219
มาเที่
ยวเกาะลั
นตาได้
ช่
วยนางแหม้
หวา ฝึ
กชาวบ้
านให้
สี
ซอ (ไวโอลิ
น) ขั
บเพลงตี
รํ
ามะนาและฝึ
ก
ท่
าเต้
นรองแง็
งจึ
งเป็
นนวั
ตกรรมใหม่
ทางวั
ฒนธรรมของชาวเกาะลั
นตาที่
หยิ
บยื
มมาจากวั
ฒนธรรม
อื่
น (กลิ่
น คงเหมื
อนเพชรและคณะ 2544 : 57-58)
ทั
้
งนี
้
กลิ่
น คงเหมื
อนเพชรและคณะ (2544 : 219-223) กล่
าวถึ
งที่
มาของรองแง็
งไว้
ว่
า
ก่
อนที่
รองแง็
งซึ
่
งเป็
นวั
ฒนธรรมตะวั
นออกของชาวอาหรั
บอิ
นเดี
ยชวา-มลายู
จะแพร่
กระจายเข้
า
มาทางภาคใต้
ของไทยได้
มี
การแลกเปลี่
ยนและผสมผสานกั
บวั
ฒนธรรมตะวั
นตกที่
เข้
ามากั
บพ่
อค้
า
นั
กเดิ
นทางและนั
กล่
าอาณานิ
คมชาวโปตุ
เกสฮอลั
นดาหรื
อสเปนแล้
ว เมื่
อชาวเกาะลั
นตาและกลุ่
มชน
ชายฝั่
งทะเลอั
นดามั
น รั
บวั
ฒนธรรมการเล่
นรองแง็
งจากชาวมุ
สลิ
ม-มลายู
ที่
เดิ
นทางมาจากปี
นั
ง
ในยุ
คแรกๆบทเพลงที่
ใช้
ประกอบท่
าเต้
นรองแง็
งในกลุ่
มชาวเลเรี
ยกว่
า “ขั
บแขก” เนื
้
อร้
องเป็
นภาษา
มลายู
กลางประสมกั
บภาษามลายู
ถิ่
นและภาษาชาวเลต่
อมาได้
ปรั
บเปลี่
ยนให้
เป็
นอั
ตลั
กษณ์
ประจํ
าถิ่
น
ด้
วยการผสมผสานวั
ฒนธรรมของชาวมุ
สลิ
มชาวเลและชาวไทยพุ
ทธเข้
าด้
วยกั
นและเปลี่
ยนเนื
้
อร้
อง
เป็
นภาษาไทยโดยนํ
าเพลงกล่
อมเด็
กทางภาคใต้
ของไทยมาประยุ
กต์
รู
ปแบบสั
มผั
สคล้
ายกลอน
เปลี่
ยนคํ
าขึ
้
นต้
นใหม่
เป็
น “บุ
หงาตั
นหยง” แต่
คงชื่
อดอกไม้
ไว้
เรี
ยกว่
า “เพลงตั
นหยง” สมั
ย
นายอํ
าเภอย่
าเหล เจริ
ญฤทธิ
์
(ขุ
นพิ
ทั
กษ์
ลั
นตาเขต) เป็
นยุ
คแห่
งความเฟื่
องฟู
ของรองแง็
งเกาะลั
นตา
สมาชิ
กจากทุ
กกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เข้
าไปมี
ส่
วนร่
วมในการแสดง จนกระทั
้
งกลายเป็
นความบั
นเทิ
งที่
เป็
นอั
ตลั
กษณ์
ร่
วมของชาวเกาะลั
นตามี
คณะ “รองแง็
งเกาะลั
นตา”ที่
มี
ชื่
อเสี
ยงเป็
นที่
รู
้
จั
กและรั
บงาน
แสดงในจั
งหวั
ดภาคใต้
หลายจั
งหวั
ดและเคยไปแสดงหน้
าพระที่
นั่
งที่
กรุ
งเทพถึ
ง2ครั
้
ง
ในยุ
คต่
อมา รองแง็
งเสื่
อมความนิ
ยมไปพร้
อมกั
บการเข้
ามาของรํ
าวงจากภาคกลาง
และความบั
นเทิ
งอื่
นๆที่
ทยอยเข้
ามาแทนที่
อี
กทั
้
งในกลุ่
มชาวมุ
สลิ
มมี
ความเคร่
งครั
ดในการปฏิ
บั
ติ
ตามหลั
กศาสนามากขึ
้
น
ลิ
เกป่
า
เป็
นวั
ฒนธรรมการแสดงที่
ดั
ดแปลงมาจากลิ
เกสิ
บสองภาษา เข้
ามาพร้
อมกั
บ
นั
กเดิ
นทางและพ่
อค้
าต่
างถิ่
น เช่
นกั
น เล่
ากั
นว่
า (กมล สั
ตย์
จิ
ตร. ผู
้
สั
มภาษณ์
: 18กั
นยายน 2550)
โต๊
ะหลงหยา มุ
สลิ
มชาวสตู
ลเป็
นคนแรกที่
ริ
เริ่
มนํ
าลิ
เกป่
ามาเล่
นที่
บ้
านร่
าหมาด อํ
าเภอเกาะลั
นตา
และเดิ
นทางไปสอนลู
กศิ
ษย์
ทั่
วทั
้
งจั
งหวั
ดกระบี่
และจั
งหวั
ดตรั
ง ลิ
เกขํ
าลิ
เกเย็
นจากบ้
านโคกยางก็
เดิ
นทางมาฝึ
กลิ
เกป่
า กั
บโต๊
ะหลงยา ในเวลาต่
อมา คณะลิ
เกป่
าของเกาะลั
นตาได้
รั
บความนิ
ยม
แพร่
หลาย เคยเดิ
นสายไปเล่
นต่
างจั
งหวั
ดหลายแห่
งสํ
าหรั
บบทขั
บและท่
ารํ
าที่
กล่
าวถึ
งในตํ
านาน
ว่
า เกิ
ดจากความฝั
นของโต๊
ะหลงยาซึ
่
งโต๊
ะหลงหยาสามารถจํ
าท่
ารํ
าของนางรํ
าได้
แต่
เนื
้
อหาของ
บทขั
บจํ
าได้
บ้
างมาแต่
งเพิ่
มเติ
มภายหลั
งบ้
างนั
้
นจะขั
บเป็
นภาษาไทยถิ่
นใต้
(ดั
งตั
วอย่
างในบทที่
4)
ปั
จจุ
บั
นที่
บ้
านร่
าหมาด ตํ
าบลเกาะลั
นตาน้
อยมี
การฟื
้
นฟู
การแสดงลิ
เกป่
าเพื่
อการ
อนุ
รั
กษ์
และเผยแพร่
เช่
นเดี
ยวกั
บรองแง็
ง