277
สถิ
ติ
ที่
ระดั
บ .05 โดยระดั
บคะแนนทั
ศนคติ
ของกลุ
มทดลองหลั
งการจากการเข
าร
วมกิ
จกรรม
สู
งกว
าก
อนการทดลอง ซึ่
งเป
นไปตามสมมุ
ติ
ฐานที่
ตั้
งไว
2.4 กลุ
มทดลองมี
พฤติ
กรรมในเรื่
องความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน และ
ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม หลั
งการทดลองแตกต
างจากก
อนการทดลองอย
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญทาง
สถิ
ติ
ที
่
ระดั
บ .05 โดยระดั
บคะแนนพฤติ
กรรมของกลุ
มทดลองหลั
งการจากการเข
าร
วม
กิ
จกรรมสู
งกว
าก
อนการทดลอง ซึ่
งเป
นไปตามสมมุ
ติ
ฐานที่
ตั้
งไว
ผลการศึ
กษาสิ่
งที่
ผู
เรี
ยนได
รั
บจากการเรี
ยนรู
และผลการศึ
กษาความคิ
ดเห็
นหลั
งการเรี
ยนรู
ในเรื่
องความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนและความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม พบว
า ผู
เรี
ยนมี
ความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนเพิ่
มขึ้
นทั้
งในเรื่
องความรู
ในหลั
กการเบื้
องต
นของวิ
ทยุ
ชุ
มชน สามารถผลิ
ตรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนได
อย
างถู
กต
อง รู
วิ
ธี
การใช
อุ
ปกรณ
เครื่
องมื
อต
างๆในสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชน สามารถใช
ภาษาไทยในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ได
อย
างถู
กต
องตามอั
กขระวิ
ธี
และ
ดํ
าเนิ
นการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน ได
ถู
กต
องตามหลั
กจรรยาบรรณในการเสนอข
าว เช
นมี
ความเป
น
กลาง ไม
ลํ
าเอี
ยง ไม
สอดแทรกความคิ
ดเห็
นของตนเองเข
าไปภายในข
าว ไม
เสนอข
าวที่
ทํ
าให
เกิ
ด
ความแตกแยก เสี
ยขวั
ญจรรยาบรรณในการแสดงความคิ
ดเห็
น เช
นจั
ดรายการด
วยความสุ
ภาพ เป
น
ธรรมกั
บทุ
กฝ
าย ไม
ชี้
นํ
าส
อไปทางอคติ
จรรยาบรรณในการประกาศโฆษณา เช
นผลิ
ตและเผยแพร
โฆษณาที่
มี
ความถู
กต
องเหมาะสมไม
โอ
อวดเกิ
นจริ
งสามารถเชื่
อถื
อได
และไม
เป
นการหลอกหลวง
หรื
อหลอกให
หลงเชื่
องมงายสอดคล
องกั
บสุ
รั
ตน
ทองหรี
(2548) ผู
ทํ
าการวิ
จั
ยเรื่
อง การวิ
จั
ยเชิ
ง
ปฏิ
บั
ติ
การเพื่
อพั
ฒนา นั
กจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนมหาวิ
ทยาลั
ยรั
งสิ
ตซึ่
งพบว
าหลั
งจากการฝ
กอบรม
พบว
า กลุ
มผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน มี
ความรู
และทั
กษะการจั
ดรายการวิ
ทยุ
เพิ่
มมากขึ้
นก
อนการ
ฝ
กอบรม , สอดคล
องกั
บ ณั
ฐกิ
จ สิ
นธุ
ยี่
(2547)
ซึ่
งศึ
กษาผลการใช
บทเรี
ยนวี
ดี
ทั
ศน
เพื่
อการ
ฝ
กอบรมนั
กจั
ดรายการวิ
ทยุ
เรื่
อง อุ
ปกรณ
สํ
าหรั
บการจั
ดรายการวิ
ทยุ
อิ
นเทอร
เน็
ตของมหาวิ
ทยาลั
ย
รามคํ
าแหงว
าหลั
งการทดลอง ผู
เข
าร
วมอบรมมี
ผลสั
มฤทธิ์
ทางการเรี
ยนสู
งกว
าก
อนการฝ
กอบรม,
สอดคล
องกั
บอาชั
ญญา รั
ตนอุ
บล (2543) ที่
ถื
อว
าการเรี
ยนรู
ที่
สํ
าคั
ญคื
อการเรี
ยนรู
จากแหล
งข
อมู
ลที่
หลากหลาย ซึ่
งจะทํ
าให
ผู
เรี
ยนเกิ
ดประสบการณ
การเรี
ยนรู
ที่
ก
อให
เกิ
ดการสร
างเจตคติ
การปรั
บ
พฤติ
กรรมได
นอกจากนี้
การให
ผู
เรี
ยนได
เล
าประสบการณ
และอภิ
ปรายแลกเปลี่
ยนความคิ
ดเห็
นกั
น
เพื่
อให
ผู
เรี
ยนได
เกิ
ดการเรี
ยนรู
และประสบการณ
ใหม
ๆซึ่
งสอดคล
องกั
บKnowles (1978) ที่
เห็
นว
า
ประสบการณ
เป
นแหล
งการเรี
ยนรู
ที่
มี
คุ
ณค
ามากที่
สุ
ดสํ
าหรั
บผู
ใหญ
ดั
งนั้
นวิ
ธี
การหลั
กสํ
าหรั
บ
การศึ
กษาผู
ใหญ
ก็
คื
อการวิ
เคราะห
ถึ
งประสบการณ
ของผู
ใหญ
แต
ละคนอย
างละเอี
ยดว
ามี
ส
วนไหน
ของประสบการณ
ที่
จะนํ
ามาใช
ในการเรี
ยนการสอนได
บ
าง แล
วจึ
งหาทางนํ
ามาใช
ให
เกิ
ดประโยชน
ต
อไปสอดคล
องกั
บ อุ
นตา นพคุ
ณ (2546)
กล
าวว
า กิ
จกรรมทางการศึ
กษาและประสบการณ