272
ความคิ
ดของคนแต
ละคนซึ่
งท
ายที่
สุ
ดจะสามารถพั
ฒนาจนเกิ
ดเป
นองค
ความรู
แบบTransformative
Theory
ได
Habermas
(1981) ยั
งกล
าวอี
กว
าการนํ
ากระบวนการ นํ
าเสนอข
อมู
ล ข
อเท็
จจริ
ง
(Constatives) การมี
ปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบรั
บจากผู
รั
บสาร (Regulative) และการตอกย้ํ
าข
อมู
ล (Avowals)
มาเป
นเครื่
องมื
อในการจั
ดกระบวนการเรี
ยนรู
ระหว
างผู
เรี
ยนกั
บผู
สอน เป
นการเรี
ยนรู
ที่
สร
างให
ผู
เรี
ยน สามารถปรั
บเปลี่
ยนกรอบความคิ
ดได
ด
วยตนเอง เป
นการเรี
ยนรู
อย
างมี
อิ
สระทางความคิ
ด
และตั
ดสิ
นใจในการแสวงหาความรู
เลื
อกคํ
าตอบหรื
อข
อสรุ
ปด
วยตนเอง
จะทํ
าให
เกิ
ดการ
เปลี่
ยนแปลงอย
างยั่
งยื
นทั้
งในด
านทั
ศนคติ
และพฤติ
กรรมซึ่
งจะส
งผลดี
ต
อสั
งคมโดยรวมสอดคล
อง
กั
บคํ
ากล
าวที่
ว
าความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมเมื่
อปฏิ
บั
ติ
ได
จนปลู
กฝ
งให
ลึ
กลงไปในจิ
ตใจแล
วจะกลาย
สํ
านึ
กที่
ดี
ที่
อยู
ภายในก็
จะสามารถกลายเป
นพฤติ
กรรมที่
ยั่
งยื
นได
(สุ
พจน
แก
วทราย, 2546)
สอดคล
องกั
บดวงเดื
อน พั
นธุ
มนาวิ
น (2539) กล
าวว
า การพั
ฒนาความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมในวั
ย
ผู
ใหญ
นั้
น ควรพั
ฒนาจิ
ตใจโดยตรง คื
อ พั
ฒนาความรู
ความคิ
ด อารมณ
ทั
ศนคติ
บุ
คลิ
กภาพต
างๆ
และการปรั
บเปลี่
ยนกรอบความคิ
ดของแต
ละบุ
คคลเพื่
อให
เกิ
ดผลต
อพฤติ
กรรมมากกว
าจะไปพั
ฒนา
พฤติ
กรรมโดยตรง
1.2.3 การจากทดลองใช
โปรแกรมโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยน
ตามแนวคิ
ดของบอยล
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนผู
วิ
จั
ยพบว
าองค
ประกอบการเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมประกอบด
วย
1.2.3.1 ประสบการณ
(Experience) ประสบการณ
ในการเรี
ยนรู
ของแต
ละคนมี
ความแตกต
างกั
นออกไปอาจเป
นผลมาจากสภาพแวดล
อมและการหล
อหลอมจาก
สั
งคม ซึ่
งผู
เรี
ยนสามารถนํ
ามาเป
นส
วนหนึ่
งของกระบวนการเรี
ยนรู
เพื่
อพั
ฒนาให
เกิ
ดแนวคิ
ดใหม
หรื
อเป
นแนวทางการปฏิ
บั
ติ
ในอนาคต ในเรื่
องความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมของสื่
อมวลชน ซึ่
ง
สอดคล
องกั
บชิ
ดชงค
ส.นั
นทนาเนตร (2551) ได
สรุ
ปลั
กษณะที่
สํ
าคั
ญของการเรี
ยนรู
จากการ
ปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
ว
าเป
นการเรี
ยนรู
จากประสบการณ
ของบุ
คคลซึ่
งประสบการณ
ของบุ
คคลเป
น
เนื้
อหาสํ
าคั
ญที่
จะนํ
าไปสู
กระบวนการปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
และกระบวนการเรี
ยนรู
นี้
จะเกิ
ดขึ้
นได
จากบรรยากาศการเรี
ยนรู
หรื
อสภาพแวดล
อมของกลุ
มจากกระบวนการกลุ
มผู
อํ
านวยการการเรี
ยนรู
หรื
อผู
ดํ
าเนิ
นการกลุ
มมี
ส
วนช
วยกระตุ
นให
ผู
เรี
ยนหรื
อสมาชิ
กกลุ
มมองย
อนอดี
ตและให
ความหมาย
หรื
อแปลความหมายประสบการณ
ต
าง ๆ ในอดี
ตของบุ
คคล ตามกรอบความเชื่
อหรื
อการให
ความหมายในประสบการณ
เดิ
มนั้
น มี
ความสมเหตุ
สมผลหรื
อเหมาะสมหรื
อไม
สอดคล
องกั
บ
Rogers (1996) ที่
อธิ
บายว
าประสบการณ
ทั้
งหมดของบุ
คคลเป
นสิ่
งที่
บุ
คคลจะรู
เฉพาะตนเท
านั้
น
และประสบการณ
ของบุ
คคลนี้
จะมี
การเปลี่
ยนแปลงและเพิ่
มพู
นอยู
ตลอดเวลามนุ
ษย
อยู
ในโลกของ
การเปลี่
ยนแปลงที่
มี
ตนเองเป
นศู
นย
กลาง เป
นประสบการณ
ที่
อาจเกิ
ดจากสิ่
งเร
าภายนอกและสิ่
งเร
า