270
ปฏิ
สั
มพั
นธ
ระหว
างผู
เรี
ยนโดยคํ
านึ
งถึ
งความต
อเนื่
อง การจั
ดลํ
าดั
บเนื้
อหา และการผสมผสานเพื่
อ
นํ
าไปใช
ในชี
วิ
ตจริ
งและการปฏิ
บั
ติ
งานได
การประเมิ
นความก
าวหน
าและผลลั
พธ
ที่
เกิ
ดขึ้
นโดย
ประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
ว
าผู
เรี
ยนเกิ
ดการเรี
ยนรู
และเปลี่
ยนแปลงพฤติ
กรรมได
จริ
งตามที่
ต
องการ โดย
มี
องค
ประกอบดั
งนี้
วั
ตถุ
ประสงค
ผู
เรี
ยนผู
สอน เนื้
อหา กิ
จกรรม ระยะเวลา แหล
งความรู
สื่
อการ
สอนสภาพแวดล
อมและการประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
ซึ่
งสอดคล
อง กั
บมนั
สวาสน
โกวิ
ทยา (2551)
พบว
าการพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนเพื่
อเสริ
มสร
างภาวะผู
นํ
าแบบมี
ส
วนร
วม
สํ
าหรั
บผู
นํ
าเยาวชนอนุ
รั
กษ
สิ่
งแวดล
อมมี
องค
ประกอบดั
งนี้
วั
ตถุ
ประสงค
ผู
เรี
ยนผู
สอน เนื้
อหา
กิ
จกรรม ระยะเวลา แหล
งความรู
สื่
อการสอนสภาพแวดล
อมและการประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
และ
สอดคล
องกั
บชาลิ
ณี
เอี่
ยมศรี
(2549) พบว
าการพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนเพื่
อ
ส
งเสริ
มการคิ
ดอย
างมี
วิ
จารณญาณและทั
กษะการแก
ป
ญหาในการปฏิ
บั
ติ
งานด
านสุ
ขภาพของ
เจ
าหน
าที่
สาธารณสุ
ขระดั
บตํ
าบลมี
องค
ประกอบดั
งนี้
มี
องค
ประกอบดั
งนี้
วั
ตถุ
ประสงค
ผู
เรี
ยน
ผู
สอน เนื้
อหากิ
จกรรมระยะเวลาแหล
งความรู
สื่
อการสอนสภาพแวดล
อมและการประเมิ
นผลการ
เรี
ยนรู
1.2.2 กระบวนการเรี
ยนรู
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
บ
ประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนผู
วิ
จั
ยบู
รณาการ 3 แนวคิ
ด ได
แก
การเรี
ยนรู
จากการปรั
บเปลี่
ยน
มโนทั
ศน
การกระทํ
าเชิ
งภาษา และการเรี
ยนรู
เน
นงานปฏิ
บั
ติ
ผนวกกั
บโปรแกรมการเรี
ยนรู
ที่
ได
จากการทดลอง พบว
ากระบวนการเรี
ยนรู
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม สํ
าหรั
บ
ประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนประกอบด
วย
1.2.2.1
ขั้
นเตรี
ยมปฏิ
บั
ติ
งาน (Pre-task)
เป
นการชี้
แจง
วั
ตถุ
ประสงค
ขั้
นตอนการเรี
ยนรู
และมอบหมายชิ้
นงาน ให
กั
บผู
เรี
ยน
1.2.2.2ขั้
นระหว
างปฏิ
บั
ติ
งาน (During-task)ประกอบด
วย
(1) นํ
าเสนอข
อมู
ลข
อเท็
จจริ
ง (Constatives) การที่
ผู
สอนนํ
าเสนอข
อมู
ลข
าวสาร เนื้
อหา และข
อเท็
จจริ
ง ในแต
ละสาระการเรี
ยนรู
แก
ผู
เรี
ยนอาจอยู
ใน
รู
ปแบบของการบรรยายหรื
อการสาธิ
ต เป
นต
น
(2) การเกิ
ดปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบรั
บจากผู
รั
บสาร (Regulative)
การคาดหวั
งปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบกลั
บจากผู
เรี
ยน อาจเป
นทั
ศนคติ
หรื
อพฤติ
กรรมที่
จะเกิ
ดความ
เปลี่
ยนแปลงขึ้
นหลั
งจากที่
ผู
สอนได
ให
ข
อมู
ลเนื้
อหาสาระในขั้
นตอนที่
1 โดยสามารถแบ
งขั้
นตอน
การเรี
ยนรู
ได
3 ขั้
นตอนดั
งนี้
การตั้
งสมมติ
ฐานคื
อการให
ผู
เรี
ยนตั้
งสมมติ
ฐานหรื
อข
อคํ
าถามที่
เกิ
ดขึ้
นในผู
เรี
ยนแต
ละคนหลั
งจากได
รั
บความรู
จากผู
สอนการปรั
บเปลี่
ยนกรอบแนวคิ
ดคื
อการให
ผู
เรี
ยนปรั
บความคิ
ดเลื
อกหาคํ
าตอบ ในข
อคํ
าถามหรื
อสมมติ
ฐานที่
ผู
เรี
ยนแต
ละคนได
ตั้
งไว
อาจจะ