44
3.2 ความต้
องการและความสนใจ แบ่
งออกเป็
นความต้
องการของผู
้
เรี
ยน เพื่
อพั
ฒนา
ประโยชน์
ของตนเองความต้
องการของนั
กการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนมุ่
งให้
ผู
้
เรี
ยนเรี
ยนรู
้
เนื
้
อหา
เชิ
งวิ
ชาการที่
เป็
นผลดี
ต่
อผู
้
เรี
ยนและชุ
มชนแต่
อาจไม่
สอดคล้
องกั
บความต้
องการของผู
้
เรี
ยนความ
ต้
องการของสถาบั
นเพื่
อปฏิ
บั
ติ
ตามนโยบายและกํ
าหนดเวลาที่
ไม่
ตรงกั
บความต้
องการของผู
้
เรี
ยน
ผู
้
พั
ฒนาโปรแกรมต้
องเผชิ
ญกั
บความต้
องการที่
แตกต่
าง ต้
องตั
ดสิ
นใจเลื
อกเพื่
อตอบสนองความ
ต้
องการใดต้
องการหนึ
่
ง
3.3 ความสมดุ
ลของโปรแกรม (Balance Program) ผู
้
พั
ฒนาโปรแกรมต้
องคํ
านึ
งถึ
ง
ความสมดุ
ลของการออกแบบโปรแกรมที่
สามารถตอบสนองกั
บความต้
องการของกลุ่
มเป้
าหมาย
มิ
ใช่
ตอบสนองเพี
ยงบางคน เพื่
อให้
โปรแกรมมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ
3.4 การประเมิ
น แนวคิ
ดแรกคิ
ดว่
าน่
าจะเป็
นบุ
คคลภายนอกประเมิ
น แนวคิ
ดที่
สอง
คิ
ดว่
าบุ
คคลที่
มี
ส่
วนร่
วมกั
บการพั
ฒนาโปรแกรมตั
้
งแต่
ต้
นเป็
นผู
้
รู
้
รายละเอี
ยดสมควรเป็
นผู
้
ประเมิ
น
3.5 การตั
ดสิ
นใจแนวคิ
ดแรกคิ
ดว่
าผู
้
พั
ฒนาโปรแกรมควรผลั
กดั
นความเชื่
อสู
่
ผู
้
เรี
ยนจึ
ง
เสนอแนวคิ
ดให้
ผู
้
เรี
ยนพั
ฒนาความเชื่
อค่
านิ
ยม เจตคติ
ของตนโดยอาศั
ยกระบวนการทางการศึ
กษา
สามารถทํ
าให้
ผู
้
เรี
ยนนํ
าตนเองในการจั
ดการเรี
ยนรู
้
ได้
3.6 การสนั
บสนุ
นแนวคิ
ดหนึ
่
งคื
อไม่
เก็
บค่
าใช้
จ่
ายจากผู
้
เรี
ยนอี
กมุ
มมองหนึ
่
งเห็
นว่
า
ควรเก็
บค่
าเรี
ยนเพื่
อสนั
บสนุ
นค่
าใช้
จ่
ายจากผู
้
เรี
ยน เพื่
อสร้
างค่
าแก่
ตนเองให้
กั
บผู
้
เรี
ยน
3.7 จุ
ดเน้
นกลุ่
มเป้
าหมาย อาจเป็
นรายบุ
คคล เน้
นศั
กยภาพการจั
ดการเรี
ยนรู
้
หรื
อใน
สภาวะกลุ่
มด้
วยเหตุ
ที่
กลุ่
มเป็
นหน่
วยหนึ
่
งของสั
งคม การจั
ดการเชิ
งชุ
มชนสามารถครอบคลุ
ม
ประเด็
นทางเศรษฐกิ
จการเมื
องและสั
งคมอย่
างกว้
างขวางการเชื่
อมโยงการแก้
ปั
ญหาต้
องครอบคลุ
ม
3.8 ภาพทางการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนมี
ความสํ
าคั
ญแบ่
งออกเป็
น 2 ส่
วน คื
อ
เชิ
งปริ
มาณและเชิ
งภาพ
สรุ
ปได้
ว่
า กระบวนการพั
ฒนาโปรแกรมทางการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนประกอบด้
วย
หลั
กการใหญ่
ๆ คื
อ การมี
ส่
วนร่
วมของการพั
ฒนาโปรแกรมหรื
อการให้
ความร่
วมมื
อ ระหว่
าง
ผู
้
เรี
ยนและวิ
ทยากรและผู
้
ช่
วยวิ
จั
ยประจํ
ากลุ่
ม เน้
นความต้
องการของผู
้
เรี
ยนเป็
นหลั
กโดยต้
อง
สามารถตอบสนองกลุ่
มเป้
าหมายภาพทางการศึ
กษาเน้
นทั
้
งด้
านปริ
มาณและคุ
ณภาพ
Boyle (1981) ได้
แบ่
งกระบวนการพั
ฒนาโปรแกรมเป็
น 3 ประเภท คื
อ การพั
ฒนา
โปรแกรมเชิ
งพั
ฒนา การพั
ฒนาโปรแกรมเชิ
งสถาบั
นและการพั
ฒนาโปรแกรมเชิ
งสารสนเทศ ซึ
่
ง
มี
รายละเอี
ยดดั
งนี
้
1. กระบวนการพั
ฒนาโปรแกรมเชิ
งพั
ฒนา
การพั
ฒนาโปรแกรมเชิ
งพั
ฒนามี
ลั
กษณะ
สํ
าคั
ญที่
การกํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค์
ของโปรแกรม เริ่
มต้
นจากสภาพความต้
องการและปั
ญหาในชุ
มชน