bk129 - page 63

55
8. สร้
างแผนงานการประเมิ
นผล (Formulating evaluationplans)
9. การจั
ดทํ
าผลสํ
าหรั
บการสื่
อสารและการให้
ข้
อเสนอแนะ (Making recommendations
and communicating results)
10. การเลื
อกรู
ปแบบตาราง และความต้
องการของที
มงาน (Selecting formats, schedules
and staff needs)
11. การจั
ดเตรี
ยมแผนการตลาดและงบประมาณ (Preparingbudgets andmarketingplans)
12. การประสานงานด้
านสิ่
งอํ
านวยความสะดวกและบริ
เวณงาน (Coordinating facilities
andon-site vents)
Friere (1970) ได้
นํ
าเสนอการวางโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนไว้
ในหนั
งสื
Pedagogy of theOppressedมี
13ขั
นตอน ดั
งมี
รายละเอี
ยดตามที่
Boone (1992) ได้
วิ
เคราะห์
ไว้
ดั
งต่
อไปนี
คื
อ (อ้
างถึ
งในอุ
นตานพคุ
ณ , 2528)
1. ศึ
กษาและวิ
จั
ยชุ
มชนอย่
างสมบู
รณ์
แบบ
2. เข้
าพบกลุ่
มอิ
ทธิ
พลและสนทนาเกี่
ยวกั
บวั
ตถุ
ประสงค์
ของโปรแกรม
3. แสวงหาอาสาสมั
ครเพื่
อช่
วยในการรวบรวมข้
อมู
ลเกี่
ยวกั
บชี
วิ
ตในชุ
มชน
4. เจ้
าหน้
าที่
และคนในชุ
มชนร่
วมกั
นเสนอรหั
ส (Code) หรื
อสถานการณ์
ที่
เป็
นปั
ญหา
ความขั
ดแย้
งและร่
วมกั
นกํ
าหนดวิ
ธี
การปฏิ
บั
ติ
5. สั
งเกตวิ
ถี
ชี
วิ
ตชุ
มชนในช่
วงเวลาที่
ต่
างกั
นและรวบรวมเป็
นข้
อมู
ลประกอบการรายงาน
6. คณะเจ้
าหน้
าที่
ประเมิ
นข้
อมู
ลที่
ได้
มา
7. คั
ดเลื
อกสถานการณ์
ความขั
ดแย้
งในชุ
มชน
8. นํ
าสถานการณ์
ที่
ได้
คั
ดเลื
อกไปสร้
างสื่
อการเรี
ยนการสอนที่
แสดงถึ
งสถานการณ์
นั
นๆ
9. เริ่
มการถอดรหั
ส (Decoding)หรื
อการให้
ประชาชนพิ
จารณาสถานการณ์
ที่
ขั
ดแย้
งและ
แสดงความคิ
ดเห็
นวิ
พากษ์
วิ
จารณ์
โดยการสนทนาแลกเปลี่
ยนความคิ
ดเห็
10. คณะทํ
างานศึ
กษาผลจากการสนทนาเพื่
อกํ
าหนดประเด็
11. จํ
าแนกเป็
นประเด็
นย่
อยและเข้
ารหั
สอี
กครั
12. เตรี
ยมเอกสารจากการถอดรหั
13. เสนอรายงานให้
กั
บประชาชนในชุ
มชน
สรุ
ปได้
ว่
า ขั
นตอนการพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนทั
ง 13ขั
นตอนนี
มี
เป้
าหมายเพื่
อการพั
ฒนาผู
เข้
าร่
วมโปรแกรมให้
เกิ
ดการเรี
ยนรู
ทั
งด้
านความรู
ทั
ศนคติ
และการปฏิ
บั
ติ
ที่
ถู
กต้
องหรื
อเรี
ยกว่
าการเกิ
ดมโนธรรมสํ
านึ
กที่
จะแสดงออกด้
วยการวิ
พากษ์
วิ
จารณ์
หรื
อการปฏิ
บั
ติ
ในระหว่
างการเรี
ยนรู
หรื
อหลั
งจากนั
1...,53,54,55,56,57,58,59,60,61,62 64,65,66,67,68,69,70,71,72,73,...409
Powered by FlippingBook