ct154 - page 114

106
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างผู้
นาบ้
านคลองพลู
กั
บสถาบั
นการศึ
กษาด้
านภาษาศาสตร์
ไม่
ใช่
เฉพาะด้
าน
การส่
งเสริ
มการฟื้
นฟู
ภาษาชองอย่
างเดี
ยว แต่
เขาได้
เรี
ยนรู้
ระบบโครงสร้
างทางภาษา ระบบการเขี
ยน
ภาษา การสะกดคา ระบบการใช้
เสี
ยง การเขี
ยนสั
ทอั
กษร และการเขี
ยนโฟนี
ติ
ก จึ
งทาให้
การประดิ
ษฐ์
อั
กษรชองมี
การพั
ฒนาขึ้
นมาอย่
างต่
อเนื่
อง และเมื่
อประดิ
ษฐ์
อั
กษรขึ้
นแต่
ละครั้
งก็
จะขอคายื
นยั
น และ
คาแนะนาจากอาจารย์
ตามสถาบั
นการศึ
กษาต่
างๆ โดยมี
เป้
าหมายว่
า หากประดิ
ษฐ์
อั
กษรภาษาชอง
ประสบความสาเร็
จ จะเป็
นช่
องทางหนึ่
งในการเสนอโครงการวิ
จั
ยเพื่
อผลิ
ตอั
กษรเขี
ยนภาษาชองใช้
ในการ
เรี
ยนการสอนในท้
องถิ่
น ดั
งนั้
นความสาเร็
จของการประดิ
ษฐ์
อั
กษร จึ
งอยู่
ตรงจุ
ดที่
ว่
า สามารถจั
ดเสนอ
โครงการวิ
จั
ย เพื่
อเป็
นทุ
นในการผลิ
ตและเผยแพร่
อั
กษรภาษาชองต่
อไป ซึ่
งผู้
นาบ้
านคลองพลู
ได้
ประดิ
ษฐ์
อั
กษรชองแล้
วนาไปให้
อาจารย์
จากสถาบั
นวิ
ชาการตรวจสอบหลายครั้
ง แต่
ไม่
ประสบผลสาเร็
จ ด้
วย
เหตุ
ผลทางความคิ
ดที่
แตกต่
างกั
น คื
อ ภาษาชองไม่
เคยมี
ภาษาเขี
ยน ดั
งนั้
นการอนุ
รั
กษ์
ภาษาชอง จึ
งอยู่
ตรงที่
การทาให้
ภาษาที่
เคยใช้
อยู่
ในชี
วิ
ตประจาวั
น หวนคื
นกลั
บมาใช้
ใหม่
ซึ่
งเป็
นหลั
กของการอนุ
รั
กษ์
ภาษาท้
องถิ่
น ตรงกั
นข้
ามกั
บปฏิ
บั
ติ
การของการประดิ
ษฐ์
ภาษาเขี
ยนชองที่
ไม่
เคยมี
ขึ้
นมา ที่
สาคั
ญภาษา
เขี
ยนชองเป็
นการคิ
ดประดิ
ษฐ์
โดยเริ่
มจากบุ
คคลเพี
ยงคนเดี
ยว ทาให้
อั
กษรเขี
ยนภาษาชอง ไม่
เป็
นที่
ยอมรั
บจากสถาบั
นวิ
ชาการ และคนท้
องถิ่
อย่
างไรก็
ตาม แม้
ว่
าทั้
งสถาบั
นวิ
ชาการ และคนท้
องถิ่
น จะไม่
เห็
นความสาคั
ญของการประดิ
ษฐ์
อั
กษรชองขึ้
นมา แต่
ก็
ไม่
ทาให้
ความพยายามประดิ
ษฐ์
อั
กษรหมดสิ้
นไป ผู้
วิ
จั
ยพบว่
า ภายใต้
สถานการณ์
การไม่
ยอมรั
บจากสั
งคมรอบข้
างในเรื่
องการประดิ
ษฐ์
อั
กษรนั้
น ผู้
นาบ้
านคลองพลู
ได้
สร้
างแรงกระตุ้
การประดิ
ษฐ์
อั
กษรชองขึ้
นมาใหม่
อี
กครั้
ง จากเมื่
อช่
วงปี
พ.ศ.2536 เขาต้
องการอนุ
รั
กษ์
ภาษาชอง และ
ทาให้
ความเป็
นชองโดดเด่
นตามความต้
องการของคนภายนอกเท่
านั้
น มาสู่
แรงกระตุ้
นจากภาพวี
รบุ
รุ
ในประวั
ติ
ศาสตร์
คื
อ “พ่
อขุ
นรามคาแหง” ที่
คิ
ดประดิ
ษฐ์
อั
กษรลายสื
อไทยขึ้
นมา ซึ่
งพระปรี
ชาสามารถ
ของพ่
อขุ
นรามคาแหงมหาราช ได้
ถู
กนาเสนอผ่
านสื่
อต่
างๆ พร้
อมทั้
งคาอธิ
บายการยกย่
องจากองค์
การ
ศึ
กษาวิ
ทยาศาสตร์
และวั
ฒนธรรมแห่
งสหประชาชาติ
(ยู
เนสโก) ให้
ศิ
ลาจารึ
กหลั
กนี้
เป็
นเอกสารมรดกไทย
เอกสารมรดกโลก และจดทะเบี
ยนให้
เป็
นเอกสารมรดกแห่
งความทรงจาของโลก (memory of the
world) มี
การเน้
นการยกย่
องพระอั
จฉริ
ยภาพในการประดิ
ษฐ์
และคิ
ดค้
นตั
วอั
กษรไทยขึ้
นมา เพื่
อใช้
สาหรั
บชาติ
ไทยของพระองค์
ดั
งนั้
นพ่
อขุ
นรามคาแหง จึ
งกลายเป็
นต้
นแบบของผู้
นาบ้
านคลองพลู
ในการคิ
ดประดิ
ษฐ์
อั
กษรชอง
ขึ้
นมาใช้
ในกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ชอง ซี่
ง ผู้
นาบ้
านคลองพลู
กล่
าวว่
า “การประดิ
ษฐ์
อั
กษรชองของผม แม้
วั
นนี้
คน
อื่
นเขาไม่
เข้
าใจ แต่
ผมเชื่
อว่
า ในวั
นข้
างหน้
า เขาก็
จะเข้
าใจสิ่
งที่
ผมทาในวั
นนี้
เอง” (เฉิ
น ผั
นผาย.2550:
สั
มภาษณ์
)
ผู้
วิ
จั
ยพบว่
า ความสาเร็
จในการประดิ
ษฐ์
อั
กษรภาษาชอง เกิ
ดขึ้
น เมื่
อปี
พ.ศ.2548 หลั
งจากนั
ธุ
รกิ
จชาวแคนาดา ดั
น แอนเดอร์
สั
น (Mr. Doug Anderson) ซึ่
งทางานเกี่
ยวกั
บการเขี
ยนโปรแกรม
1...,104,105,106,107,108,109,110,111,112,113 115,116,117,118,119,120,121,122,123,124,...145
Powered by FlippingBook