ct154 - page 29

21
จะช่
วยให้
สามารถวิ
เคราะห์
ปรากฎการณ์
ที่
เปลี่
ยนแปลงไปในประเด็
นนี้
ได้
เพราะหั
วใจของแนวคิ
ดได้
บอกว่
า สั
งคมมี
ความเป็
นพลวั
ตอยู่
ตลอดเวลา การเปลี่
ยนแปลงเป็
นผลมาจากการปรั
บตั
วให้
เข้
ากั
สภาพแวดล้
อม โดยมี
พื้
นฐานสาคั
ญคื
อ เทคโนโลยี
การผลิ
ตโครงสร้
างสั
งคม และลั
กษณะของ
สภาพแวดล้
อมธรรมชาติ
เป็
นเงื่
อนไข ดั
งนั้
นการจะทาความเข้
าใจในเรื่
องการจั
ดการทรั
พยากรท้
องถิ่
ของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ตั้
งแต่
ยุ
คการหาของป่
าปลู
กกระวานและเจาะหลุ
มน้
ามั
นยาง เรื่
อยมาจนปั
จจุ
บั
นเป็
การผลิ
ตเชิ
งพาณิ
ชย์
อย่
างการทาสวนผลไม้
พื
ชเศรษฐกิ
จมั
นสาปะหลั
ง สู่
การทาสวนยางพารา
จนกระทั่
งบางครอบครั
วต้
องขายที่
ดิ
นและผั
นตั
วเองไปเป็
นแรงงานในภาคอุ
ตสาหกรรม
9.4 แนวคิ
ดนิ
เวศวิ
ทยำกำรเมื
อง
นิ
เวศวิ
ทยาการเมื
องเป็
นแนวคิ
ดเชิ
งวิ
พากษ์
(Critical Approach) ในการศึ
กษาปั
ญหา
สิ่
งแวดล้
อมที่
ถื
อกาเนิ
ดขึ้
นในช่
วงทศวรรษ 1980 มี
จุ
ดเริ่
มต้
นมาจากความรุ
นแรงของปั
ญหาสิ่
งแวดล้
อมที่
มี
มากขึ้
นโดยเฉพาะในประเทศโลกที่
สาม ที่
มี
การถกเถี
ยงกั
น ถึ
งสาเหตุ
ของความเสื่
อมโทรมของระบบ
นิ
เวศและสิ่
งแวดล้
อม และนั
กสั
งคมศาสตร์
ได้
เริ่
มตระหนั
กมากขึ้
น ถึ
งความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างปั
ญหา
สิ่
งแวดล้
อมและความสาคั
ญทางการเมื
อง นิ
เวศวิ
ทยาการเมื
องจึ
งเกิ
ดขึ้
นในฐานะที่
เป็
นกระบวนทั
ศน์
ใหม่
ในการศึ
กษาความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างปั
ญหาสิ่
งแวดล้
อมกั
บพั
ฒนาการทางเศรษฐกิ
จและการเมื
อง (ไชย
ณรงค์
เศรษฐเชื้
อ. 2543 : 23-24)
ปรี
ชา เปี่
ยมพงศ์
สานต์
กล่
าวว่
า นิ
เวศวิ
ทยาการเมื
องเป็
นการมองว่
าอิ
ทธิ
พล และผลประโยชน์
ของชนชั้
นที่
ครอบงาสั
งคมจะเป็
นอุ
ปสรรคอย่
างมากต่
อการอนุ
รั
กษ์
ทรั
พยากรธรรมชาติ
และการพั
ฒนา
สิ่
งแวดล้
อม ดั
งนั้
น จึ
งต้
องตระหนั
กถึ
งอิ
ทธิ
พลและบทบาทของอานาจทางเศรษฐกิ
จการเมื
องที่
มี
ต่
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างระบบเศรษฐกิ
จและระบบนิ
เวศ เพราะในการแสวงหาผลประโยชน์
และกาไรสู
งสุ
ของกลุ่
มอานาจทางเศรษฐกิ
จการเมื
อง จะมี
การสร้
างระบบชนชั้
น และการแบ่
งแยกสั
งคมโดยการลาดั
ชั้
น ขึ้
นมาเพื่
อสนั
บสนุ
นให้
บรรลุ
เป้
าหมาย และอาศั
ยระบบนี้
ในการขู
ดรี
ดประชาชน ขณะเดี
ยวกั
นก็
ขู
รี
ดธรรมชาติ
ด้
วยระบบอุ
ตสาหกรรมนิ
ยม ซึ่
งการขู
ดรี
ดทั้
งสองนี้
ได้
สร้
างความทรุ
ดโทรมให้
กั
บชี
วิ
ตมนุ
ษย์
และธรรมชาติ
ไปพร้
อมๆ กั
น และมองว่
าปั
ญหาสิ่
งแวดล้
อมมี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บปั
ญหาสั
งคม เพราะทั้
สองปั
ญหาเกิ
ดขึ้
นในกระบวนการซึ่
งเกี่
ยวพั
นกั
บระบบชนชั้
น การครอบงาและการควบคุ
มสั
งคม ดั
งนั้
การแก้
ไขจึ
งจาเป็
นต้
องมี
การปรั
บเปลี่
ยนระบบและโครงสร้
างอานาจทางเศรษฐกิ
จการเมื
องอย่
างรอบ
ด้
าน รวมไปถึ
งการสร้
างความสานึ
กใหม่
ทางนิ
เวศ ซึ่
งจะกระตุ้
นให้
ผู้
คนในสั
งคมมี
ความตื่
นตั
วเกี่
ยวกั
ธรรมชาติ
และตระหนั
กถึ
งความจาเป็
นที่
จะต้
องสร้
างสั
งคมใหม่
ที่
มี
ความเป็
นธรรมไร้
การกดขี่
ขู
ดรี
นอกจากนี้
นิ
เวศวิ
ทยาการเมื
องยั
งเป็
นการผนวกเอาข้
อพิ
จารณาทางด้
านเศรษฐศาสตร์
การเมื
อง
(Political Economy) ซึ่
งเป็
นแนววิ
เคราะห์
เชิ
งวิ
พากษ์
และชนชั้
น รวมเข้
ากั
บหลั
กการทางนิ
เวศวิ
ทยา
1...,19,20,21,22,23,24,25,26,27,28 30,31,32,33,34,35,36,37,38,39,...145
Powered by FlippingBook