56
เป้
าหมายการสอนของ Friere (1970) คื
อ การให้
เกิ
ดจิ
ตสํ
านึ
ก (Consciousness) ขึ
้
นใน
ผู
้
เรี
ยนซึ
่
ง Friereหมายถึ
งกิ
จกรรมทางสั
งคม (Social Activity) การที่
มนุ
ษย์
จะมี
ความรู
้
เกี่
ยวกั
บสิ่
ง
ใดได้
นั
้
นก็
ด้
วยการสื่
อความหมายและการสนทนาระหว่
างมนุ
ษย์
ด้
วยกั
นFriereได้
แบ่
งจิ
ตสํ
านึ
กของ
มนุ
ษย์
ออกเป็
น4ระดั
บคื
อ
1. ระดั
บตํ
่
าสุ
ดของจิ
ตสํ
านึ
ก คื
อ จิ
ตสํ
านึ
กที่
ยั
งไม่
เปลี่
ยนแปลง (Intransitive
Consciousness)สภาพของประชาชนที่
มี
จิ
ตสํ
านึ
กเช่
นนี
้
มี
มากในประเทศโลกที่
สาม ยากจนดิ
้
นรน
ระดั
บพื
้
นฐานตํ
่
าสุ
ด เชื่
อถื
อโชคลาง
2. ระดั
บจิ
ตสํ
านึ
กกึ
่
งเปลี่
ยนแปลง (Semi-Intransitivity) ในระดั
บนี
้
จิ
ตสํ
านึ
กไม่
เต็
มที่
รั
บ
ค่
านิ
ยมผิ
ดๆ ใช้
อารมณ์
และรุ
นแรง
3. จิ
ตสํ
านึ
กในระดั
บที่
3 คื
อ การเปลี่
ยนแปลงที่
ไร้
เดี
ยงสา (Naive Transitiveness)
กล่
าวคื
อประชาชนซึ
่
งเคยสงบเงี
ยบ เกิ
ดตระหนั
กรู
้
มี
การประท้
วงวิ
พากษ์
วิ
จารณ์
ถู
กปลุ
กระดมให้
เป็
นเครื่
องมื
อของกลุ่
มผลประโยชน์
ขาดการวิ
เคราะห์
สั
งเคราะห์
ข้
อดี
คื
อประชาชนเริ่
มตระหนั
กรู
้
ว่
าตั
วเองมี
ส่
วนในการกํ
าหนดชะตาชี
วิ
ต
4. จิ
ตสํ
านึ
กในระดั
บสู
งสุ
ดคื
อ ขั
้
นวิ
พากษ์
วิ
จารณ์
(Critical Consciousness) มี
การ
ไตร่
ตรองมี
การคิ
ดสนทนา (Dialogue) มี
ความเชื่
อมั่
นมี
การผสมผสานระหว่
างการกระทํ
าและการ
ใคร่
ครวญเข้
าด้
วยกั
นคื
อมโนธรรมสํ
านึ
ก (Conscientization)หรื
ออาจกล่
าวได้
ว่
ามโนธรรมสํ
านึ
ก
ของFriereอั
นเป็
นจิ
ตสํ
านึ
กขั
้
นที่
สามารถวิ
พากษ์
วิ
จารณ์
อี
กนั
ยหนึ
่
งก็
คื
อ (Critical Thinking)
Tyler (1986) ได้
กํ
าหนดหลั
กการพั
ฒนารู
ปแบบการจั
ดกิ
จกรรมการศึ
กษานอกระบบ
โรงเรี
ยนไว้
4ขั
้
นตอนคื
อ
1. การกํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค์
ทางการศึ
กษา (Choose EducationOjectives) การกํ
าหนด
วั
ตถุ
ประสงค์
นี
้
พิ
จารณาจากความต้
องการและความสนใจของผู
้
เรี
ยนสภาพชี
วิ
ตของผู
้
เรี
ยนในด้
าน
ต่
าง ๆ ไม่
ว่
าจะเป็
นด้
านสั
งคม การเมื
อง หรื
อเศรษฐกิ
จ และจากแนวคิ
ดทฤษฎี
หลั
กการ หรื
อ
ข้
อเท็
จจริ
งด้
านเนื
้
อหา
2. การเลื
อกประสบการณ์
การเรี
ยนรู
้
(Select LearningExperience) Tylerมี
ความเห็
นว่
า
หลั
กในการเลื
อกประสบการณ์
การเรี
ยนรู
้
นั
้
นควรจะทํ
าให้
ผู
้
เรี
ยนมี
โอกาสฝึ
กฝนและนํ
าไปใช้
จริ
งได้
เกิ
ดความพึ
งพอใจทํ
าให้
มี
ปฏิ
กิ
ริ
ยาโต้
ตอบทํ
าให้
บรรลุ
วั
ตถุ
ประสงค์
ที่
ตั
้
งไว้
ได้
และทํ
าให้
เกิ
ดผล
อย่
างต่
อเนื่
อง
3. การจั
ดประสบการณ์
การเรี
ยนรู
้
(Organize LearningOutcomes) Tyler เห็
นว่
าการจั
ด
ประสบการณ์
การเรี
ยนรู
้
จะต้
องมี
ความต่
อเนื่
อง เป็
นขั
้
นตอนและสามารถบู
รณาการได้
โดยจั
ดทั
้
งใน
รู
ปแบบของการให้
ข้
อมู
ลความรู
้
แนวคิ
ดค่
านิ
ยมและทั
กษะได้