162
เงิ
นทุ
นในการวิ
จั
ยคื
อกรมส่
งเสริ
มวั
ฒนธรรมกระทรวงวั
ฒนธรรม และจุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย
สถานที่
ในการจั
ดฝึ
กอบรมคื
อจั
งหวั
ดกาญจนบุ
รี
และวิ
ทยากรผู
้
ให้
ความรู
้
คื
อผู
้
เชี่
ยวชาญและมี
ประสบการณ์
ด้
านงานสื่
อสารมวลชนและความรั
บผิ
ดชอบต่
อสั
งคม เช่
นดร.สมเกี
ยรติ
อ่
อนวิ
มล
และคุ
ณศิ
วพรญาณวิ
ทยากุ
ล เป็
นต้
น
ขั
้
นตอนที่
5การสร้
างแผนการเรี
ยนรู
้
นํ
าความต้
องการเรี
ยนรู
้
ในเรื่
องความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนและความ
รั
บผิ
ดชอบต่
อสั
งคมของผู
้
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ที่
ได้
จากการวิ
เคราะห์
ในขั
้
นตอนที่
2 มาสร้
างแผนการ
เรี
ยนรู
้
โดยพิ
จารณาถึ
งภู
มิ
หลั
งที่
แตกต่
างกั
นของผู
้
เรี
ยนและพิ
จารณาเลื
อกวิ
ธี
การ เทคนิ
คของ
กิ
จกรรม กํ
าหนดอุ
ปกรณ์
เครื่
องมื
อบทบาทของคณะทํ
างานให้
เหมาะสมตามแผนการสอนโดยมี
องค์
ประกอบดั
งนี
้
1. วั
ตถุ
ประสงค์
เพื่
อเสริ
มสร้
างความสามารถในการจั
ดรายการและความรั
บผิ
ดชอบต่
อ
สั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
้
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
2. เนื
้
อหาสาระเกี่
ยวกั
บความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนและความรั
บผิ
ดชอบต่
อ
สั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
้
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน ประกอบด้
วย 1) หลั
กการวิ
ทยุ
ชุ
มชน 2) การผลิ
ต
รายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนวิ
ทยุ
ชุ
มชน 3) รู
ปแบบรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน 4) การใช้
เสี
ยงอย่
างถู
กต้
อง 5) ความ
รั
บผิ
ดชอบต่
อสั
งคมในการเสนอข่
าว 6) ความรั
บผิ
ดชอบต่
อสั
งคมในการแสดงความคิ
ดเห็
นและ 7)
ความรั
บผิ
ดชอบต่
อสั
งคมในการประกาศโฆษณา
3. กิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
ที่
นํ
ากระบวนการจากการสั
งเคราะห์
ทฤษฎี
การเรี
ยนรู
้
เน้
นงานปฏิ
บั
ติ
การกระทํ
าเชิ
งภาษาและการเรี
ยนรู
้
โดยการปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน์
จากกรอบแนวคิ
ดในการวิ
จั
ย
นํ
ามาใช้
ในขั
้
นตอนกระบวนการจั
ดกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
เกี่
ยวกั
บความรั
บผิ
ดชอบต่
อสั
งคม ในการ
จั
ดการสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนดั
งนี
้
3.1ขั
้
นเตรี
ยมปฏิ
บั
ติ
งาน ( Pre-task) คื
อชี
้
แจงวั
ตถุ
ประสงค์
ขั
้
นตอนการเรี
ยนรู
้
และ
มอบหมายชิ
้
นงาน ให้
กั
บผู
้
เรี
ยน
3.2ขั
้
นระหว่
างปฏิ
บั
ติ
งาน (During-task)ประกอบด้
วย
3.2.1) นํ
าเสนอข้
อมู
ลข้
อเท็
จจริ
ง (Constatives) คื
อผู
้
สอนนํ
าเสนอข้
อมู
ลข่
าวสาร
เนื
้
อหาและข้
อเท็
จจริ
ง ในแต่
ละสาระการเรี
ยนรู
้
แก่
ผู
้
เรี
ยนอาจอยู
่
ในรู
ปแบบของการบรรยายหรื
อ
การสาธิ
ต เป็
นต้
น
3.2.2) การเกิ
ดปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบรั
บจากผู
้
รั
บสาร (Regulative) คื
อปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบกลั
บ
จากผู
้
เรี
ยนหลั
งจากที่
ผู
้
สอนได้
ให้
ข้
อมู
ลเนื
้
อหาสาระในขั
้
นตอนที่
1 โดยสามารถแบ่
งขั
้
นตอนการ
เรี
ยนรู
้
ได้
ดั
งนี
้