bk128 - page 214

277
สถิ
ติ
ที่
ระดั
บ .05 โดยระดั
บคะแนนทั
ศนคติ
ของกลุ
มทดลองหลั
งการจากการเข
าร
วมกิ
จกรรม
สู
งกว
าก
อนการทดลอง ซึ่
งเป
นไปตามสมมุ
ติ
ฐานที่
ตั้
งไว
2.4 กลุ
มทดลองมี
พฤติ
กรรมในเรื่
องความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน และ
ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม หลั
งการทดลองแตกต
างจากก
อนการทดลองอย
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญทาง
สถิ
ติ
ที
ระดั
บ .05 โดยระดั
บคะแนนพฤติ
กรรมของกลุ
มทดลองหลั
งการจากการเข
าร
วม
กิ
จกรรมสู
งกว
าก
อนการทดลอง ซึ่
งเป
นไปตามสมมุ
ติ
ฐานที่
ตั้
งไว
ผลการศึ
กษาสิ่
งที่
ผู
เรี
ยนได
รั
บจากการเรี
ยนรู
และผลการศึ
กษาความคิ
ดเห็
นหลั
งการเรี
ยนรู
ในเรื่
องความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนและความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม พบว
า ผู
เรี
ยนมี
ความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนเพิ่
มขึ้
นทั้
งในเรื่
องความรู
ในหลั
กการเบื้
องต
นของวิ
ทยุ
ชุ
มชน สามารถผลิ
ตรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนได
อย
างถู
กต
อง รู
วิ
ธี
การใช
อุ
ปกรณ
เครื่
องมื
อต
างๆในสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชน สามารถใช
ภาษาไทยในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ได
อย
างถู
กต
องตามอั
กขระวิ
ธี
และ
ดํ
าเนิ
นการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน ได
ถู
กต
องตามหลั
กจรรยาบรรณในการเสนอข
าว เช
นมี
ความเป
กลาง ไม
ลํ
าเอี
ยง ไม
สอดแทรกความคิ
ดเห็
นของตนเองเข
าไปภายในข
าว ไม
เสนอข
าวที่
ทํ
าให
เกิ
ความแตกแยก เสี
ยขวั
ญจรรยาบรรณในการแสดงความคิ
ดเห็
น เช
นจั
ดรายการด
วยความสุ
ภาพ เป
ธรรมกั
บทุ
กฝ
าย ไม
ชี้
นํ
าส
อไปทางอคติ
จรรยาบรรณในการประกาศโฆษณา เช
นผลิ
ตและเผยแพร
โฆษณาที่
มี
ความถู
กต
องเหมาะสมไม
โอ
อวดเกิ
นจริ
งสามารถเชื่
อถื
อได
และไม
เป
นการหลอกหลวง
หรื
อหลอกให
หลงเชื่
องมงายสอดคล
องกั
บสุ
รั
ตน
ทองหรี
(2548) ผู
ทํ
าการวิ
จั
ยเรื่
อง การวิ
จั
ยเชิ
ปฏิ
บั
ติ
การเพื่
อพั
ฒนา นั
กจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนมหาวิ
ทยาลั
ยรั
งสิ
ตซึ่
งพบว
าหลั
งจากการฝ
กอบรม
พบว
า กลุ
มผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน มี
ความรู
และทั
กษะการจั
ดรายการวิ
ทยุ
เพิ่
มมากขึ้
นก
อนการ
ฝ
กอบรม , สอดคล
องกั
บ ณั
ฐกิ
จ สิ
นธุ
ยี่
(2547)
ซึ่
งศึ
กษาผลการใช
บทเรี
ยนวี
ดี
ทั
ศน
เพื่
อการ
ฝ
กอบรมนั
กจั
ดรายการวิ
ทยุ
เรื่
อง อุ
ปกรณ
สํ
าหรั
บการจั
ดรายการวิ
ทยุ
อิ
นเทอร
เน็
ตของมหาวิ
ทยาลั
รามคํ
าแหงว
าหลั
งการทดลอง ผู
เข
าร
วมอบรมมี
ผลสั
มฤทธิ์
ทางการเรี
ยนสู
งกว
าก
อนการฝ
กอบรม,
สอดคล
องกั
บอาชั
ญญา รั
ตนอุ
บล (2543) ที่
ถื
อว
าการเรี
ยนรู
ที่
สํ
าคั
ญคื
อการเรี
ยนรู
จากแหล
งข
อมู
ลที่
หลากหลาย ซึ่
งจะทํ
าให
ผู
เรี
ยนเกิ
ดประสบการณ
การเรี
ยนรู
ที่
ก
อให
เกิ
ดการสร
างเจตคติ
การปรั
พฤติ
กรรมได
นอกจากนี้
การให
ผู
เรี
ยนได
เล
าประสบการณ
และอภิ
ปรายแลกเปลี่
ยนความคิ
ดเห็
นกั
เพื่
อให
ผู
เรี
ยนได
เกิ
ดการเรี
ยนรู
และประสบการณ
ใหม
ๆซึ่
งสอดคล
องกั
บKnowles (1978) ที่
เห็
นว
ประสบการณ
เป
นแหล
งการเรี
ยนรู
ที่
มี
คุ
ณค
ามากที่
สุ
ดสํ
าหรั
บผู
ใหญ
ดั
งนั้
นวิ
ธี
การหลั
กสํ
าหรั
การศึ
กษาผู
ใหญ
ก็
คื
อการวิ
เคราะห
ถึ
งประสบการณ
ของผู
ใหญ
แต
ละคนอย
างละเอี
ยดว
ามี
ส
วนไหน
ของประสบการณ
ที่
จะนํ
ามาใช
ในการเรี
ยนการสอนได
บ
าง แล
วจึ
งหาทางนํ
ามาใช
ให
เกิ
ดประโยชน
ต
อไปสอดคล
องกั
บ อุ
นตา นพคุ
ณ (2546)
กล
าวว
า กิ
จกรรมทางการศึ
กษาและประสบการณ
1...,204,205,206,207,208,209,210,211,212,213 215,216,217,218,219,220,221,222,223,224,...374
Powered by FlippingBook