59
ที่
ดี
ที่
สํ
าคั
ญผู
้
ที่
เกี่
ยวข้
องกั
บการจั
ดโปรแกรมต้
องตระหนั
กในความสํ
าคั
ญของข้
อจํ
ากั
ดดั
งกล่
าวและ
ยอมรั
บว่
าเป็
นส่
วนหนึ
่
งของกระบวนการวางโปรแกรม
7. เกณฑ์
สํ
าหรั
บจั
ดลํ
าดั
บความสํ
าคั
ญ (Criteria for Establishing ProgramPriorities) ผู
้
จั
ด
โปรแกรมมี
โอกาสเผชิ
ญกั
บความต้
องการที่
หลากหลายและมี
ความจํ
าเป็
นด้
วยกั
นทั
้
งสิ
้
นแต่
อาจมี
ข้
อจํ
ากั
ดเรื่
องเวลาและทรั
พยากร การตั
ดสิ
นใจเลื
อกจึ
งเป็
นสิ่
งที่
ยากการจั
ดลํ
าดั
บความสํ
าคั
ญเป็
น
กระบวนการที่
ช่
วยในการตั
ดสิ
นใจ ขั
้
นต้
นของการจั
ดลํ
าดั
บความสํ
าคั
ญ คื
อ กํ
าหนดเกณฑ์
กลุ่
มเป้
าหมายมี
ส่
วนร่
วมในการกํ
าหนดเกณฑ์
เพื่
อให้
การตั
ดสิ
นใจและจั
ดลํ
าดั
บความสํ
าคั
ญเป็
นที่
ยอมรั
บและสมเหตุ
สมผลตามสภาพการณ์
จริ
ง
8. ความยื
ดหยุ่
นของแผนโปรแกรม (Degree of Flexibility of Planned Programs) ความ
ยื
ดหยุ่
นและความเปลี่
ยนแปลงได้
เป็
นหลั
กสํ
าคั
ญของการวางโปรแกรมการประเมิ
นต่
อเนื่
องช่
วยให้
มี
การปรั
บปรุ
งทิ
ศทางของโปรแกรมให้
สอดคล้
องกั
บสภาพความจริ
งทั
้
งด้
านทรั
พยากรและปั
ญหา
9. การได้
รั
บความเห็
นชอบเชิ
งกฎหมายและการสนั
บสนุ
นจากอํ
านาจที่
เป็
นทางการและไม่
เป็
นทางการ (Legitimation and Support with Formal and Informal Power Situation) ในหลาย
ขั
้
นตอนของกระบวนการจั
ดโปรแกรมที่
จํ
าเป็
นต้
องเกิ
ดการยอมรั
บและเห็
นชอบเชิ
งกฎหมายและ
การสนั
บสนุ
นจากแหล่
งอํ
านาจทั
้
งที่
เป็
นทางการและไม่
เป็
นทางการ ตั
วอย่
างเช่
น ในขั
้
นที่
วาง
โปรแกรมและเจ้
าหน้
าที่
เข้
าไปศึ
กษากลุ่
มเป้
าหมายหรื
อในขั
้
นที่
องค์
กรที่
รั
บผิ
ดชอบโปรแกรมเข้
าไป
ในชุ
มชนชุ
มชนและองค์
กรท้
องถิ่
นมี
บทบาทและอํ
านาจที่
จะปฏิ
เสธหรื
อยอมรั
บและสนั
บสนุ
น
กระบวนการวางโปรแกรมทุ
กขั
้
นตอนตั
้
งแต่
เริ่
มศึ
กษาสภาพการณ์
จนกระทั่
งประเมิ
นโปรแกรมผู
้
จั
ด
โปรแกรมและเจ้
าหน้
าที่
โปรแกรมพึ
งสั
งวรในประเด็
นนี
้
ซึ
่
งมี
ความละเอี
ยดอ่
อนเป็
นอั
นมากองค์
กร
ท้
องถิ่
นที่
มี
หน้
าที่
ให้
ความเห็
นชอบเชิ
งกฎหมายอาจมี
หลายองค์
กรและหลายระดั
บผู
้
จั
ดโปรแกรม
ต้
องศึ
กษาให้
ชั
ดเจนล่
วงหน้
า การได้
รั
บความเห็
นชอบเชิ
งกฎหมายและการสนั
บสนุ
นจากแหล่
ง
อํ
านาจในท้
องถิ่
นเป็
นตั
วกํ
าหนดประสิ
ทธิ
ภาพและความสํ
าเร็
จของโปรแกรม
10. การเลื
อกและดํ
าเนิ
นการกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
(Selecting andOrganizing Learning
Lxperiences) ความหมายของการเรี
ยนรู
้
ที่
นิ
ยมกว้
างขวางมั
กสรุ
ปว่
าการเรี
ยนรู
้
คื
อการเปลี่
ยนแปลง
พฤติ
กรรมพฤติ
กรรมในความหมายนี
้
หมายรวมไปถึ
งการปฏิ
บั
ติ
การคิ
ดและการรู
้
สึ
กกรรมวิ
ธี
ที่
จะ
เอื
้
ออํ
านวยให้
เกิ
ดการเรี
ยนรู
้
ก็
จะสอดคล้
องกั
บความเชื่
อทางปรั
ชญา ตั
วอย่
างเช่
นตามความเชื่
อของ
ศึ
กษาผู
้
ใหญ่
เชิ
งเสรี
นิ
ยม (Liberal Adult Education) วิ
ธี
การเอื
้
อให้
ผู
้
ใหญ่
เกิ
ดการเรี
ยนรู
้
คื
อผู
้
สอน
เป็
นผู
้
นํ
าในการซั
กถามโต้
ตอบ (Dialectic) โดยผู
้
เรี
ยนผู
้
ใหญ่
ต้
องอ่
านทํ
าความเข้
าใจคิ
ด วิ
เคราะห์
จากตํ
าราที่
ผู
้
สอนแนะนํ
า โดยใช้
เหตุ
ผลและความคิ
ดกระบวนการนี
้
คาดหวั
งการเกิ
ดปั
ญญา
(Intellectual) ในตั
วผู
้
เรี
ยนผู
้
สอนต้
องเป็
นผู
้
รอบรู
้
ในสาขาที่
แนะนํ
าผู
้
เรี
ยนผู
้
สอนต้
องศึ
กษาและคิ
ด