ct154 - page 24

16
แนวคิ
ดของ โคเฮน (Abner Cohen) เป็
นการศึ
กษาปรากฏการณ์
การกลั
บมารวมเป็
นเผ่
(Re-tribalization) ของชาวเฮาซา (Hausa) ที่
อิ
บาดั
น(Ibadan) ในแอฟริ
กา พบว่
า การธารงชาติ
พั
นธุ์
เป็
นปรากฏการณ์
ทางการเมื
องที่
จาเป็
นต้
องกลั
บมารวมกลุ่
มกั
นของชาวพื้
นเมื
อง เป็
นผลมาจากความ
จาเป็
นในการปกป้
องผลประโยชน์
ทางเศรษฐกิ
จของพวกเขา การธารงชาติ
พั
นธุ์
จึ
งมี
รู
ปแบบของการ
ปะทะสั
งสรรค์
ระหว่
างกลุ่
มวั
ฒนธรรมที่
ดาเนิ
นอยู่
ภายในบริ
บททางสั
งคมร่
วมกั
น และเป็
นปรากฏการณ์
ที่
ซั
บซ้
อนเกี่
ยวกั
บปั
จจั
ยทางจิ
ตวิ
ทยา ประวั
ติ
ศาสตร์
เศรษฐกิ
จและการเมื
อง เขาเห็
นว่
า การธารงชาติ
พั
นธุ์
เป็
นเครื่
องมื
อหรื
อวิ
ธี
การทางทฤษฎี
ของความรู้
ที่
พั
ฒนาขึ้
นมาโดยชาวแอฟริ
กา เพื่
อให้
พวกเขา
เข้
าใจ ความซั
บซ้
อนยุ่
งเหยิ
งและควาามไม่
เป็
นอั
นหนึ่
งอั
นเดี
ยวกั
นของสั
งคมเมื
อง โดยการจั
ดจาแนก
ชาวเมื
องคนอื่
นๆ เป็
นกลุ่
มเผ่
า (อธิ
ตา สุ
นทโรทก.2539:29)
ตามแนวคิ
ด โคเฮน(Abner Cohen) การปฏิ
สั
มพั
นธ์
ระหว่
างสมาชิ
กที่
ต่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
กั
เกิ
ดขึ้
นในขณะที่
แต่
ละฝ่
ายแสดงให้
เห็
นถึ
งอั
ตลั
กษณ์
ชาติ
พั
นธุ์
ในระดั
บขั้
นต่
างๆ กั
น อั
นเนื่
องจากเงื่
อนไขที่
หลากหลาย เช่
น ลั
กษณะการเมื
อง หรื
อความสั
มพั
นธ์
ทางเศรษฐกิ
จ เพราะว่
าในบริ
บทที่
มี
การแข่
งขั
แย่
งชิ
งทรั
พยากรการผลิ
ต และการแลกเปลี่
ยนทางเศรษฐกิ
จจะเกิ
ดกลุ่
มผลประโยชน์
ต่
างๆ ขึ้
น แต่
ละ
กลุ่
มจะมี
ผลประโยชน์
ร่
วมกั
น และจะประสบความสาเร็
จในการปฏิ
บั
ติ
การในฐานะกลุ่
มต่
อไปได้
ก็
ต่
อเมื่
พั
ฒนากลไกที่
ทาหน้
าที่
ในการจั
ดระเบี
ยบกลุ่
มขึ้
นมา เช่
น การเน้
นความแตกต่
างที่
มี
กั
บกลุ่
มอื่
น การ
สื่
อสารภายในกลุ่
ม การจั
ดระเบี
ยบโครงสร้
างอานาจ การพั
ฒนาอุ
ดมการณ์
และ การเรี
ยนรู้
ทางสั
งคม
ในบทความ “Introduction: The Lesson of Ethnicity” ของ โคเฮน ได้
ศึ
กษาปรากฏการณ์
ของชนเผ่
า หมู่
บ้
าน และชุ
มชนที่
เคยโดดเดี่
ยว และได้
กลายมาเป็
นส่
วนหนึ่
งของรั
ฐสมั
ยใหม่
และ
ปรั
บเปลี่
ยนมาเป็
น “การรวมตั
วทางชาติ
พั
นธุ์
” หรื
อ กลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ที่
มี
บรรทั
ดฐานพฤติ
กรรมบางอย่
าง
ร่
วมกั
น เช่
น ระบบเครื
อญาติ
การแต่
งกาย ประเพณี
และพิ
ธี
กรรม ซึ่
งสมาชิ
กของแต่
ละกลุ่
มได้
เรี
ยนรู้
โดย
กระบวนการทางสั
งคม ทาให้
มี
ประสบการณ์
และจิ
ตสานึ
กทางชาติ
พั
นธุ์
และแสดงออกในการปฎิ
สั
มพั
นธ์
กั
บกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
อื่
นในระบบสั
งคมร่
วมกั
น โดยที่
สมาชิ
กของแต่
ละกลุ่
มอาจจะยึ
ดถื
อบรรทั
ดฐาน
พฤติ
กรรมของกลุ่
มในระดั
บขั้
นที่
ต่
างกั
นในระหว่
างที่
ได้
มี
การปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
น (Abner Cohen. 1974)
ในตอนแรกสั
ญลั
กษณ์
ของความเป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
นี้
มี
ลั
กษณะเป็
นนามธรรม แต่
พั
ฒนาสภาพมา
เป็
นรู
ปธรรม ในแง่
ที่
ดารงอยู่
และเป็
นที่
ยอมรั
บของทั้
งคนในกลุ่
มและนอกกลุ่
ม และเป็
นข้
อกาหนดในเชิ
พฤติ
กรรมสาหรั
บบุ
คคลที่
ต้
องมาเกี่
ยวข้
องปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
จากที่
กล่
าวมาจะเห็
นได้
ว่
า โคเฮน (Abner Cohen) มี
สมมติ
ฐานพื้
นฐานว่
า การที่
อิ
ทธิ
พลของ
ระบบรั
ฐเข้
ามามี
บทบาทในด้
านต่
างๆ ภายในกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ทาให้
เกิ
ดความวิ
ตกกั
งวลว่
ากลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
นั้
นๆ จะสู
ญเสี
ยวิ
ถี
ชี
วิ
ตหรื
อความสานึ
กของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ตนเองลงไป จึ
งทาให้
เกิ
ดกระแสการสร้
างสานึ
1...,14,15,16,17,18,19,20,21,22,23 25,26,27,28,29,30,31,32,33,34,...145
Powered by FlippingBook