st124 - page 24

15
การบุ
กเบิ
กสร้
างสรรค์
สั
งคมใหม่
ท่
ามกลางกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
หลากหลายที่
อพยพเข้
ามาอยู
อาศั
ยต่
างวาระกั
จึ
งจํ
าเป็
นต้
องมี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
นทั
งในกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
เดี
ยวกั
นและข้
ามกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
เพื่
อปรั
บตั
วให้
เข้
ากั
บภาวะแวดล้
อมทางธรรมชาติ
และภาวะแวดล้
อมทางสั
งคมซึ
งจะต้
องขึ
นอยู
กั
บเหตุ
ปั
จจั
ยต่
างๆ
ที่
มี
ส่
วนในการกํ
าหนดให้
เป็
นไปด้
วย
วิ
ธี
การศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นดั
งกล่
าว ธิ
ดาสาระยา (2539 : 114-178) ได้
อธิ
บายไว้
โดยสั
งเขปว่
าเป็
นกระบวนการศึ
กษาเชิ
งประวั
ติ
ศาสตร์
ที่
เน้
นสํ
านึ
กและการแสดงออกของกลุ่
มคน
ในสั
งคมท้
องถิ่
น ซึ
งจะสะท้
อนทั
ศนคติ
ของกลุ่
มคนเกี่
ยวกั
บอดี
ตของตนเอง ทํ
าให้
รู
ถึ
สภาพแวดล้
อมทางด้
านเศรษฐกิ
จสั
งคมการเมื
อง วั
ฒนธรรมทั
ศนคติ
ความคิ
ดของคนมากกว่
เหตุ
การณ์
ทางประวั
ติ
ศาสตร์
จึ
งเป็
นตั
วแทนแห่
งอดี
ตของกลุ่
มคนและเป็
นพื
นฐานแห่
งเอกลั
กษณ์
และเนื่
องจากพั
ฒนาการทางความคิ
ดของกลุ่
มคนสามารถสร้
างความเชื่
อมโยงระหว่
างอดี
ตกั
ปั
จจุ
บั
นได้
การศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นในปั
จจุ
บั
นจึ
งต้
องอาศั
ยหลั
กฐานจากข้
อมู
ลท้
องถิ่
ทั
งที่
เป็
นเอกสารลายลั
กษณ์
อั
กษร โบราณสถาน และจารี
ตบอกเล่
าของท้
องถิ่
นนั
นข้
อมู
ลและ
หลั
กฐานที่
เกี่
ยวเนื่
องกั
บชาวบ้
านเปลี่
ยนแปลงตลอดเวลา ตามการรั
บรู
และการเปลี่
ยนแปลงของ
สั
งคมพื
นบ้
านที่
สั
มพั
นธ์
กั
บสั
งคมเมื
องจารี
ตบอกเล่
าของสั
งคมหนึ
งสมั
ยหนึ
งอาจถู
กตี
ความเสี
ยใหม่
ตามความเข้
าใจของชาวบ้
านที่
เปลี่
ยนไปข้
อมู
ลดั
งกล่
าวสะท้
อนให้
เห็
นวิ
วั
ฒนาการทางความคิ
และการแสดงออกของสั
งคมที่
ชั
ดเจนสื
บเนื่
องจากอดี
ตจนถึ
งปั
จจุ
บั
นประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นจึ
งเป็
ประวั
ติ
ศาสตร์
ที่
มี
ชี
วิ
ต (living history) เคลื่
อนไหวตลอดเวลา ผ่
านกลุ่
มคนภายในชุ
มชนที่
มี
สํ
านึ
ร่
วมในสิ่
งที่
เกิ
ดขึ
น จนกระทั่
งมี
การประสมประสานทางความคิ
ดที่
เป็
นพื
นฐานในการสร้
างเอกลั
กษณ์
ของสั
งคมขึ
นมา
ส่
วนขอบเขตด้
านเนื
อหาและพื
นที่
ในการศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นของเกาะลั
นตา เป็
นการ
เลื
อกศึ
กษาตามแนวคิ
ดของสุ
เทพ สุ
นทรเภสั
ช (2548 : 68,76)ที่
ว่
าควรจะศึ
กษาเกี่
ยวกั
บหมู
บ้
านเพี
ยง
หมู
บ้
านเดี
ยว หรื
อกลุ่
มเดี
ยว เมื
องขนาดเล็
กหรื
อขนาดปานกลาง หรื
อไม่
ก็
เป็
นอาณาเขตทาง
ภู
มิ
ศาสตร์
ที่
ไม่
ใหญ่
เกิ
นไปกว่
าจั
งหวั
ดหรื
อมณฑลทั
งนี
ผู
ศึ
กษาจะต้
องแปลความหมายของหลั
กฐาน
ที่
ไม่
เป็
นลายลั
กษณ์
อั
กษรได้
และงานภาคสนามจะเป็
นประโยชน์
อย่
างมากหากนํ
ามาใช้
ควบคู
กั
การศึ
กษาโบราณสถานและเอกสารที่
มี
อยู
ในห้
องสมุ
ดของทางราชการและเอกชน
จากแนวคิ
ดดั
งกล่
าวผู
วิ
จั
ยได้
นํ
ามาเป็
นแนวทางในการศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
เกาะลั
นตาซึ
งเป็
นอํ
าเภอเล็
กๆอํ
าเภอหนึ
งในจั
งหวั
ดกระบี่
เพื่
อสื
บย้
อนเรื่
องราวและวิ
ถี
ชี
วิ
ตของ
ผู
คนในอดี
ตที่
เข้
ามาตั
งถิ่
นฐานบนเกาะลั
นตาในด้
านทั
ศนคติ
ของกลุ่
มคนเกี่
ยวกั
บอดี
ตของตนเอง
ปฏิ
กิ
ริ
ยาต่
อภาวะแวดล้
อมหรื
อระบบนิ
เวศวั
ฒนธรรมและเรื่
องราวที่
เกิ
ดขึ
นทั
งทางด้
านการเมื
อง
เศรษฐกิ
จสั
งคมตลอดจนพั
ฒนาการทางความคิ
ดของกลุ่
มคนที่
เกิ
ดขึ
นสื
บเนื่
องกั
นมาตั
งแต่
อดี
1...,14,15,16,17,18,19,20,21,22,23 25,26,27,28,29,30,31,32,33,34,...308
Powered by FlippingBook