81
3) การประเมิ
นตนเองอย
างมี
วิ
จารณญาณ (Critical Assessment) เป
นการประเมิ
น
ความเชื่
อเบื้
องต
น (Assumption) ของตนเองภายหลั
งจากการตรวจสอบตนเอง โดยอาศั
ยวิ
ธี
การ
วิ
พากษ
วิ
จารณ
ความเชื่
อเบื้
องต
นซึ่
งกรอบความเชื่
อเบื้
องต
นจะเป
นตั
วกํ
าหนดมุ
มมองโลกและ
ทั
ศนคติ
ส
วนบุ
คคล
4) การวิ
พากษ
วิ
จารณ
ร
วมกั
นในประสบการณ
ที่
คล
ายกั
น (Recognition that others
have shared similar transformations) เกิ
ดขึ้
นเมื่
อบุ
คคลได
มี
การติ
ดต
อสื่
อสารกั
บบุ
คคลอื่
น เช
นการ
สนทนาการร
วมวิ
พากษ
สถานการณ
ต
างๆกั
บผู
ที่
มี
ประสบการณ
คล
ายคลึ
งกั
น โดยใช
ประสบการณ
เดิ
มของบุ
คคล เพื่
อให
ได
ประสบการณ
ใหม
และความเข
าใจที่
เกี่
ยวข
องกั
บประเด็
นของการสนทนา
หรื
อการวิ
พากษ
ซึ่
งเชื่
อมโยงต
อเนื่
องถึ
งการกํ
าหนดเป
าหมายในการปฏิ
บั
ติ
เพื่
อการเปลี่
ยนแปลง
ร
วมกั
น
5) การค
นหาทางเลื
อกบทบาทใหม
ของตน (Exploration of new roles or actions)
ขั้
นตอนนี้
เกิ
ดจากความเข
าใจการยึ
ดถื
อปฏิ
บั
ติ
ของตนเองและกลุ
มตลอดจนสถานการณ
ที่
เป
นป
ญหา
ส
งผลให
เกิ
ดการค
นทางหาทางเลื
อกใหม
ความสั
มพั
นธ
รวมถึ
งการกระทํ
าใหม
ๆ เพื่
อให
เกิ
ดการ
ปรั
บเปลี่
ยนแนวทางการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตที่
เคยยึ
ดถื
อให
มี
ความเหมาะสมมากยิ่
งขึ้
น
6) การวางแผนการปฏิ
บั
ติ
(Development of a plan for action) เป
นขั้
นตอนการ
วางแผนหลั
งจากการประเมิ
นสถานการณ
และจุ
ดมุ
งหมายต
างๆที่
ต
องการให
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลง
เพื่
อเป
นแนวทางการปฏิ
บั
ติ
ในการนํ
าไปสู
การเปลี่
ยนแปลง
7) การศึ
กษาหาความรู
และทั
กษะที่
ใช
ในการดํ
าเนิ
นงานตามแผน (Acquisition of
knowledge and skills for implementing the plan) เป
นขั้
นตอนของการเตรี
ยมความพร
อมในด
าน
องค
ความรู
เพื่
อการปฏิ
บั
ติ
ซึ่
งบุ
คคลหรื
อกลุ
มผู
ร
วมปฏิ
บั
ติ
จะศึ
กษาหาความรู
และพั
ฒนาทั
กษะที่
จํ
าเป
นในการดํ
าเนิ
นการตามแผนที่
ได
วางไว
เพื่
อทํ
าให
เกิ
ดผลสํ
าเร็
จตามเป
าหมาย
8) การทดลองปฏิ
บั
ติ
ตามแผนและประเมิ
นผลย
อนกลั
บ (Tryout of the plan) เป
นการ
ดํ
าเนิ
นตามแผนที่
ได
วางไว
ซึ่
งในระหว
างปฏิ
บั
ติ
การและหลั
งปฏิ
บั
ติ
การ ควรมี
การติ
ดตาม
ประเมิ
นผลควบคู
ไปด
วยส
งผลให
เกิ
ดการแก
ไขปรั
บเปลี่
ยนได
ทั
นเมื่
อเกิ
ดป
ญหาหรื
อข
อผิ
ดพลาด
ต
างๆรวมทั้
งเพื่
อแสวงหาองค
ความรู
เพิ่
มเติ
มให
เหมาะสมสํ
าหรั
บการดํ
าเนิ
นการตามแผนที่
วางไว
9) การพั
ฒนาความสามารถและความเชื่
อมั่
นในตนเองในการปฏิ
บั
ติ
ตามบทบาทใหม
(Development of competence and self-confidence in new roles) ขั้
นตอนนี้
เกิ
ดขึ้
น เมื่
อบุ
คคลหรื
อ
กลุ
มสามารถปฏิ
บั
ติ
ตามแผนที่
ได
วางแนวทางไว
ได
สํ
าเร็
จ โดยจะมี
ความเชื่
อมั่
นต
อความคิ
ดความ
เชื่
อใหม
ๆ รวมทั้
งความสั
มพั
นธ
กั
บสั
งคมรอบข
างหรื
อผู
ที่
เกี่
ยวข
องในแนวทางใหม
ซึ่
งทํ
าให
เกิ
ด
การปฏิ
บั
ติ
ตามแนวทางใหม
ที่
เหมาะสมมากยิ่
งขึ้
น