bk128 - page 205

268
ผู
เรี
ยนด
วยกั
นเอง สอดคล
องกั
บ Matin (1990) กล
าวว
าการเรี
ยนรู
เพื
อให
เกิ
ดการเปลี
ยนแปลง
พฤติ
กรรมที
ยั
งยื
นและถาวร ควรต
องใช
เวลาการจั
ดกระบวนการเรี
ยนรู
รวมกั
นทั
งสิ
นไม
ต่ํ
ากว
100 ชั่
วโมง
1.1.3 ช
วงเวลาที
เหมาะสมสํ
าหรั
บใช
ในการจั
ดกิ
จกรรมเพื
อเสริ
มสร
าง
ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมคื
อ ช
วงเดื
อนกุ
มภาพั
นธ
มากที
สุ
ดคิ
ดเป
นร
อยละ 68.33 รองลงมาเป
ช
วงเดื
อนมี
นาคมคิ
ดเป
นร
อยละ 16.67 และเดื
อนเมษายนคิ
ดเป
นร
อยละ 15 โดยเหตุ
ผลที
ควรจั
กิ
จกรรมเพื
อเสริ
มสร
าง ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม ในช
วงเดื
อนกุ
มภาพั
นธ
เนื
องจาก เดื
อน
กุ
มภาพั
นธ
เป
นช
วงเวลาที
อากาศเย็
นสบาย อุ
ณหภู
มิ
ไม
ร
อน และไม
เป
นอุ
ปสรรคสํ
าหรั
บการทํ
กิ
จกรรมนอกสถานที
ซึ
งสอดคล
องกั
บ Sisco (1991) กล
าวว
า การจั
ดบรรยากาศการเรี
ยนรู
ที่
ผ
อนคลาย เป
นกั
นเอง และช
วงเวลาในการจั
ดกิ
จกรรมที
เหมาะสมโดยคํ
านึ
งถึ
งความสะดวกของ
ผู
เรี
ยนเป
นหลั
ก จะสามารถสร
างความมั่
นใจและความสนใจให
ผู
เรี
ยนในการร
วมทํ
ากิ
จกรรม
1.1.4 ในส
วนของรู
ปแบบโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยน เพื
เสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน ควรเป
นการฝ
ปฏิ
บั
ติ
จริ
ง และกิ
จกรรมบํ
าเพ็
ญประโยชน
เพื
อสั
งคม (ร
อยละ 21.67) การทั
ศนศึ
กษา (ร
อยละ 20)
การอภิ
ปรายและเปลี
ยนความคิ
ดเห็
น (ร
อยละ 13.33) รองลงมาได
แก
รู
ปแบบอื
นๆ คื
อ การฟ
บรรยาย (ร
อยละ 11.67) การสาธิ
ต (ร
อยละ 8.33) การระดมสมอง (ร
อยละ 3.33) ตามลํ
าดั
บ ซึ
สอดคล
องกั
บศรี
เมื
อง เจริ
ญศิ
ริ
(2552) กล
าวว
าบุ
คลากรที่
เกี่
ยวข
องกั
บงานด
านวิ
ทยุ
ชุ
มชนมี
ความ
ต
องการและสนใจในเรื
องวิ
ทยุ
ชุ
มชนหลายด
าน ดั
งนั
นจึ
งควรจั
ดทํ
าหลั
กสู
ตรวิ
ทยุ
ชุ
มชนเพื
อจั
อบรมให
กั
บบุ
คลากรหรื
อผู
สนใจ ซึ่
งอาจทํ
าได
หลายรู
ปแบบ เช
น การสร
างกิ
จกรรมที่
ทํ
าให
สถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนต
างๆมี
โอกาสแลกเปลี่
ยนความคิ
ดเห็
นและประสบการณ
ร
วมกั
นการศึ
กษาทั
ศนศึ
กษา
ดู
งานวิ
ทยุ
ชุ
มชนที
ต
าง ๆ หรื
อการฝ
กปฏิ
บั
ติ
จริ
ง ซึ
งสอดคล
องกั
บBoyle (1981) กล
าวว
า การ
เปลี่
ยนแปลงเชิ
งบุ
คคลทั้
งในด
านความรู
ทั
กษะ และทั
ศนคติ
ของผู
เรี
ยน ควรประกอบไปด
วย
กิ
จกรรมต
างๆที่
หลากหลาย เช
นการฝ
กปฎิ
บั
ติ
จริ
ง การอภิ
ปราย แลกเปลี่
ยนความคิ
ดเห็
นการเล
เกมการแสดงบทบาทสมมุ
ติ
การระดมสมอง จึ
งส
งผลให
ผู
เรี
ยนมี
ความรู
เจตคติ
และทั
กษะหลั
การเรี
ยนเพิ่
มมากขึ้
นซึ่
งสอดคล
องกั
บ Caffarella (1994) ที่
กล
าวว
า การทํ
ากิ
จกรรมต
างๆ เช
นการ
ฟ
งการบรรยาย การอภิ
ปรายกลุ
มการระดมสมอง ฯลฯ จะช
วยส
งเสริ
มให
ผู
เรี
ยนได
รั
บความรู
มาก
ขึ้
น และกิ
จกรรมต
างๆนี้
ยั
งทํ
าให
ผู
เรี
ยนสามารถแสดงความคิ
ดเห็
นได
อย
างเป
ดกว
าง ได
รั
บฟ
ความคิ
ดและมองเห็
นทางเลื
อกที่
หลากหลายส
งผลให
เกิ
ดความรู
ความเข
าใจในเนื้
อหา และพั
ฒนา
เจตคติ
และกิ
จกรรมที่
เน
นการฝ
กปฏิ
บั
ติ
จะช
วยเสริ
มสร
างทั
กษะให
แก
ผู
เรี
ยนได
ดี
ยิ่
งขึ้
น และ
สอดคล
องกั
บอาชั
ญญา รั
ตนอุ
บล (2541) ที่
กล
าวว
า การจั
ดกิ
จกรรมที่
เป
ดโอกาสให
ผู
เรี
ยนได
ลงมื
1...,195,196,197,198,199,200,201,202,203,204 206,207,208,209,210,211,212,213,214,215,...374
Powered by FlippingBook