st124 - page 234

219
มาเที่
ยวเกาะลั
นตาได้
ช่
วยนางแหม้
หวา ฝึ
กชาวบ้
านให้
สี
ซอ (ไวโอลิ
น) ขั
บเพลงตี
รํ
ามะนาและฝึ
ท่
าเต้
นรองแง็
งจึ
งเป็
นนวั
ตกรรมใหม่
ทางวั
ฒนธรรมของชาวเกาะลั
นตาที่
หยิ
บยื
มมาจากวั
ฒนธรรม
อื่
น (กลิ่
น คงเหมื
อนเพชรและคณะ 2544 : 57-58)
ทั
งนี
กลิ่
น คงเหมื
อนเพชรและคณะ (2544 : 219-223) กล่
าวถึ
งที่
มาของรองแง็
งไว้
ว่
ก่
อนที่
รองแง็
งซึ
งเป็
นวั
ฒนธรรมตะวั
นออกของชาวอาหรั
บอิ
นเดี
ยชวา-มลายู
จะแพร่
กระจายเข้
มาทางภาคใต้
ของไทยได้
มี
การแลกเปลี่
ยนและผสมผสานกั
บวั
ฒนธรรมตะวั
นตกที่
เข้
ามากั
บพ่
อค้
นั
กเดิ
นทางและนั
กล่
าอาณานิ
คมชาวโปตุ
เกสฮอลั
นดาหรื
อสเปนแล้
ว เมื่
อชาวเกาะลั
นตาและกลุ่
มชน
ชายฝั่
งทะเลอั
นดามั
น รั
บวั
ฒนธรรมการเล่
นรองแง็
งจากชาวมุ
สลิ
ม-มลายู
ที่
เดิ
นทางมาจากปี
นั
ในยุ
คแรกๆบทเพลงที่
ใช้
ประกอบท่
าเต้
นรองแง็
งในกลุ่
มชาวเลเรี
ยกว่
า “ขั
บแขก” เนื
อร้
องเป็
นภาษา
มลายู
กลางประสมกั
บภาษามลายู
ถิ่
นและภาษาชาวเลต่
อมาได้
ปรั
บเปลี่
ยนให้
เป็
นอั
ตลั
กษณ์
ประจํ
าถิ่
ด้
วยการผสมผสานวั
ฒนธรรมของชาวมุ
สลิ
มชาวเลและชาวไทยพุ
ทธเข้
าด้
วยกั
นและเปลี่
ยนเนื
อร้
อง
เป็
นภาษาไทยโดยนํ
าเพลงกล่
อมเด็
กทางภาคใต้
ของไทยมาประยุ
กต์
รู
ปแบบสั
มผั
สคล้
ายกลอน
เปลี่
ยนคํ
าขึ
นต้
นใหม่
เป็
น “บุ
หงาตั
นหยง” แต่
คงชื่
อดอกไม้
ไว้
เรี
ยกว่
า “เพลงตั
นหยง” สมั
นายอํ
าเภอย่
าเหล เจริ
ญฤทธิ
(ขุ
นพิ
ทั
กษ์
ลั
นตาเขต) เป็
นยุ
คแห่
งความเฟื่
องฟู
ของรองแง็
งเกาะลั
นตา
สมาชิ
กจากทุ
กกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
เข้
าไปมี
ส่
วนร่
วมในการแสดง จนกระทั
งกลายเป็
นความบั
นเทิ
งที่
เป็
นอั
ตลั
กษณ์
ร่
วมของชาวเกาะลั
นตามี
คณะ “รองแง็
งเกาะลั
นตา”ที่
มี
ชื่
อเสี
ยงเป็
นที่
รู
จั
กและรั
บงาน
แสดงในจั
งหวั
ดภาคใต้
หลายจั
งหวั
ดและเคยไปแสดงหน้
าพระที่
นั่
งที่
กรุ
งเทพถึ
ง2ครั
ในยุ
คต่
อมา รองแง็
งเสื่
อมความนิ
ยมไปพร้
อมกั
บการเข้
ามาของรํ
าวงจากภาคกลาง
และความบั
นเทิ
งอื่
นๆที่
ทยอยเข้
ามาแทนที่
อี
กทั
งในกลุ่
มชาวมุ
สลิ
มมี
ความเคร่
งครั
ดในการปฏิ
บั
ติ
ตามหลั
กศาสนามากขึ
ลิ
เกป่
เป็
นวั
ฒนธรรมการแสดงที่
ดั
ดแปลงมาจากลิ
เกสิ
บสองภาษา เข้
ามาพร้
อมกั
นั
กเดิ
นทางและพ่
อค้
าต่
างถิ่
น เช่
นกั
น เล่
ากั
นว่
า (กมล สั
ตย์
จิ
ตร. ผู
สั
มภาษณ์
: 18กั
นยายน 2550)
โต๊
ะหลงหยา มุ
สลิ
มชาวสตู
ลเป็
นคนแรกที่
ริ
เริ่
มนํ
าลิ
เกป่
ามาเล่
นที่
บ้
านร่
าหมาด อํ
าเภอเกาะลั
นตา
และเดิ
นทางไปสอนลู
กศิ
ษย์
ทั่
วทั
งจั
งหวั
ดกระบี่
และจั
งหวั
ดตรั
ง ลิ
เกขํ
าลิ
เกเย็
นจากบ้
านโคกยางก็
เดิ
นทางมาฝึ
กลิ
เกป่
า กั
บโต๊
ะหลงยา ในเวลาต่
อมา คณะลิ
เกป่
าของเกาะลั
นตาได้
รั
บความนิ
ยม
แพร่
หลาย เคยเดิ
นสายไปเล่
นต่
างจั
งหวั
ดหลายแห่
งสํ
าหรั
บบทขั
บและท่
ารํ
าที่
กล่
าวถึ
งในตํ
านาน
ว่
า เกิ
ดจากความฝั
นของโต๊
ะหลงยาซึ
งโต๊
ะหลงหยาสามารถจํ
าท่
ารํ
าของนางรํ
าได้
แต่
เนื
อหาของ
บทขั
บจํ
าได้
บ้
างมาแต่
งเพิ่
มเติ
มภายหลั
งบ้
างนั
นจะขั
บเป็
นภาษาไทยถิ่
นใต้
(ดั
งตั
วอย่
างในบทที่
4)
ปั
จจุ
บั
นที่
บ้
านร่
าหมาด ตํ
าบลเกาะลั
นตาน้
อยมี
การฟื
นฟู
การแสดงลิ
เกป่
าเพื่
อการ
อนุ
รั
กษ์
และเผยแพร่
เช่
นเดี
ยวกั
บรองแง็
1...,224,225,226,227,228,229,230,231,232,233 235,236,237,238,239,240,241,242,243,244,...308
Powered by FlippingBook