bk129 - page 52

44
3.2 ความต้
องการและความสนใจ แบ่
งออกเป็
นความต้
องการของผู
เรี
ยน เพื่
อพั
ฒนา
ประโยชน์
ของตนเองความต้
องการของนั
กการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนมุ่
งให้
ผู
เรี
ยนเรี
ยนรู
เนื
อหา
เชิ
งวิ
ชาการที่
เป็
นผลดี
ต่
อผู
เรี
ยนและชุ
มชนแต่
อาจไม่
สอดคล้
องกั
บความต้
องการของผู
เรี
ยนความ
ต้
องการของสถาบั
นเพื่
อปฏิ
บั
ติ
ตามนโยบายและกํ
าหนดเวลาที่
ไม่
ตรงกั
บความต้
องการของผู
เรี
ยน
ผู
พั
ฒนาโปรแกรมต้
องเผชิ
ญกั
บความต้
องการที่
แตกต่
าง ต้
องตั
ดสิ
นใจเลื
อกเพื่
อตอบสนองความ
ต้
องการใดต้
องการหนึ
3.3 ความสมดุ
ลของโปรแกรม (Balance Program) ผู
พั
ฒนาโปรแกรมต้
องคํ
านึ
งถึ
ความสมดุ
ลของการออกแบบโปรแกรมที่
สามารถตอบสนองกั
บความต้
องการของกลุ่
มเป้
าหมาย
มิ
ใช่
ตอบสนองเพี
ยงบางคน เพื่
อให้
โปรแกรมมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ
3.4 การประเมิ
น แนวคิ
ดแรกคิ
ดว่
าน่
าจะเป็
นบุ
คคลภายนอกประเมิ
น แนวคิ
ดที่
สอง
คิ
ดว่
าบุ
คคลที่
มี
ส่
วนร่
วมกั
บการพั
ฒนาโปรแกรมตั
งแต่
ต้
นเป็
นผู
รู
รายละเอี
ยดสมควรเป็
นผู
ประเมิ
3.5 การตั
ดสิ
นใจแนวคิ
ดแรกคิ
ดว่
าผู
พั
ฒนาโปรแกรมควรผลั
กดั
นความเชื่
อสู
ผู
เรี
ยนจึ
เสนอแนวคิ
ดให้
ผู
เรี
ยนพั
ฒนาความเชื่
อค่
านิ
ยม เจตคติ
ของตนโดยอาศั
ยกระบวนการทางการศึ
กษา
สามารถทํ
าให้
ผู
เรี
ยนนํ
าตนเองในการจั
ดการเรี
ยนรู
ได้
3.6 การสนั
บสนุ
นแนวคิ
ดหนึ
งคื
อไม่
เก็
บค่
าใช้
จ่
ายจากผู
เรี
ยนอี
กมุ
มมองหนึ
งเห็
นว่
ควรเก็
บค่
าเรี
ยนเพื่
อสนั
บสนุ
นค่
าใช้
จ่
ายจากผู
เรี
ยน เพื่
อสร้
างค่
าแก่
ตนเองให้
กั
บผู
เรี
ยน
3.7 จุ
ดเน้
นกลุ่
มเป้
าหมาย อาจเป็
นรายบุ
คคล เน้
นศั
กยภาพการจั
ดการเรี
ยนรู
หรื
อใน
สภาวะกลุ่
มด้
วยเหตุ
ที่
กลุ่
มเป็
นหน่
วยหนึ
งของสั
งคม การจั
ดการเชิ
งชุ
มชนสามารถครอบคลุ
ประเด็
นทางเศรษฐกิ
จการเมื
องและสั
งคมอย่
างกว้
างขวางการเชื่
อมโยงการแก้
ปั
ญหาต้
องครอบคลุ
3.8 ภาพทางการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนมี
ความสํ
าคั
ญแบ่
งออกเป็
น 2 ส่
วน คื
เชิ
งปริ
มาณและเชิ
งภาพ
สรุ
ปได้
ว่
า กระบวนการพั
ฒนาโปรแกรมทางการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนประกอบด้
วย
หลั
กการใหญ่
ๆ คื
อ การมี
ส่
วนร่
วมของการพั
ฒนาโปรแกรมหรื
อการให้
ความร่
วมมื
อ ระหว่
าง
ผู
เรี
ยนและวิ
ทยากรและผู
ช่
วยวิ
จั
ยประจํ
ากลุ่
ม เน้
นความต้
องการของผู
เรี
ยนเป็
นหลั
กโดยต้
อง
สามารถตอบสนองกลุ่
มเป้
าหมายภาพทางการศึ
กษาเน้
นทั
งด้
านปริ
มาณและคุ
ณภาพ
Boyle (1981) ได้
แบ่
งกระบวนการพั
ฒนาโปรแกรมเป็
น 3 ประเภท คื
อ การพั
ฒนา
โปรแกรมเชิ
งพั
ฒนา การพั
ฒนาโปรแกรมเชิ
งสถาบั
นและการพั
ฒนาโปรแกรมเชิ
งสารสนเทศ ซึ
มี
รายละเอี
ยดดั
งนี
1. กระบวนการพั
ฒนาโปรแกรมเชิ
งพั
ฒนา
การพั
ฒนาโปรแกรมเชิ
งพั
ฒนามี
ลั
กษณะ
สํ
าคั
ญที่
การกํ
าหนดวั
ตถุ
ประสงค์
ของโปรแกรม เริ่
มต้
นจากสภาพความต้
องการและปั
ญหาในชุ
มชน
1...,42,43,44,45,46,47,48,49,50,51 53,54,55,56,57,58,59,60,61,62,...409
Powered by FlippingBook