bk128 - page 204

267
1. ผลการพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนตามแนวคิ
ดของบอยล
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
2. ผลการทดลองใช
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนตามแนวคิ
ดของบอยล
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
3. ผลการศึ
กษาป
จจั
ยและเงื่
อนไขของการนํ
าโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยน
ตามแนวคิ
ดของบอยล
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
1. ผลการพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนตามแนวคิ
ดของบอยล
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม สํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
1.1 ผลการศึ
กษาข
อมู
ลความต
องการเรี
ยนรู
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
สั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
1.1.1ประชาชนผู
มี
ส
วนเกี่
ยวข
องกั
บงานด
านวิ
ทยุ
ชุ
มชนมี
ความต
องการใน
การเข
าร
วมโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนตามแนวคิ
ดของบอยล
เพื
อเสริ
มสร
างความ
รั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน โดยให
เหตุ
ผลของความต
องการเข
ร
วมกิ
จกรรมว
า คิ
ดว
าเป
นประโยชน
ในการที
จะสามารถพั
ฒนาตนเอง พั
ฒนาการจั
ดรายการ
วิ
ทยุ
ชุ
มชนให
ถู
กต
องเหมาะสมตามหลั
กจรรยาบรรณของสื
อมวลชนประกอบกั
บจากการที
ได
ฟ
เนื
อหาสาระการเรี
ยนรู
ในเบื
องต
น และรายชื
อของวิ
ทยากรหลั
ก ทํ
าให
คิ
ดว
าอยากเข
าร
วมใน
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยน เพื
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
ประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนซึ
งสอดคล
องกั
บKnowles (1980) ที
กล
าวว
า ผู
ใหญ
จะสามารถ
เรี
ยนได
ดี
เมื
อผู
ใหญ
มี
ความต
องการที
จะพั
ฒนาตนเอง และนํ
าความรู
นั
นไปใช
ในการแก
ไขป
ญหา
ในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตของผู
ใหญ
เอง และสอดคล
องกั
บKidd (1973) ที
กล
าวว
า การเรี
ยนรู
ของผู
ใหญ
เกี
ยวพั
นกั
บงานความเป
นอยู
บทบาทและภารกิ
จของบุ
คคลนั
นลั
กษณะของกิ
จกรรมที
เหมาะสม
สนองตอบความต
องการของผู
ใหญ
จะกระตุ
นให
ผู
ใหญ
เกิ
ดความต
องการหรื
อสนใจที่
จะเรี
ยนรู
1.1.2ประชาชนผู
มี
ส
วนเกี่
ยวข
องกั
บงานด
านวิ
ทยุ
ชุ
มชนมี
ความต
องการใน
เรื่
องจํ
านวนวั
นสํ
าหรั
บจั
ดโปรแกรมเพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมควรใช
เวลาประมาณ
8 - 14 วั
น (ร
อยละ 51.67) รองลงมา คื
อ 1 – 7 วั
น (ร
อยละ 60) และ 15 วั
นขึ
นไป (ร
อยละ 3.33)
เนื
องจากเป
นระยะเวลาที
เหมาะสม ไม
น
อยเกิ
นไปทํ
าให
ประชาชนที
มี
ส
วนเกี
ยวข
องในงานด
าน
วิ
ทยุ
ชุ
มชน ได
รั
บความรู
เนื
อหาสาระ และได
ฝ
กปฏิ
บั
ติ
จริ
ง ในทั
กษะต
างๆ จากการทํ
ากิ
จกรรม
อย
างครบถ
วน มี
เวลาในการแลกเปลี
ยนความรู
และประสบการณ
ร
วมกั
นอย
างเต็
มที
ระหว
าง
1...,194,195,196,197,198,199,200,201,202,203 205,206,207,208,209,210,211,212,213,214,...374
Powered by FlippingBook