275
1.2.3.5 การเลื
อกตั
ดสิ
นใจ (Choice/Change) การตั
ดสิ
นใจเลื
อกที่
จะคิ
ดหรื
อปฏิ
บั
ติ
ในสิ่
งใดสิ่
งหนึ่
ง หลั
งจากผ
านประสบการณ
การปรั
บเปลี่
ยนกรอบความคิ
ดการตั้
ง
คํ
าถามหรื
อสมมติ
ฐาน และการคิ
ดเพื่
อหาข
อสรุ
ปมาแล
ว ดั
งนั้
นผู
เรี
ยนต
องเลื
อกที่
จะตั
ดสิ
นใจด
วย
ตั
วเอง ให
ถู
กต
องตามหลั
กจรยาบรรณสื่
อมวลชนหรื
อยึ
ดหลั
กความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม โดย
ปราศจากการบั
งคั
บหรื
อการชี้
นํ
าทางความคิ
ด จากบุ
คคลอื่
น เพื่
อให
สอดคล
องและเป
นประโยชน
สู
งสุ
ดต
อตั
วเองและส
วมรวมทั้
งในด
านการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตและการทํ
างานซึ่
งสอดคล
องกั
บLeonore
Langsdorf (อ
างถึ
งในชิ
ดชงค
สนั
นทนาเนตร 2549) กล
าวว
า การพั
ฒนาความสามารถในการ
ประเมิ
นเหตุ
ผลทั้
งที่
ชั
ดเจนและที่
ซ
อนเร
น เพื่
อที่
จะตั
ดสิ
นใจว
าควรยอมรั
บสิ่
งใดหรื
อเราควรจะทํ
า
อะไรต
อไป การตั
ดสิ
นใจนี้
ขึ้
นอยู
กั
บเหตุ
ผลที่
ดี
โดยไม
มิ
การถู
กบั
งคั
บ การเสี่
ยงทาย หรื
อการ
กํ
าหนดกรอบความคิ
ด
1.2.3.6 การยื
นยั
นยอมรั
บ (Avowal/Acknowledgement) การที่
ผู
เรี
ยนคิ
ดและตั
ดสิ
นใจ ในเรื่
องต
างๆผ
านกระบวนการมาเป
นลํ
าดั
บขั้
นตอนในข
างต
น โดยยึ
ดหลั
ก
จรรยาบรรณสื่
อมวลชนและความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมจนในที่
สุ
ดเกิ
ดการยื
นยั
นและยอมรั
บมาเป
น
วิ
ถี
หรื
อแนวทางปฏิ
บั
ติ
ซึ่
งสอดคล
องกั
บKrathwohl และBloom อ
างถึ
งในสุ
ภั
ทรา ภู
ษิ
ตรั
ตนาวลี
2547กล
าวว
า ในการเรี
ยนรู
ด
านจิ
ตพิ
สั
ย เมื่
อบุ
คคลได
รั
บการกระตุ
นจนเกิ
ดความสนในสิ่
งเร
าก็
จะ
เกิ
ดความยิ
นยอมหรื
อเต็
มใจที่
จะตอบสนองและสร
างความพึ
งพอใจในการตอบเร
าสิ่
งนั้
นๆ
1.2.3.7 การเรี
ยนรู
เพื่
อการเปลี่
ยนแปลง (Learning for Change)
ในขั้
นตอนสุ
ดท
ายของกระบวนการเรี
ยนรู
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมทุ
กขั้
นตอนที่
กล
าวมาจะพบว
าจุ
ดเริ่
มต
นจะเริ่
มที่
ผู
เรี
ยนเป
นหลั
ก และในทุ
กขั้
นตอนต
องอาศั
ยผู
เรี
ยนเป
น
ศู
นย
กลางไม
ว
าจะเป
นการเริ่
มต
นที่
ประสบการณ
การปรั
บเปลี่
ยนจากภายในการตั้
งสมมติ
ฐานการ
คิ
ด การตั
ดสิ
นใจ และการยื
นยั
นยอมรั
บ ล
วนมาจากตั
วผู
เรี
ยนทั้
งสิ้
น ดั
งนั้
นเมื่
อจบขั้
นตอน
กระบวนการเรี
ยนรู
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม จุ
ดมุ
งหมายของการเรี
ยนรู
คื
อ เพื่
อให
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงในตั
วผู
เรี
ยน ซึ่
งสอดคล
องกั
บRogers 1993กล
าวว
า การเรี
ยนรู
ที่
เป
นการริ
เริ่
ม
จากตนเอง จะเป
นการเรี
ยนรู
ที่
ส
งผลให
ตั
วผู
เรี
ยนเกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงอย
างแท
จริ
ง และสามารถ
นํ
าไปใช
ให
เกิ
ดประโยชน
มากที่
สุ
ดและสอดคล
องกั
บPfeiffer and Jones(1983) กล
าวว
า เมื่
อผู
เรี
ยน
ได
ข
อสรุ
ปหรื
อองค
ความรู
ใหม
จะนํ
าสิ่
งที่
ได
รั
บนั้
นไปประยุ
กต
ใช
ในสถานการณ
ต
างๆที่
เกี่
ยวข
อง
และสร
างเป
นประสบการณ
ใหม
สํ
าหรั
บตนเองต
อไป
โปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนเพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม
สํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนประกอบด
วยองค
ประกอบและขั้
นตอนการเรี
ยนรู
สามารถ
เขี
ยนเป
นรู
ปภาพได
ดั
งนี้