155
สอนคนเดี
ยวอยู
่
2 ปี
มี
วิ
ชาเลขคณิ
ต วิ
ชาภาษาไทย วิ
ชาภู
มิ
ศาสตร์
และประวั
ติ
ศาสตร์
(หนั
งสื
อเมื
องไทย)ภายหลั
งมี
ครู
พร้
อมณนครครู
ฉ้
วน ประกามาศย้
ายมาเพิ่
ม เด็
กชาวเล
ไม่
ค่
อยมาเรี
ยนเพราะมี
ปั
ญหาเรื่
องภาษาและการปรั
บตั
วจึ
งเปิ
ดโรงเรี
ยนให้
เด็
กชาวเลที่
บ้
าน
หั
วแหลมกลางอี
กแห่
ง เป็
นศาลามุ
งจากผมถู
กเลื
อกให้
ไปสอนเพราะพู
ดภาษาชาวเลได้
สอน
จนโรงเรี
ยนพั
งจึ
งย้
ายเอกสารและเด็
กไปเรี
ยนที่
โรงเรี
ยนวั
ดเกาะลั
นตา หลั
งจากนั
้
น
ศึ
กษาธิ
การชื่
อบุ
ญมาและนายอํ
าเภอชิ
ตได้
ให้
ผมย้
ายไปสอนที่
โรงเรี
ยนชาวเลบ้
านสั
งกาอู
้
นอกจากนั
้
นผู
้
สู
งอายุ
หลายคนได้
เล่
าถึ
งการปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บเพื่
อนนั
กเรี
ยนต่
างกลุ่
มในวั
ยเด็
ก
ดั
งเช่
น ชาวมุ
สลิ
มบ้
านเจ๊
ะหลี
เล่
าว่
า “ตอนเด็
กๆต้
องเดิ
นไปเรี
ยนหนั
งสื
อที่
โรงเรี
ยนวั
ดเกาะลั
นตา
ร่
วมกั
บลู
กคนจี
นตอนนั
้
นชาวเลยั
งไม่
เข้
าโรงเรี
ยนเพิ่
งเรี
ยนที
หลั
ง” (บ่
าวนุ
้
ย พยายาม.สั
มภาษณ์
:5
พฤษภาคม2550)
ชาวจี
นศรี
รายาเล่
าว่
า “มี
เพื่
อนเป็
นมุ
สลิ
มเรี
ยนด้
วยกั
นเที่
ยวด้
วยกั
นมี
เกลอเป็
นมุ
สลิ
มชื่
อเย็
น
เคยหุ
้
นกั
นทํ
าอวนบาวาย” (ประสม กิ
จค้
า. สั
มภาษณ์
: 15 เมษายน .2550)
สํ
าหรั
บสิ
ทธิ
หาญทะเล (สั
มภาษณ์
: 5พฤษภาคม.2549).ชาวมุ
สลิ
มเกาะปอ “ตอนอายุ
8-9ปี
ต้
องนั่
งเรื
อข้
ามจากเกาะปอมาเรี
ยนหนั
งสื
อที่
เกาะลั
นตาใหญ่
เป็
นโรงเรี
ยนวั
ดเรี
ยนรวมกั
นทั
้
งแขกจี
น
ไทยและชาวเล ทางราชการเพิ่
งสร้
างโรงเรี
ยนบนเกาะปอเมื่
ออายุ
12ปี
มี
นั
กเรี
ยนรุ่
นแรกประมาณ50คน
มี
ครู
ส้
าเหร็
น เวลาดี
เป็
นครู
คนเดี
ยว”
ชาวมุ
สลิ
มบางคนที่
บ้
านอยู
่
ไกลจากโรงเรี
ยนต้
องมาอาศั
ยอยู
่
บ้
านคนจี
นในตลาดศรี
รายา
เป็
นโอกาสให้
ผู
้
ใหญ่
สนิ
ทสนมกั
นและเด็
กๆมี
โอกาสเรี
ยนรู
้
วั
ฒนธรรมซึ
่
งกั
นและกั
นอย่
างใกล้
ชิ
ด
ดั
งที่
นายเชี
ยร หว้
าหาบ (สั
มภาษณ์
: 5พฤษภาคม 2549) เล่
าว่
า “ตอนเด็
กๆมะบั
งเชี
ยรเคยไปอยู
่
บ้
านแป๊
ะกั๊
ก(กิ
จค้
า) ในหลาดลั
นตาเพื่
อไปเรี
ยนหนั
งสื
อ เขาสอนให้
หุ
งข้
าวทํ
ากั
บข้
าวด้
วย”
จะเห็
นว่
าโรงเรี
ยนได้
มี
ส่
วนในการสร้
างปฏิ
สั
มพั
นธ์
ของชาวเกาะลั
นตามาตั
้
งแต่
เด็
ก
แม้
ต่
อมามี
โรงเรี
ยนภาคบั
งคั
บสํ
าหรั
บเด็
กชาวเลบ้
านสั
งกาอู
้
แต่
เด็
กชาวเลบ้
านหั
วแหลมยั
งคง
เข้
าเรี
ยนในโรงเรี
ยนวั
ดเกาะลั
นตาร่
วมกั
บเด็
กชาวไทยชาวจี
นและชาวมุ
สลิ
ม ในการเรี
ยนร่
วมกั
น
เด็
กๆอาจจะล้
อเลี
ยนกั
นบ้
างแต่
ก็
สามารถเรี
ยนร่
วมกั
นได้
ดั
งคํ
าบอกเล่
าที่
ว่
า “สมั
ยเด็
กๆผมเรี
ยน
หนั
งสื
อที่
โรงเรี
ยนวั
ดเกาะลั
นตาร่
วมกั
บเด็
กจี
น เด็
กแขกถู
กล้
อว่
าชาวเลรู
้
สึ
กโกรธมากแต่
พอโตขึ
้
น
ไม่
มี
ปั
ญหาเพื่
อนๆสนิ
ทกั
น ไม่
มี
การแบ่
งแยก เรี
ยนจบแล้
วพบกั
นไปเที่
ยวกั
นบ้
าง” (สน ทะเลลึ
ก.
สั
มภาษณ์
:8ตุ
ลาคม2553.)
“เพื่
อนชาวเลและมุ
สลิ
มที่
เคยเรี
ยนด้
วยกั
นตอนชั
้
นประถมบางคนยั
งสนิ
ทกั
น ยั
งชวนมา
แข่
งฟุ
ตบอลกั
นไปเรี
ยนที่
อื่
นปิ
ดเทอมมี
เพื่
อนตามมาเที่
ยวบ้
านก็
ไปชวนเพื่
อนชาวเลพาเรื
อออกไป