ct154 - page 113

105
ศั
กดิ์
ศรี
ความเป็
นชอง นอกจากนี้
การมี
เพลงชองเป็
นของตนเอง ถื
อได้
ว่
าเป็
นเครื่
องมื
ออย่
างหนึ่
งในการ
รวมสร้
างอั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ์
อย่
างน้
อยก็
เป็
นการเคลื่
อนไหวของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ที่
ต้
องการร้
องหา
ตาแหน่
งแห่
งที่
ทางชาติ
พั
นธุ์
ในฐานะกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
หนึ่
งๆ มิ
ใช่
เพี
ยงกล่
าวว่
าคนชองคื
อ กลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ย่
อย
ในสายมอญ-เขมร หรื
อกลุ่
มคนเล็
กๆ เท่
านั้
น แต่
ควรอย่
างยิ่
งที่
จะกล่
าวว่
า กลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ชอง เป็
นส่
วนหนึ่
ของกลุ่
มคนที่
มี
อยู่
อย่
างหลากหลายในประเทศไทย ดั
งการปรากฏเสี
ยงเพลงทางชาติ
พั
นธุ์
ชอง ที่
มี
การ
บรรเลงขึ้
น เพื่
อขั
บกล่
อมความบั
นเทิ
งในกลุ่
มคนท้
องถิ่
2.2 การประดิ
ษฐ์
อั
กษรภาษาชองเพื่
อสื
บทอดสานึ
กทางวั
ฒนธรรมชอง
ภาษาเป็
นอั
ตลั
กษณ์
ที่
สาคั
ญของความเป็
นชาติ
เพราะภาษาจะสั
มพั
นธ์
กั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตจริ
งแทบทุ
เวลานาที
ฉะนั้
น ผู้
คนจึ
งยึ
ดติ
ดภาษาอย่
างแน่
นแฟ้
นเสี
ยยิ่
งกว่
าสั
ญลั
กษณ์
อื่
นในทานองเดี
ยวกั
นภาษา
ชอง ก็
เป็
นที่
สิ่
งที่
แบกรั
บความหมายของคาว่
า “ชอง” แต่
อั
ตลั
กษณ์
ชองนั้
น อาจไม่
เข้
มข้
นเมื่
อภาษาชอง
ไร้
เงาของอั
กษรชอง เนื่
องจากความเชื่
อของท้
องถิ่
นที่
ว่
า คนชองมี
แต่
ภาษาพู
ดแต่
ไม่
มี
ภาษาเขี
ยน ดั
งนั้
จึ
งมี
ความคิ
ดในการประดิ
ษฐ์
อั
กษรชองของคนบ้
านคลองพลู
การประดิ
ษฐ์
อั
กษรชอง เกิ
ดขึ้
นจากการประดิ
ษฐ์
ของผู้
นาบ้
านคลองพลู
เริ่
มเกิ
ดขึ้
นตั้
งแต่
ปี
พ.ศ.2536 หลั
งจากมี
การจั
ดงานฟื้
นฟู
ประเพณี
ชองขึ้
น ผลปรากฏว่
า ทั้
งหน่
วยงานราชการ นั
กการเมื
อง
และคนท้
องถิ่
นให้
ความสนใจเป็
นจานวนมาก ซึ่
งกระตุ้
นให้
ผู้
นาบ้
านคลองพลู
ค้
นหาวิ
ธี
การที่
จะอนุ
รั
กษ์
และฟื้
นฟู
ความเป็
นชองขึ้
นมา เนื่
องจากสถานการณ์
ขณะนั้
น คนท้
องถิ่
นมิ
ได้
ใช้
ภาษาชองสื่
อสารใน
ชี
วิ
ตประจาวั
นแล้
ว และวั
ฒนธรรมชองอื่
นๆ ก็
ถู
กลดความสาคั
ญลง ดั
งนั้
นสถานการณ์
ที่
มองเห็
นอย่
างผิ
เผิ
น คื
อ คนชองไม่
แตกต่
างจากคนไทยทั่
วไป ทาให้
เขาคิ
ดว่
าหากคนชองมี
สั
ญลั
กษณ์
บางอย่
างเกิ
ดขึ้
นมา
ก็
อาจทาให้
ความเป็
นชองเป็
นที่
สนใจแก่
คนภายนอกมากยิ่
งขึ้
น ขณะเดี
ยวกั
น ภายใต้
สถานการณ์
เมื่
อมี
การแสดงและแพร่
เผยวั
ฒนธรรมชองตามท้
องที่
ต่
างๆ มั
กจะถู
กตั้
งคาถามจากคนภายนอกเสมอว่
“ภาษาชองไม่
มี
ภาษาเขี
ยนหรื
อ?”
(เฉิ
น ผั
นผาย. 2549: สั
มภาษณ์
)
ดั
งนั้
นจึ
งเป็
นแรงผลั
กดั
นให้
ผู้
นาบ้
านคลองพลู
คิ
ดประดิ
ษฐ์
อั
กษรภาษาชอง เป็
นสั
ญลั
กษณ์
ทาง
ชาติ
พั
นธุ์
ชองที่
เกิ
ดขึ้
นใหม่
ความมุ่
งมั่
นในการประดิ
ษฐ์
อั
กษรชองอย่
างจริ
งจั
ง เริ่
มต้
นเมื่
อปี
พ.ศ.2538
โดยเริ่
มอั
กษรชองขึ้
นมาด้
วยตนเอง ลาดั
บแรกเริ่
มประดิ
ษฐ์
ตั
วเลขชอง ตั้
งแต่
1 - 10 เป็
นการดั
ดแปลง
จากตั
วเลขไทยให้
แตกต่
างออกไป ต่
อมามี
การประดิ
ษฐ์
อั
กษรชองตั
วอื่
นๆ เรื่
อยมา ด้
วยวิ
ธี
การสร้
างอั
กษร
ชองจากจิ
นตนาการกั
บและประสบการณ์
การเรี
ยนรู้
ของตนเอง จากการนาเอาภาษาไทย ภาษาธรรม
ภาษาอั
งกฤษ มาผสมผสานรวมกั
นเป็
นอั
กษรชองแต่
ละตั
ว และเที
ยบเคี
ยงกั
บพยั
ญชนะภาษาไทย ซึ่
ความเพี
ยรพยายามคิ
ดประดิ
ษฐ์
อั
กษรชองเริ่
มเข้
มข้
นยิ่
งขึ้
นเมื่
อปี
พ.ศ. 2541 ขณะเดี
ยวกั
นก็
ได้
มี
โอกาส
เข้
าไปสอนภาษาชองที่
สถาบั
นการศึ
กษาด้
านภาษาศาสตร์
1...,103,104,105,106,107,108,109,110,111,112 114,115,116,117,118,119,120,121,122,123,...145
Powered by FlippingBook