15
การบุ
กเบิ
กสร้
างสรรค์
สั
งคมใหม่
ท่
ามกลางกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
หลากหลายที่
อพยพเข้
ามาอยู
่
อาศั
ยต่
างวาระกั
น
จึ
งจํ
าเป็
นต้
องมี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
นทั
้
งในกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เดี
ยวกั
นและข้
ามกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เพื่
อปรั
บตั
วให้
เข้
ากั
บภาวะแวดล้
อมทางธรรมชาติ
และภาวะแวดล้
อมทางสั
งคมซึ
่
งจะต้
องขึ
้
นอยู
่
กั
บเหตุ
ปั
จจั
ยต่
างๆ
ที่
มี
ส่
วนในการกํ
าหนดให้
เป็
นไปด้
วย
วิ
ธี
การศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นดั
งกล่
าว ธิ
ดาสาระยา (2539 : 114-178) ได้
อธิ
บายไว้
โดยสั
งเขปว่
าเป็
นกระบวนการศึ
กษาเชิ
งประวั
ติ
ศาสตร์
ที่
เน้
นสํ
านึ
กและการแสดงออกของกลุ่
มคน
ในสั
งคมท้
องถิ่
น ซึ
่
งจะสะท้
อนทั
ศนคติ
ของกลุ่
มคนเกี่
ยวกั
บอดี
ตของตนเอง ทํ
าให้
รู
้
ถึ
ง
สภาพแวดล้
อมทางด้
านเศรษฐกิ
จสั
งคมการเมื
อง วั
ฒนธรรมทั
ศนคติ
ความคิ
ดของคนมากกว่
า
เหตุ
การณ์
ทางประวั
ติ
ศาสตร์
จึ
งเป็
นตั
วแทนแห่
งอดี
ตของกลุ่
มคนและเป็
นพื
้
นฐานแห่
งเอกลั
กษณ์
และเนื่
องจากพั
ฒนาการทางความคิ
ดของกลุ่
มคนสามารถสร้
างความเชื่
อมโยงระหว่
างอดี
ตกั
บ
ปั
จจุ
บั
นได้
การศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นในปั
จจุ
บั
นจึ
งต้
องอาศั
ยหลั
กฐานจากข้
อมู
ลท้
องถิ่
น
ทั
้
งที่
เป็
นเอกสารลายลั
กษณ์
อั
กษร โบราณสถาน และจารี
ตบอกเล่
าของท้
องถิ่
นนั
้
นข้
อมู
ลและ
หลั
กฐานที่
เกี่
ยวเนื่
องกั
บชาวบ้
านเปลี่
ยนแปลงตลอดเวลา ตามการรั
บรู
้
และการเปลี่
ยนแปลงของ
สั
งคมพื
้
นบ้
านที่
สั
มพั
นธ์
กั
บสั
งคมเมื
องจารี
ตบอกเล่
าของสั
งคมหนึ
่
งสมั
ยหนึ
่
งอาจถู
กตี
ความเสี
ยใหม่
ตามความเข้
าใจของชาวบ้
านที่
เปลี่
ยนไปข้
อมู
ลดั
งกล่
าวสะท้
อนให้
เห็
นวิ
วั
ฒนาการทางความคิ
ด
และการแสดงออกของสั
งคมที่
ชั
ดเจนสื
บเนื่
องจากอดี
ตจนถึ
งปั
จจุ
บั
นประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นจึ
งเป็
น
ประวั
ติ
ศาสตร์
ที่
มี
ชี
วิ
ต (living history) เคลื่
อนไหวตลอดเวลา ผ่
านกลุ่
มคนภายในชุ
มชนที่
มี
สํ
านึ
ก
ร่
วมในสิ่
งที่
เกิ
ดขึ
้
น จนกระทั่
งมี
การประสมประสานทางความคิ
ดที่
เป็
นพื
้
นฐานในการสร้
างเอกลั
กษณ์
ของสั
งคมขึ
้
นมา
ส่
วนขอบเขตด้
านเนื
้
อหาและพื
้
นที่
ในการศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นของเกาะลั
นตา เป็
นการ
เลื
อกศึ
กษาตามแนวคิ
ดของสุ
เทพ สุ
นทรเภสั
ช (2548 : 68,76)ที่
ว่
าควรจะศึ
กษาเกี่
ยวกั
บหมู
่
บ้
านเพี
ยง
หมู
่
บ้
านเดี
ยว หรื
อกลุ่
มเดี
ยว เมื
องขนาดเล็
กหรื
อขนาดปานกลาง หรื
อไม่
ก็
เป็
นอาณาเขตทาง
ภู
มิ
ศาสตร์
ที่
ไม่
ใหญ่
เกิ
นไปกว่
าจั
งหวั
ดหรื
อมณฑลทั
้
งนี
้
ผู
้
ศึ
กษาจะต้
องแปลความหมายของหลั
กฐาน
ที่
ไม่
เป็
นลายลั
กษณ์
อั
กษรได้
และงานภาคสนามจะเป็
นประโยชน์
อย่
างมากหากนํ
ามาใช้
ควบคู
่
กั
บ
การศึ
กษาโบราณสถานและเอกสารที่
มี
อยู
่
ในห้
องสมุ
ดของทางราชการและเอกชน
จากแนวคิ
ดดั
งกล่
าวผู
้
วิ
จั
ยได้
นํ
ามาเป็
นแนวทางในการศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
น
เกาะลั
นตาซึ
่
งเป็
นอํ
าเภอเล็
กๆอํ
าเภอหนึ
่
งในจั
งหวั
ดกระบี่
เพื่
อสื
บย้
อนเรื่
องราวและวิ
ถี
ชี
วิ
ตของ
ผู
้
คนในอดี
ตที่
เข้
ามาตั
้
งถิ่
นฐานบนเกาะลั
นตาในด้
านทั
ศนคติ
ของกลุ่
มคนเกี่
ยวกั
บอดี
ตของตนเอง
ปฏิ
กิ
ริ
ยาต่
อภาวะแวดล้
อมหรื
อระบบนิ
เวศวั
ฒนธรรมและเรื่
องราวที่
เกิ
ดขึ
้
นทั
้
งทางด้
านการเมื
อง
เศรษฐกิ
จสั
งคมตลอดจนพั
ฒนาการทางความคิ
ดของกลุ่
มคนที่
เกิ
ดขึ
้
นสื
บเนื่
องกั
นมาตั
้
งแต่
อดี
ต