61
ผู
้
จั
ดโปรแกรมต้
องเลื
อกและตั
ดสิ
นใจระหว่
างการประเมิ
นเป็
นทางการและเป็
นระบบซึ
่
งอาจ
สิ
้
นเปลื
องทั
้
งเวลาและแรงงานกั
บการประเมิ
นไม่
เป็
นทางการที่
อาจมี
ปั
ญหาเรื่
องความไม่
น่
าเชื่
อถื
อ
15. การประชาสั
มพั
นธ์
และรายงานผลโปรแกรม (Communicating theValue of the
Program toAppropriateDecisionMakers) เมื่
อเสร็
จสิ
้
นการดํ
าเนิ
นงานต้
องมี
การรายงานผลสํ
าเร็
จ
ของโปรแกรมให้
ผู
้
สนั
บสนุ
นโปรแกรมทราบ การรายงานควรแสดงให้
เห็
นถึ
งความสํ
าคั
ญของ
ผลสํ
าเร็
จ รวมทั
้
งความเข้
าใจในอุ
ปสรรคและข้
อจํ
ากั
ดของโปรแกรม วิ
ธี
การรายงานมี
หลากหลาย
ตั
้
งแต่
ชนิ
ดอย่
างไม่
เป็
นทางการจนถึ
งลั
กษณะเป็
นทางการในรู
ปผลการประเมิ
นหรื
อวิ
จั
ยเต็
มรู
ปแบบ
ผู
้
วิ
จั
ยได้
ทํ
าการศึ
กษาแนวคิ
ดในการพั
ฒนาโปรแกรมศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนของ Boyle
(1981) Boone (1992) Friere (1970) Caffarella (2002) และTyler (1986) รายละเอี
ยดดั
งนี
้
ตารางที่
2
สรุ
ปแนวคิ
ดของโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยน
โปรแกรม
เป้
าหมายหลั
ก
แหล่
งที่
มา
ของการกํ
าหนด
วั
ตถุ
ประสงค์
วิ
ธี
ใช้
ความรู
้
ผลลั
พธ์
Boyle
(เชิ
งพั
ฒนา)
การกํ
าหนดความ
ต้
องการและปั
ญหา
ของบุ
คคลกลุ
่
มหรื
อ
ชุ
มชน
พั
ฒนามาจากความ
ต้
องการหรื
อปั
ญหา
ของผู
้
รั
บบริ
การ
ความรู
้
เนื
้
อหาสาระ
เป็
นวิ
ธี
การหรื
อ
เครื่
องมื
อเพื่
อนํ
าไปสู
่
เป้
าหมายที่
พึ
ง
ประสงค์
มี
คุ
ณภาพในการ
แก้
ปั
ญหาและระดั
บ
ของการแก้
ปั
ญหาเป็
น
ของบุ
คคลกลุ
่
มและ
ชุ
มชน
Boone
การร่
วมกั
นแก้
ไข
ปั
ญหา ระหว่
างองค์
กร
บุ
คคลและชุ
มชน
มุ
่
งหวั
งที่
ต้
องการให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลง
ความต้
องการของ
ชุ
มชนที่
จะ
เปลี่
ยนแปลงสภาพที่
เป็
นอยู
่
ให้
ดี
ขึ
้
น
กระตุ
้
นให้
เกิ
ดความ
ร่
วมมื
อในการพั
ฒนา
การเรี
ยนรู
้
ทุ
กขั
้
นตอน
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลง
ในตั
วผู
้
เรี
ยนด้
าน
ความรู
้
ทั
ศนคติ
และ
การปฏิ
บั
ติ
ที่
ถู
กต้
อง
Friere
ให้
เกิ
ดจิ
ตสํ
านึ
กในตั
ว
ผู
้
เรี
ยน
มาจากสถานการณ์
จริ
งที่
มี
ผลกระทบกั
บ
ผู
้
เรี
ยน
การใช้
ความคิ
ด
วิ
พากษ์
วิ
จารณ์
และ
การเสวนา (Dialogue)
โดยใช้
ภาษาง่
ายๆ
การเกิ
ดมโนธรรม
สํ
านึ
กที่
จะแสดงออก
ด้
วยการ
วิ
พากษ์
วิ
จารณ์
หรื
อ
การปฏิ
บั
ติ
ในระหว่
าง
การเรี
ยนรู
้
หรื
อ
หลั
งจากนั
้
น
Caffarella
เตรี
ยมบุ
คคลสํ
าหรั
บ
โอกาสในการทํ
างาน
พั
ฒนาจาก
ประสบการณ์
จริ
งของ
นํ
าความรู
้
เนื
้
อหา
สาระมาปฏิ
สั
มพั
นธ์
มี
ความพร้
อม
ความสามารถในการ