146
แต่
ละตระกู
ล รวมทั
้
งอั
ตลั
กษณ์
อื่
นๆของสั
งคมจี
นฮกเกี
้
ยนในภาคใต้
แต่
ละสมั
ยแต่
ละแห่
งจึ
ง
จํ
าเป็
นต้
องสอดคล้
องกั
บการเปลี่
ยนแปลงต่
างๆของสั
งคมจี
นฮกเกี
้
ยน ทั
้
งในสิ
งคโปร์
และ
ปี
นั
งซึ
่
งถื
อเป็
นศู
นย์
กลางของชาวจี
นโพ้
นทะเลเหล่
านี
้
ทั่
วทั
้
งเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
ด้
วย
การสร้
างมิ
ตรภาพและเครื
อข่
ายปฏิ
สั
มพั
นธ์
ในลั
กษณะพิ
เศษของชาวเกาะลั
นตาอี
กรู
ปแบบ
หนึ
่
งคื
อการยกลู
กตนเองให้
เป็
น “เกลอ” กั
บลู
กของญาติ
พี่
น้
องหรื
อเพื่
อนสนิ
ทต่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ที่
เป็
นเพศเดี
ยวกั
นและเกิ
ดวั
นเดี
ยวกั
นหรื
อปี
เดี
ยวกั
นหรื
ออายุ
ใกล้
เคี
ยงกั
นหรื
ออาจจะมี
นิ
สั
ยหรื
อ
บุ
คลิ
กบางอย่
างคล้
ายคลึ
งกั
นโดยพ่
อแม่
หรื
อญาติ
ผู
้
ใหญ่
ทั
้
งสองฝ่
ายพู
ดจาตกลงกั
น เช่
นนายฮกกุ
่
ย
(บุ
ญช่
วย) ไหวพริ
บ (สั
มภาษณ์
: 12กรกฎาคม 2550) ลู
กชาวจี
นซึ
่
งเป็
นเกลอกั
บนายลิ
เย็
นทะเลลึ
ก
ชาวเลบ้
านหั
วแหลมกลางเล่
าว่
า “พ่
อแม่
ให้
เป็
นเกลอกั
บนายลิ
เย็
นลู
กชาวเลที่
พ่
อแม่
สนิ
ทสนมกั
น
และมาช่
วยทํ
าสวน การเป็
นเกลอจะมี
ความพิ
เศษกว่
าเพื่
อนทั่
วไปมี
ธุ
ระพึ
่
งพาอาศั
ยขอแรงกั
นได้
เกลอจะเอาปลามาฝากมาช่
วยงาน เพื
่
อนๆชาวจี
นในตลาดศรี
รายาก็
เป็
นเกลอกั
บชาวเล ชาวมุ
สลิ
ม
และชาวไทยอี
กหลายคู
่
”
จากการที่
ไม่
มี
ข้
อกํ
าหนดตายตั
วในการเป็
นเกลอกั
น ดั
งนั
้
นในระยะหลั
งเมื่
อมี
ผู
้
คนจาก
ต่
างถิ่
นเข้
ามาเที่
ยวในชุ
มชนหาก “ถู
กใจ” หรื
อ “ถู
กคอ” กั
นก็
จะตกลงเป็
นเกลอกั
นได้
เช่
น
นายลู
่
ดล ทะเลลึ
ก (สั
มภาษณ์
: 21ตุ
ลาคม2542) ชาวเลบ้
านสั
งกาอู
้
เคยเล่
าให้
ฟั
งด้
วยความภู
มิ
ใจว่
า
เป็
นเกลอกั
บข้
าราชการในตั
วเมื
องกระบี่
เขามั
กจะเดิ
นทางมาเยี่
ยมมากางเต็
นท์
นอนที่
ลานหน้
าบ้
าน
หากุ
้
งหาปลามาเผาหุ
งข้
าวกิ
นกั
น
ด้
วยโครงสร้
างการปฏิ
สั
มพั
นธ์
ของชาวเกาะลั
นตาที่
มี
การแต่
งงานการยกลู
กตนเองให้
เป็
น
ลู
กยกหรื
อลู
กบุ
ญธรรมและการยกลู
กตนเองให้
เป็
นเกลอกั
บลู
กของญาติ
พี่
น้
องและเพื่
อนบ้
านร่
วม
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
และข้
ามกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เพื่
อสร้
างมิ
ตรภาพและเครื
อข่
ายปฏิ
สั
มพั
นธ์
ดั
งกล่
าวส่
งผลให้
ญาติ
พี่
น้
องทั
้
งสองฝ่
ายมี
ความผู
กพั
นใกล้
ชิ
ดและพึ
่
งพาอาศั
ยกั
นในลั
กษณะพิ
เศษกว่
าครอบครั
วอื่
นๆ
ทั
้
งในทางสั
งคม การปกครองและทางเศรษฐกิ
จ อั
นส่
งผลต่
อการดํ
ารงอยู
่
ท่
ามกลางอั
ตลั
กษณ์
ที่
แตกต่
างและความหลากหลายทางวั
ฒนธรรม เมื่
อกาลเวลาผ่
านไปมี
การผสมกลมกลื
นทาง
วั
ฒนธรรมอย่
างต่
อเนื่
องและลงตั
วจนกระทั่
งก่
อให้
เกิ
ดวั
ฒนธรรมร่
วมของ“ชาวเกาะลั
นตา” ในด้
านต่
าง ๆ
ลั
กษณะความสั
มพั
นธ์
ดั
งกล่
าวใกล้
เคี
ยงกั
บผลการวิ
จั
ยของ (รั
ตติ
ยา สาและ :2544) ที่
พบว่
าพลั
งสํ
าคั
ญ
ที่
เอื
้
อต่
อการปฏิ
สั
มพั
นธ์
และการรอมชอมระหว่
างผู
้
ที่
นั
บถื
อศาสนาอิ
สลามกั
บ ผู
้
ที่
นั
บถื
อศาสนาพุ
ทธ
ที่
ปรากฏใน3จั
งหวั
ดภาคใต้
คื
อความเข้
าใจและยอมรั
บในเรื่
อง“ความแตกต่
างของค่
านิ
ยม”ซึ
่
งกั
นและกั
น
ประกอบกั
บการสร้
างระบบอุ
ปถั
มภ์
ในลั
กษณะความเป็
นเกลอ เป็
นเครื
อญาติ
เป็
นนายจ้
างกั
บ