33
3. วั
ตถุ
ประสงค์
และเป้
าหมายของการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยน
การศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนมี
วั
ตถุ
ประสงค์
และเป้
าหมายในการจั
ดการศึ
กษาเพื่
อให้
บุ
คคลได้
เกิ
ดการเรี
ยนรู
้
ดั
งนี
้
สุ
มาลี
สั
งข์
ศรี
(2545) กล่
าวถึ
ง วั
ตถุ
ประสงค์
ของการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนว่
า เป็
น
การศึ
กษาที่
จั
ดบริ
การแก่
บุ
คคลทุ
กเพศทุ
กวั
ยทุ
กฐานะทุ
กสภาพความเป็
นอยู
่
ทุ
กถิ่
นที่
อยู
่
อาศั
ยอย่
าง
ทั่
วถึ
งและเสมอภาคโดยปราศจากข้
อจํ
ากั
ดในเรื่
องต่
างๆที่
จะเป็
นอุ
ปสรรคต่
อการรั
บการศึ
กษา เช่
น
เวลาสถานที่
วั
ยค่
าใช้
จ่
ายทั
้
งนี
้
มุ่
งให้
กลุ่
มเป้
าหมายมี
ความรู
้
พื
้
นฐานที่
จํ
าเป็
นต่
อการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตมี
ความรู
้
ในการประกอบอาชี
พ ได้
รั
บความรู
้
ข่
าวสารที่
ทั
นต่
อเหตุ
การณ์
มี
คุ
ณธรรมจริ
ยธรรม รู
้
สิ
ทธิ
หน้
าที่
ของพลเมื
องสามารถอยู
่
ร่
วมกั
บผู
้
อื่
นในสั
งคมได้
อย่
างเหมาะสมสามารถเผชิ
ญปั
ญหา รู
้
จั
กคิ
ด
วิ
เคราะห์
สถานการณ์
สามารถแสวงหาความรู
้
และเลื
อกรั
บความรู
้
จากแหล่
งต่
าง ๆมาใช้
ในการ
พั
ฒนาคุ
ณภาพชี
วิ
ตและแก้
ปั
ญหาได้
ตลอดจนสามารถปรั
บตั
วเข้
ากั
บสภาพสั
งคมสิ่
งแวดล้
อมที่
เปลี่
ยนแปลงอยู
่
ตลอดเวลาได้
อย่
างเหมาะสม
อาชั
ญญา รั
ตนอุ
บล (2550) ได้
กล่
าวถึ
งวั
ตถุ
ประสงค์
และความมุ่
งหมายของการศึ
กษา
นอกระบบโรงเรี
ยนไว้
ดั
งนี
้
1. เพื่
อพั
ฒนาทรั
พยากรมนุ
ษย์
การศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนมี
วั
ตถุ
ประสงค์
ที่
จะพั
ฒนาคุ
ณภาพของประชากรให้
เป็
น
ทรั
พยากรที่
สํ
าคั
ญของประเทศชาติ
เพื่
อเป็
นพื
้
นฐานของการพั
ฒนาสั
งคม เศรษฐกิ
จและการเมื
อง
ต่
อไป เนื่
องจากในการพั
ฒนาประเทศนั
้
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญในการพั
ฒนาประเทศให้
บรรลุ
เป้
าหมายคื
อ
คุ
ณภาพของประชากรอั
นเป็
นปั
ญหาขั
้
นมู
ลฐานของประเทศหากประชากรมี
คุ
ณภาพแล้
ว การ
แก้
ปั
ญหาด้
านเศรษฐกิ
จสั
งคมหรื
อการเมื
อง ก็
จะสํ
าเร็
จลุ
ล่
วงไปด้
วยดี
ซึ
่
งการศึ
กษานอกระบบ
โรงเรี
ยนต้
องการให้
ประชาชนได้
รั
บประสบการณ์
การเรี
ยนรู
้
ในเรื่
องต่
อไปนี
้
คื
อ
1.1 เพิ
่
มพู
นความรู
้
การศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนมี
วั
ตถุ
ประสงค์
เพื่
อให้
ประชาชน
มี
ความรู
้
ซึ
่
งมิ
ใช่
เฉพาะการอ่
านออกเขี
ยนได้
เท่
านั
้
นหากครอบคลุ
มไปถึ
งความรู
้
ความเข้
าใจในเรื่
อง
อื่
นๆด้
วย เช่
น ด้
านเศรษฐกิ
จ การปกครองและสุ
ขภาพอนามั
ย เป็
นต้
น โดยมี
วั
ตถุ
ประสงค์
เพื่
อ
ยกระดั
บและปรั
บปรุ
งมาตรฐานความเป็
นอยู
่
ของตนเองหรื
อชุ
มชนของตนให้
ดี
ขึ
้
น
1.2 เกิ
ดทั
ศนคติ
ที่
ดี
ในสั
งคมที่
ประชาชนมี
คุ
ณภาพประชาชนจํ
าเป็
นที่
จะต้
องมี
ทั
ศนคติ
ที
่
ดี
ในการทํ
างาน การประกอบอาชี
พ ความสั
มพั
นธ์
คบค้
าสมาคมกั
บผู
้
อื่
น ด้
วยเหตุ
นี
้
การศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนจึ
งจํ
าเป็
นที่
จะต้
องสร้
างและปลู
กฝั
งทั
ศนคติ
ที่
ดี
และเหมาะสมถู
กต้
อง
ให้
แก่
ประชาชนตั
้
งแต่
เกิ
ดจนถึ
งวั
ยชรา ไม่
ว่
าจะเป็
นด้
านการปกครองแบบประชาธิ
ปไตย การ
ซื่
อสั
ตย์
การตรงต่
อเวลาและการเคารพสิ
ทธิ
ของผู
้
อื่
น เป็
นต้
น