bk128 - page 207

270
ปฏิ
สั
มพั
นธ
ระหว
างผู
เรี
ยนโดยคํ
านึ
งถึ
งความต
อเนื่
อง การจั
ดลํ
าดั
บเนื้
อหา และการผสมผสานเพื่
นํ
าไปใช
ในชี
วิ
ตจริ
งและการปฏิ
บั
ติ
งานได
การประเมิ
นความก
าวหน
าและผลลั
พธ
ที่
เกิ
ดขึ้
นโดย
ประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
ว
าผู
เรี
ยนเกิ
ดการเรี
ยนรู
และเปลี่
ยนแปลงพฤติ
กรรมได
จริ
งตามที่
ต
องการ โดย
มี
องค
ประกอบดั
งนี้
วั
ตถุ
ประสงค
ผู
เรี
ยนผู
สอน เนื้
อหา กิ
จกรรม ระยะเวลา แหล
งความรู
สื่
อการ
สอนสภาพแวดล
อมและการประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
ซึ่
งสอดคล
อง กั
บมนั
สวาสน
โกวิ
ทยา (2551)
พบว
าการพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนเพื่
อเสริ
มสร
างภาวะผู
นํ
าแบบมี
ส
วนร
วม
สํ
าหรั
บผู
นํ
าเยาวชนอนุ
รั
กษ
สิ่
งแวดล
อมมี
องค
ประกอบดั
งนี้
วั
ตถุ
ประสงค
ผู
เรี
ยนผู
สอน เนื้
อหา
กิ
จกรรม ระยะเวลา แหล
งความรู
สื่
อการสอนสภาพแวดล
อมและการประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
และ
สอดคล
องกั
บชาลิ
ณี
เอี่
ยมศรี
(2549) พบว
าการพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนเพื่
ส
งเสริ
มการคิ
ดอย
างมี
วิ
จารณญาณและทั
กษะการแก
ป
ญหาในการปฏิ
บั
ติ
งานด
านสุ
ขภาพของ
เจ
าหน
าที่
สาธารณสุ
ขระดั
บตํ
าบลมี
องค
ประกอบดั
งนี้
มี
องค
ประกอบดั
งนี้
วั
ตถุ
ประสงค
ผู
เรี
ยน
ผู
สอน เนื้
อหากิ
จกรรมระยะเวลาแหล
งความรู
สื่
อการสอนสภาพแวดล
อมและการประเมิ
นผลการ
เรี
ยนรู
1.2.2 กระบวนการเรี
ยนรู
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
ประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนผู
วิ
จั
ยบู
รณาการ 3 แนวคิ
ด ได
แก
การเรี
ยนรู
จากการปรั
บเปลี่
ยน
มโนทั
ศน
การกระทํ
าเชิ
งภาษา และการเรี
ยนรู
เน
นงานปฏิ
บั
ติ
ผนวกกั
บโปรแกรมการเรี
ยนรู
ที่
ได
จากการทดลอง พบว
ากระบวนการเรี
ยนรู
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม สํ
าหรั
ประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนประกอบด
วย
1.2.2.1
ขั้
นเตรี
ยมปฏิ
บั
ติ
งาน (Pre-task)
เป
นการชี้
แจง
วั
ตถุ
ประสงค
ขั้
นตอนการเรี
ยนรู
และมอบหมายชิ้
นงาน ให
กั
บผู
เรี
ยน
1.2.2.2ขั้
นระหว
างปฏิ
บั
ติ
งาน (During-task)ประกอบด
วย
(1) นํ
าเสนอข
อมู
ลข
อเท็
จจริ
ง (Constatives) การที่
ผู
สอนนํ
าเสนอข
อมู
ลข
าวสาร เนื้
อหา และข
อเท็
จจริ
ง ในแต
ละสาระการเรี
ยนรู
แก
ผู
เรี
ยนอาจอยู
ใน
รู
ปแบบของการบรรยายหรื
อการสาธิ
ต เป
นต
(2) การเกิ
ดปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบรั
บจากผู
รั
บสาร (Regulative)
การคาดหวั
งปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบกลั
บจากผู
เรี
ยน อาจเป
นทั
ศนคติ
หรื
อพฤติ
กรรมที่
จะเกิ
ดความ
เปลี่
ยนแปลงขึ้
นหลั
งจากที่
ผู
สอนได
ให
ข
อมู
ลเนื้
อหาสาระในขั้
นตอนที่
1 โดยสามารถแบ
งขั้
นตอน
การเรี
ยนรู
ได
3 ขั้
นตอนดั
งนี้
การตั้
งสมมติ
ฐานคื
อการให
ผู
เรี
ยนตั้
งสมมติ
ฐานหรื
อข
อคํ
าถามที่
เกิ
ดขึ้
นในผู
เรี
ยนแต
ละคนหลั
งจากได
รั
บความรู
จากผู
สอนการปรั
บเปลี่
ยนกรอบแนวคิ
ดคื
อการให
ผู
เรี
ยนปรั
บความคิ
ดเลื
อกหาคํ
าตอบ ในข
อคํ
าถามหรื
อสมมติ
ฐานที่
ผู
เรี
ยนแต
ละคนได
ตั้
งไว
อาจจะ
1...,197,198,199,200,201,202,203,204,205,206 208,209,210,211,212,213,214,215,216,217,...374
Powered by FlippingBook