st124 - page 237

222
เพลงที่
แสดงออกในเชิ
งเกี
ยวพาราสี
ของหนุ่
มสาว ขั
ดกั
บหลั
กปฏิ
บั
ติ
ของศาสนาอิ
สลาม
เนื่
องจาก “การเต้
นรํ
าประกอบดนตรี
เป็
นสิ่
งต้
องห้
าม เมื่
อนํ
ามารวมกั
บสิ่
งต้
องห้
ามก็
จะยิ่
งกลายเป็
สิ่
งต้
องห้
ามสํ
าหรั
บการเต้
นรํ
าที่
ไม่
มี
ดนตรี
ประกอบหรื
อประกอบกลองดุ
1
เพี
ยงอย่
างเดี
ยวเท่
านั
ก็
จํ
ากั
ดให้
ทํ
าได้
เฉพาะในหมู
ผู
หญิ
งด้
วยกั
นและเด็
กๆ เท่
านั
นไม่
ถื
อเป็
นสิ่
งเหมาะสมสํ
าหรั
บผู
ชาย”
(อบู
บิ
ลาลมุ
สฏอฟาอั
ลคานาดี
. 2541 : 83)
อย่
างไรก็
ตาม ในกลุ่
มมุ
สลิ
มที่
ต้
องการอนุ
รั
กษ์
และสื
บทอดศิ
ลปะการแสดงพื
นบ้
านมี
การ
ตกลงร่
วมกั
นว่
าอนุ
โลมให้
เล่
นได้
ในลั
กษณะของการสาธิ
ตภายใต้
ขอบเขตที่
เหมาะสมปั
จจุ
บั
นบน
เกาะลั
นตามี
การฟื
นฟู
คณะรองแง็
งของชาวเลบ้
านสั
งกาอู
และชาวมุ
สลิ
มบ้
านร่
าหมาด เพื่
อการ
อนุ
รั
กษ์
และเผยแพร่
วั
ฒนธรรม
ปั
ญหาเรื่
องการแสดงพื
นบ้
านไม่
ได้
เกิ
ดขึ
นเฉพาะในกลุ่
มชาวมุ
สลิ
มเกาะลั
นตาเท่
านั
นแต่
มี
การแสดงทั
ศนะที่
หลากหลายแตกต่
างกั
นในสั
งคมมุ
สลิ
มทั่
วไปดั
งเช่
นงานเขี
ยนของนู
รี
ยั
นสาแหล๊
(2540 : 95-119) เกี่
ยวกั
บสถานภาพของมะโย่
ง การละเล่
นพื
นบ้
านของชาวมุ
สลิ
มในสามจั
งหวั
ภาคใต้
และในประเทศมาเลเซี
ยว่
า นั
กวิ
ชาการและนั
กวั
ฒนธรรมของประเทศมาเลเซี
ยต้
องจั
สั
มมนาทางวิ
ชาการเพื่
อหาข้
อพิ
สู
จน์
ว่
ามะโย่
งขั
ดกั
บหลั
กคํ
าสอนในศาสนาอิ
สลามหรื
อไม่
ส่
วน
ทางจั
งหวั
ดชายแดนภาคใต้
ของไทย ชาวบ้
านไม่
กล้
าจั
ดให้
มี
การละเล่
นในหมู
บ้
านเกรงจะถู
กครหาว่
ไม่
สนใจข้
อห้
ามทางศาสนา อย่
างไรก็
ตามแม้
จะมี
การยอมรั
บว่
าในพิ
ธี
กรรมการเล่
นมะโย่
งมี
สิ่
งที่
ขั
ดแย้
งกั
บหลั
กศาสนาอิ
สลามหลายขั
นตอน เช่
นการใช้
คาถาที่
กล่
าวถึ
ง ผี
วิ
ญญาณสิ่
งศั
กดิ
สิ
ทธิ
ที่
เป็
นความเชื่
อดั
งเดิ
มผสมผสานกั
บความเชื่
อในลั
ทธิ
ฮิ
นดู
ที่
สื
บทอดมาจากบรรพบุ
รุ
ษ แต่
เขามี
ความเห็
นว่
าควรสนั
บสนุ
นให้
สื
บสานและอนุ
รั
กษ์
มะโย่
งไว้
ในฐานะที่
เป็
นมรดกทางวั
ฒนธรรม
ของท้
องถิ่
น เนื่
องจากในศาสนาอิ
สลามไม่
ได้
ห้
ามมนุ
ษย์
สร้
างวั
ฒนธรรม เพราะวั
ฒนธรรมและ
ศาสนาเป็
นสองสิ่
งที่
เป็
นหนึ
งเดี
ยวแยกจากกั
นไม่
ได้
มนุ
ษย์
ต้
องการความสุ
ขสมบู
รณ์
ทั
งทางร่
างกาย
และจิ
ตใจ เพื่
อยื
นยั
นความคิ
ดดั
งกล่
าว เขาได้
นํ
าแนวคิ
ดของซี
ดี
ฆาซั
ลบา (Gazalba. 1982 : 52-53;
อ้
างอิ
งจากนู
รี
ยั
นสาแหล๊
ะ. 2540 : 95-119)มาสนั
บสนุ
นว่
า “ในการดํ
ารงชี
วิ
ตของอิ
สลามอั
นดั
บแรก
คื
อความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างมนุ
ษย์
กั
บพระเจ้
า นั่
นคื
อการนั
บถื
อศาสนา และความสั
มพั
นธ์
ระหว่
าง
มนุ
ษย์
กั
บมนุ
ษย์
นั่
นคื
อวั
ฒนธรรมศาสนามุ่
งหาความสงบสุ
ขนิ
รั
นดรในโลกหน้
า และวั
ฒนธรรม
สร้
างความสงบสุ
ขในการดํ
ารงชี
วิ
ตในโลกนี
และจะส่
งผลในโลกหน้
าด้
วย”นานาทั
ศนะเกี่
ยวกั
บการ
1
ดนตรี
ชนิ
ดเดี
ยวที่
อนุ
ญาตให้
เฉพาะผู
หญิ
งและเด็
กชาวมุ
สลิ
ม ใช้
ตี
ประกอบการเต้
นรํ
า ร้
องเพลงที่
บริ
สุ
ทธิ
ไม่
เกี่
ยวกั
บความรั
กและการกระทํ
าที่
ผิ
ดศี
ลธรรมได้
มี
การกํ
าหนดขนาดเส้
นผ่
าศู
นย์
กลางของหน้
ากลองประมาณ
20-30 เซนติ
เมตร
1...,227,228,229,230,231,232,233,234,235,236 238,239,240,241,242,243,244,245,246,247,...308
Powered by FlippingBook