
นอย่
างมากซึ
งแน่
นอนว่
าประสบการณ์
ที่
เกิ
ดขึ
นจริ
งและมี
ผลกระทบต่
อทั
ศนคติ
และ
การศึ
กษาต่
อของนั
กเรี
ยนดั
งกล่
าวนี
ไม่
ได้
อยู
ในวั
ตถุ
ประสงค์
เชิ
งพฤติ
กรรมที่
กํ
าหนดไว้
ในหลั
กสู
ตร
แต่
อย่
างไร แต่
เป็
นอิ
ทธิ
พลของหลั
กสู
ตรแฝงตามความหมายของMichael Apple แต่
ที่
สํ
าคั
ญคื
พฤติ
กรรมแฝงเหล่
านี
ไม่
ได้
มี
การวั
ดและประเมิ
นอย่
างเป็
นรู
ปธรรมสิ่
งที่
ทํ
าการวั
ดอย่
างจริ
งจั
งเป็
รู
ปธรรมมากที่
สุ
ดในระบบโรงเรี
ยนคื
อการวั
ดความรู
ของนั
กเรี
ยน
อี
กแนวคิ
ดหนึ
งในเรื่
องหลั
กสู
ตรแฝงของMichael Apple, 1986 (อ้
างในสํ
าลี
ทองธิ
การศึ
กษาและอํ
านาจ 2529: 67-72) มองว่
า เมื่
อเรามองถึ
งหลั
กสู
ตรแฝงสั
งคมต้
องการคนที่
เชื่
องและ
อยู
ในกรอบดั
งนั
นโรงเรี
ยนจะใช้
ระบบหลั
กสู
ตรแฝง เพื่
อทํ
าให้
เกิ
ดความมั่
นใจกั
บสั
งคมว่
านั
กเรี
ยน
ที่
ตนผลิ
ตจะมี
คุ
ณลั
กษณะเชื่
องอยู
ในกรอบตามต้
องการ โดยวั
ฒนธรรมในโรงเรี
ยนเป็
นสิ่
งที่
เกิ
ขึ
นอยู
ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
นของครู
และนั
กเรี
ยน ดั
งนั
นจึ
งเท่
ากั
บว่
าเป็
นสิ่
งมี
ชี
วิ
ต และเพราะว่
ามั
นอยู
ระหว่
างทางสองแพร่
ง คื
อระหว่
างอาณาจั
กรของระบบเศรษฐกิ
จ และระบบวั
ฒนธรรมในสั
งคม
หลั
กการและกระบวนการควบคุ
ม จึ
งไม่
อาจใช้
ได้
อย่
างตรง ๆ ภายในโรงเรี
ยน แต่
Apple ก็
ได้
ชี
ให้
เห็
นว่
ายั
งมี
การมองในแง่
อื่
นๆอี
กนั่
นคื
อเรื่
องของการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตประจํ
าวั
นของคนในสั
งคม ยั
มี
ลั
กษณะความสั
มพั
นธ์
แบบพึ
งพาอาศั
ยกั
นและกั
นระหว่
างสถาบั
นการศึ
กษา กั
บสถาบั
นเศรษฐกิ
โดยสถาบั
นในสั
งคมมี
ความสั
มพั
นธ์
และสามารถโต้
ตอบกั
นได้
ทั
งเชิ
งคล้
อยตามและขั
ดแย้
งกั
นซึ
เป็
นเหตุ
ให้
นั
กเรี
ยนบางกลุ่
มสามารถแสดงพฤติ
กรรมต่
อต้
านข้
อกํ
าหนดบางอย่
างทางสั
งคมได้
อย่
างไรก็
ตามเวลาที่
พิ
จารณาการศึ
กษาคงต้
องดู
ว่
านโยบายและความรู
ของรั
ฐจะแปรมา
สู
การศึ
กษาในโรงเรี
ยนได้
อย่
างไร Michael Apple, 2001 ชี
ว่
า เราควรพิ
จารณาพื
นที่
หรื
อเวที
การศึ
กษาออกเป็
น 3 เวที
คื
อ เวที
แรกคื
อ เวที
“การผลิ
ต” (production) ที่
ที่
ความรู
ใหม่
จะถู
กสร้
าง/
พั
ฒนาขึ
นมา เวที
ที่
สองคื
อ เวที
“การผลิ
ตซํ
า” (reproduction) ที่
ที่
การเรี
ยนการสอนและหลั
กสู
ตร
แสดงบทบาทจริ
งในโรงเรี
ยน เวที
ที่
สามคื
อ เวที
ของการ “สร้
างบริ
บทใหม่
” (recontexualizing) ที่
ที่
วาทกรรมจากเวที
ที่
หนึ
งซึ
งผ่
านการยื
อแย่
งไว้
แล้
ว และแปรสู
วาทกรรมการเรี
ยนการสอนและการ
สนั
บสนุ
นจากรั
Anderson, 1998 (อ้
างใน ศิ
วรั
กษ์
ศิ
วารมย์
2551: 99) เสนอแนวคิ
ดเรื่
องอํ
านาจที่
ประกอบเป็
นเนื
อหนึ
งของความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคม โดยเฉพาะสั
งคมปั
จจุ
บั
นที่
อํ
านาจแสดงออกผ่
าน
ความสั
มพั
นธ์
ทางสถาบั
นที่
จั
ดระเบี
ยบวี
ธี
คิ
ดของพวกเราไว้
และแสดงการกระทํ
าผ่
านการควบคุ
ตนเอง รู
ปแบบใหม่
ของอํ
านาจคื
อชี
วิ
ตประจํ
าวั
น งานประจํ
า เวลา การเคลื่
อนไหว อํ
านาจได้
หยั่
รากลึ
กลงไปในจิ
ตวิ
ญญาณด้
วย ไม่
ว่
าจะเป็
นการกํ
าหนดผิ
ดถู
กดี
ชั่
วบรรทั
ดฐาน/เบี่
ยงเบนสิ่
งที่
ควร
1...,14,15,16,17,18,19,20,21,22,23 25,26,27,28,29,30,31,32,33,34,...244
Powered by FlippingBook