82
10) การบู
รณาการมโนทั
ศน
ใหม
เข
ากั
บวิ
ถี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต (Reintegration into life on
the basis of new perpectives) เมื่
อความเชื่
อมั่
นได
เกิ
ดขึ้
นบุ
คคลหรื
อกลุ
มจะผสมผสานสิ่
งใหม
เข
าสู
วิ
ถี
ชี
วิ
ตบนพื้
นฐานของแนวความคิ
ดใหม
ซึ่
งเมื่
อถึ
งขั้
นตอนนี้
ความยั่
งยื
นของกระบวนการเรี
ยนรู
จะ
เกิ
ดขึ้
นการกระทํ
าใดๆ ในวิ
ถี
ชี
วิ
ต ไม
ว
าจะเป
นการแก
ไขป
ญหาหรื
อการพั
ฒนาตนเองหรื
อสั
งคม
โดยจะมี
การทบทวนอย
างรอบคอบอย
างเป
นขั้
นตอนนํ
าไปสู
การปรั
บเปลี่
ยนสู
ทั
ศนคติ
ความคิ
ดและ
การปฏิ
บั
ติ
ใหม
ได
ในที่
สุ
ด
ภาพที่
2
วงจรการเรี
ยนรู
(Learning Cycle) จากกระบวนการเรี
ยนรู
เพื่
อปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
(Mezirow, 1990)
2.3 เทคนิ
ควิ
ธี
การที่
ใช
ในทฤษฎี
การเรี
ยนรู
จากการปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
เนื่
องจากความสํ
าเร็
จของการเรี
ยนรู
เพื่
อให
เกิ
ดการปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
จํ
าเป
นต
องอาศั
ย
วิ
ธี
การหรื
อเทคนิ
คที่
เกี่
ยวข
องกั
บการเกิ
ดมโนทั
ศน
ที่
มี
ความหมายหรื
อการทํ
าความเข
าใจมโนทั
ศน
ที่
มี
อยู
เดิ
ม ซึ่
งมี
ผลทํ
าให
ผู
เรี
ยนเกิ
ดการเริ่
มต
นวิ
พากษ
อดี
ตของตนเอง สามารถทํ
าได
หลายวิ
ธี
การ
(Mezirow, 1990) ได
แก
1)
การใช
การวิ
เคราะห
เหตุ
การณ
สํ
าคั
ญที่
เกิ
ดขึ้
น (Critical incidents)
2)
เขี
ยนประวั
ติ
ชี
วิ
ตของตนหรื
อนํ
าเสนอประวั
ติ
ของตน
3)
การเขี
ยนบั
นทึ
กส
วนตั
ว
4)
การวิ
เคราะห
อิ
ทธิ
พลของสื่
อมวลชนต
อวิ
ธี
คิ
ดของตน
5)
การใช
เอกสารหรื
อวรรณกรรมต
างๆว
ามี
ผลกระทบต
อความคิ
ดของบุ
คคลอย
างไร
การปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
และบู
รณาการเข
ากั
บสั
งคม
ประสบการณ
การปฏิ
รู
ปการพั
ฒนา
กรอบความคิ
ดใหม
ความรู
สึ
กแปลกแยกจาก
บทบาทในสั
งคมที่
เป
นอยู