st124 - page 236
221
ในอดี
ตบนเกาะลั
นตามี
การสอนภาษามลายู
ในมั
สยิ
ด เนื่
องจากชาวมุ
สลิ
มบนเกาะลั
นตา
ส่
วนใหญ่
เป็
นชาวมลายู
-สยามมี
การพู
ดภาษามลายู
ถิ่
นบ้
างพู
ดภาษาไทยผสมกั
บคํ
าศั
พท์
ภาษา
มลายู
สํ
าเนี
ยงเพี
้
ยนไปจากภาษาไทยถิ่
นใต้
ทั่
วไปที่
เรี
ยกกั
นว่
า “แปรแหรด”บ้
างแต่
ปั
จจุ
บั
นแทบจะ
ไม่
มี
ชาวมุ
สลิ
มพู
ดภาษามลายู
เลยแม้
จะมี
ศั
พท์
ภาษามลายู
ปะปนอยู
่
การแต่
งกายของชาวมุ
สลิ
มเกาะลั
นตาในอดี
ต รั
บวั
ฒนธรรมของชาวมลายู
ในรั
ฐปี
นั
งและ
อิ
นโดนี
เซี
ยมาประยุ
กต์
ให้
เรี
ยบง่
ายไม่
เคร่
งครั
ดโดยเฉพาะชุ
ดแต่
งกายผู
้
หญิ
งจะเหมื
อนกั
บชุ
ด
“ย่
าหยา”ของชาวไทยพุ
ทธและชาวไทยเชื
้
อสายจี
นบนเกาะภู
เก็
ตแต่
ปั
จจุ
บั
นเปลี่
ยนไปแต่
งกายแบบ
ตะวั
นออกกลางซึ
่
งต้
องสอดคล้
องกั
บหลั
กศาสนาที่
ได้
บั
ญญั
ติ
ไว้
ในคั
มภี
ร์
อั
ลกุ
รอ่
าน
เดิ
มชาวมุ
สลิ
มไม่
เข้
มงวดเรื่
องอาหารการกิ
นมากนั
ก กิ
นอาหารร่
วมกั
บเพื่
อนบ้
านต่
างกลุ่
ม
ได้
แต่
เลี่
ยงอาหารที่
ปรุ
งด้
วยเนื
้
อสุ
กรเท่
านั
้
น แต่
ปั
จจุ
บั
นจะปฏิ
บั
ติ
ตามหลั
กศาสนาอิ
สลามอย่
าง
เคร่
งครั
ดอาหารที่
เป็
นที่
รู
้
จั
กได้
แก่
แกงแพะแกงเนื
้
อวั
วแกงมั
สมั่
นต้
มซุ
ปเครื่
องในวั
วข้
าวหมกไก่
ข้
าวหมกแพะข้
าวยํ
านํ
้
าพริ
กผั
กลวกและอาหารทะเลฯลฯ
อั
ตลั
กษณ์
ด้
านยานพาหนะและที่
พั
กอาศั
ย เรื
อที่
ชาวมุ
สลิ
มใช้
มี
หลายรู
ปแบบตามประโยชน์
ใช้
สอย เช่
น เรื
อ “เหลา”
(ปราฮู
ปู
เลาหมายถึ
ง เรื
อเกาะ) ใช้
บรรทุ
กไม้
โกงกางสํ
าหรั
บเผาถ่
าน
เรื
อ“แจว”และเรื
อ“กรรเชี
ยง” เป็
นเรื
อขนาดเล็
กใช้
เป็
นพาหนะออกไปตกปู
ตกปลา และเรื
อ“ปะโหลง”
ใช้
พายตามลํ
าคลองและบรรทุ
กเรื
อหั
วโทงออกไปวางอวนปลาจารเม็
ด (บาหวายดํ
า)
ส่
วนบ้
านเรื
อนของชาวมุ
สลิ
มดั
้
งเดิ
ม เป็
นเรื
อนยกพื
้
นสู
งมี
บั
นไดขึ
้
นลงทั
้
งหน้
าบ้
านและ
หลั
งบ้
าน โครงสร้
างบ้
านทํ
าด้
วยไม้
กลมหลั
งคามุ
งจากฝาไม้
ไผ่
ขั
ดแตะ เมื่
อเข้
ามาตั
้
งถิ่
นฐานบน
เกาะลั
นตาชาวมุ
สลิ
มจะเลื
อกเนื
้
อที่
กว้
างๆตั
้
งบ้
านเรื
อนห่
างๆปลู
กต้
นไผ่
ต้
นหวาย เป็
นเขตแดน
เพราะต้
องการพื
้
นที่
ทํ
าการเกษตรปั
จจุ
บั
นเปลี่
ยนไปสร้
างบ้
านชั
้
นเดี
ยวติ
ดพื
้
นก่
อด้
วยอิ
ฐบล็
อก
หลั
งคามุ
งสั
งกะสี
หรื
อกระเบื
้
อง
การแสดงพื
้
นบ้
านในกลุ่
มชาวมุ
สลิ
มส่
วนใหญ่
จะเข้
ามาพร้
อมกั
บนั
กเดิ
นทางชาวมุ
สลิ
ม
เช่
น รองแง็
งศิ
ลปะการแสดงที่
ผสมผสานระหว่
างวั
ฒนธรรมตะวั
นตกและตะวั
นออกมี
บทเพลงที่
เชื่
อมโยงมาจากเพลงปั
นตน เดิ
มใช้
ภาษามลายู
เรี
ยกว่
าขั
บแขกต่
อมา ปรั
บเปลี่
ยนเนื
้
อเพลงเป็
น
ภาษาไทยเยกว่
า “เพลงตั
นหยง”มี
การรวมตั
วกั
นตั
้
งวง “รองแง็
งเกาะลั
นตา” และตระเวนรั
บงานใน
ภาคใต้
หลายจั
งหวั
ดและเคยไปแสดงหน้
าพระที่
นั่
งที่
กรุ
งเทพ 2ครั
้
งนอกจากนั
้
นยั
งมี
การแสดง
ลิ
เกป่
า โนรากาบงและกาหยง (ซี
ลั
ต)
ปั
จจุ
บั
นการแสดงพื
้
นบ้
านดั
งกล่
าวหมดความนิ
ยมไปแล้
วประกอบกั
บความเข้
มแข็
งใน
หลั
กปฏิ
บั
ติ
ที่
สั
มพั
นธ์
กั
บความเชื่
อในศาสนาอิ
สลามของชาวมุ
สลิ
มซึ
่
งก่
อตั
วขึ
้
นในระยะหลั
ง
ส่
งผลต่
อการธํ
ารงอั
ตลั
กษณ์
ด้
านการแสดงพื
้
นบ้
าน เช่
นมี
การตี
ความว่
า รองแง็
งซึ
่
งมี
การร้
องรํ
าทํ
า
1...,226,227,228,229,230,231,232,233,234,235
237,238,239,240,241,242,243,244,245,246,...308