bk128 - page 216

279
การอภิ
ปรายกลุ
มผู
วิ
จั
ยได
ข
อสรุ
ปที่
จะนํ
ามาเป
นเงื่
อนไขซึ่
งเป
นข
อกํ
าหนดเพื่
อให
การจั
ดกิ
จกรรม
ประสบผลสํ
าเร็
จ และเกิ
ดเป
นรู
ปแบบกิ
จกรรมที่
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพมากยิ่
งขึ้
นดั
งต
อไปนี้
3.1ป
จจั
ยของการนํ
าโปรแกรมเพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมไปใช
3.1.1 ผู
เรี
ยน
จํ
านวนผู
เรี
ยนที่
มี
ความเหมาะสม ไม
มากหรื
อน
อยจนเกิ
นไปการที่
กํ
าหนดให
กลุ
ผู
เรี
ยนต
องเป
นคณะกรรมการในสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนหรื
อแนวร
วมภาคประชาชนที่
ปฏิ
บั
ติ
หน
าที่
ใน
สถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชน เพื่
อนํ
าเอาประสบการณ
การทํ
างานที่
แตกต
างกั
น และป
ญหาอุ
ปสรรคที่
พบในการ
ทํ
างานที่
คล
ายคลึ
งกั
นมาแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
ซึ่
งกั
นและกั
นระหว
างสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนด
วยกั
นเองทํ
าให
เกิ
ดเป
นองค
ความรู
ใหม
รวมทั้
งการกํ
าหนดให
ผู
เข
ารั
บการอบรมต
องมี
อายุ
ตั้
งแต
15-60
ป
ขึ้
นไปทํ
าให
ผู
เข
ารั
บการอบรมในแต
ละกลุ
มมี
อายุ
ที่
หลากหลายสามารถแลกเปลี่
ยนประสบการณ
ในการทํ
างานและเรี
ยนรู
ที่
จะอยู
ร
วมกั
บบุ
คคลอื่
นช
วยเหลื
อซึ่
งกั
นและกั
น ในการอบรม
มี
การแบ
งเป
นกลุ
มย
อยกลุ
มละ 6
คนทํ
าให
เกิ
ดการเรี
ยนรู
ที่
จะทํ
างานร
วมกั
น แลกเปลี่
ยน
และถ
ายทอดประสบการณ
ซึ่
งกั
นและกั
น เกิ
ดเป
นความสามั
คคี
และการช
วยเหลื
อเกื้
อกู
ลกั
นขึ้
ภายในกลุ
มสอดคล
องกั
บชาญสวั
สดิ์
สาลี
(2539)ที่
กล
าวว
า ผู
เรี
ยนเป
นสิ่
งสํ
าคั
ญที่
สนั
บสนุ
นการจั
โปรแกรมการคั
ดเลื
อกผู
เรี
ยนที่
มี
ประสบการณ
การทํ
างาน การเข
ารั
บการอบรมทํ
าให
ผู
เรี
ยนมี
ประสบการณ
แตกต
างกั
นตามประสบการณ
ของการทํ
างาน จํ
านวนการเข
ารั
บการอบรมที่
แตกต
าง
กั
นทํ
าให
ผู
เรี
ยนสามารถเรี
ยนรู
และแลกเปลี่
ยนประสบการณ
ระหว
างรุ
นพี่
และรุ
นน
อง รวมทั้
งการ
กํ
าหนดให
ผู
เข
ารั
บการอบรมในแต
ละกลุ
มมี
อายุ
ที่
คละกั
นไป ทํ
าให
สามารถแลกเปลี่
ยน
ประสบการณ
ในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตและเรี
ยนรู
ที่
จะอยู
ร
วมกั
บบุ
คคลอื่
นช
วยเหลื
อซึ่
งกั
นและกั
น โดยใน
การอบรมมี
การแบ
งเป
นกลุ
มย
อยทํ
าให
เกิ
ดการเรี
ยนรู
ที่
จะทํ
างานร
วมกั
นแลกเปลี่
ยนและถ
ายทอด
ประสบการณ
ซึ่
งกั
นและกั
น จนได
ข
อสรุ
ปเกิ
ดความรู
ใหม
สอดคล
องกั
บงานวิ
จั
ยของชนิ
นทรสุ
เจริ
ญ (2551) ที่
กล
าวว
า ความกระตื
อรื
อร
นความสนใจในการเรี
ยนรู
ของผู
เรี
ยนทํ
าให
การดํ
าเนิ
กิ
จกรรมการเรี
ยนรู
เป
นไปอย
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ โดยต
อง จั
ดผู
เรี
ยนให
มี
จํ
านวนที่
เหมาะสมกั
ลั
กษณะของกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
ที่
ต
องมี
การทดลองปฏิ
บั
ติ
และการทํ
ากิ
จกรรมหลาย ๆ รู
ปแบบ
ดั
งนั้
นจํ
านวนผู
เรี
ยนจึ
งไม
ควรมากเกิ
นไป เพื่
อให
ผู
เรี
ยน มี
โอกาสทดลองหรื
อฝ
กปฏิ
บั
ติ
ได
อย
าง
ทั่
วถึ
งสอดคล
องกั
บMitchell (1993) ที่
กล
าวว
า รู
ปแบบของกิ
จกรรมมี
ผลต
อจํ
านวนผู
เรี
ยนหาก
เป
นกิ
จกรรมที่
ต
องมี
การฝ
กปฏิ
บั
ติ
ก็
ควรจะมี
ผู
เรี
ยนจํ
านวนไม
มาก เพื่
อสามารถฝ
กปฏิ
บั
ติ
ได
ทุ
กคน
สอดคล
องกั
บBurnard (1996) ที่
กล
าวว
า การมี
ประสบการณ
อย
างเดี
ยวไม
เพี
ยงพอที่
จะมั่
นใจว
ามี
การเรี
ยนรู
เกิ
ดขึ้
นความสํ
าคั
ญอยู
ที่
การบู
รณาการประสบการณ
ใหม
กั
บประสบการณ
เดิ
ม โดยผ
าน
กระบวนการคิ
ดทบทวนซึ่
งอาจเกิ
ดขึ้
นในตั
วผู
เรี
ยนโดยลํ
าพั
งหรื
อเกิ
ดขึ้
นโดยกระบวนการกลุ
มจาก
1...,206,207,208,209,210,211,212,213,214,215 217,218,219,220,221,222,223,224,225,226,...374
Powered by FlippingBook