ct154 - page 25

17
ในชาติ
พั
นธุ์
อี
กครั้
งหนึ่
ง โดยนาสั
ญลั
กษณ์
ต่
างๆ ที่
ถู
กพั
ฒนาขึ้
นมาใช้
เป็
นกลไกในการต่
อรองและเข้
าถึ
อานาจทางการเมื
องเพื่
อดารงรั
กษาความเป็
นกลุ่
มตนเองเอาไว้
และเพื่
อสร้
างเครื
อข่
ายอานาจของกลุ่
มใน
การผู
กขาดการค้
าและสิ
ทธิ
ทางการเมื
อง การผู
กขาดทางการค้
าของกลุ่
มโดยอาศั
ยการตั้
งองค์
กรสมาคม
ที่
ไม่
เป็
นทางการของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
จะเกิ
ดขึ้
นก็
ต่
อเมื่
อมี
การแข่
งขั
นกั
นระหว่
างกลุ่
มต่
างๆ ที่
อยู่
ร่
วมพื้
นที่
สั
งคมเดี
ยวกั
น การแข่
งขั
นที่
เกิ
ดขึ้
นจึ
งมี
รากฐานมาจากความแตกต่
างของความเป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ทาให้
เกิ
ดการแข่
งขั
นต่
อรองทางการเมื
องโดยอาศั
ยสั
ญลั
กษณ์
ต่
างๆ ของการรวมกลุ่
มเป็
นกลไกที่
สร้
างความ
แข็
งแกร่
งให้
กั
บกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
โคเฮน ได้
แยกลั
กษณะของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ที่
เผชิ
ญสถานการณ์
การเปลี่
ยนแปลงทางประเพณี
และ
การเมื
องเอาไว้
ว่
า หลั
งจากที่
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ต่
างๆใน Africa ได้
ตกอยู่
ภายใต้
อาณานิ
คมรั
ฐอาฟริ
กา ทาให้
เกิ
ดปรากฏการณ์
ที่
ตรงกั
นข้
าม 2 ปรากฏการณ์
คื
1) ปรำกฏกำรณ์
กำรลดทอนควำมเป็
นกลุ่
มชำติ
พั
นธุ์
(Detribalization)
คื
อ กลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
บางกลุ่
มต้
องปรั
บตั
วในการติ
ดต่
อกั
บกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
อื่
นจนสู
ญเสี
ยวั
ฒนธรรมบางส่
วนของตนเองลงไป และ
รั
บวั
ฒนธรรมจากกลุ่
มอื่
น ก่
อให้
เกิ
ดการผสมกลมกลื
นกั
บวั
ฒนธรรมกลุ่
มอื่
นที่
มี
อิ
ทธิ
พล ทาให้
เกิ
ดการ
สู
ญเสี
ยสานึ
กทางชาติ
พั
นธุ์
การรั
บเอาระบบการเมื
องใหม่
ของกลุ่
มวั
ฒนธรรมหลั
กทาให้
เกิ
ดการ
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
นทางเศรษฐกิ
จและการเมื
องในกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ที่
ต้
องอยู่
ใต้
อิ
ทธิ
พลการปกครองของสั
งคมที่
ใหญ่
กว่
า ดั
งนั้
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ที่
เกิ
ดปรากฏการณ์
นี้
จะสู
ญเสี
ยความเป็
นตั
วตนลงไป โดยการรั
บเอา
สั
ญลั
กษณ์
วั
ฒนธรรมในสั
งคมสมั
ยใหม่
มาเป็
นกลไกในการสร้
างกลุ่
มการเมื
องอย่
างเป็
นทางการ
2) ปรำกฏกำรณ์
ฟื้
นฟู
ควำมเป็
นกลุ่
มชำติ
พั
นธุ์
(Retribalization)
คื
อกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
บางกลุ่
แสดงเอกลั
กษณ์
ของกลุ่
มของตนเองขึ้
นมาแตกต่
างจากกลุ่
มอื่
น ในลั
กษณะการผลิ
ตซ้
า และพั
ฒนา
สั
ญลั
กษณ์
ประเพณี
ของตั
วเองให้
เด่
นชั
ดขึ้
น ปรากฏการณ์
นี้
เป็
นการสร้
างการรวมตั
วในกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ในทางการเมื
องขึ้
นมาโดยสร้
างความเข้
มข้
นในการปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
นในหมู่
พวกเดี
ยวกั
นเพิ่
มขึ้
น มี
การอ้
างถึ
ประเพณี
ตานาน ค่
านิ
ยม และสั
ญลั
กษณ์
ต่
างๆ ของวั
ฒนธรรมของตนเพื่
อสร้
างองค์
กรทางการเมื
อง
อย่
างไม่
เป็
นทางการ ในการเผชิ
ญอานาจกั
บกลุ่
มอื่
นๆ เพื่
อเข้
าไปมี
บทบาทในสิ
ทธิ
และผลประโยชน์
ใน
บริ
บทสั
งคมนั้
นให้
ได้
มากขึ้
น การผลิ
ตซ้
าทางชาติ
พั
นธุ์
และการอ้
างถึ
งสั
ญลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ์
เป็
นผลมา
จากอิ
ทธิ
พลของการรุ
กเข้
ามาของสั
งคมรั
ฐ ทั้
งด้
านการปกครอง การเมื
อง และเศรษฐกิ
จ ทาให้
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
นั้
นมี
ความต้
องการรั
กษาองค์
กรทางสั
งคมของกลุ่
มตนเองให้
คงอยู่
การใช้
สั
ญลั
กษณ์
ทางวั
ฒนธรรม
ในกลุ่
มตนเองจึ
งถู
กสร้
างมาเพื่
อเป็
นกลไกในการรวมกลุ่
มทางการเมื
องอย่
างไม่
เป็
นทางการในชาติ
พั
นธุ์
ตนเองให้
แตกต่
างและแยกออกไปจากกลุ่
มสั
งคมและชาติ
พั
นธุ์
อื่
น (มนตรา พงษ์
นิ
ล.2541:26-27)
1...,15,16,17,18,19,20,21,22,23,24 26,27,28,29,30,31,32,33,34,35,...145
Powered by FlippingBook