139
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
ด้
านแรงงานดั
งกล่
าวสื
บทอดไปสู
่
ลู
กหลานด้
วยการให้
ลู
กติ
ดตามไปทํ
างานด้
วย
ดั
งที่
ชาวเลและชาวมุ
สลิ
มกลุ่
มหนึ
่
ง เล่
าให้
ผู
้
วิ
จั
ยฟั
งขณะร่
วมวงเสวนาว่
า
“ตอนเด็
กๆ เราตามป๊
ะกั
บมะไปช่
วยคนจี
นเก็
บข้
าวที่
แต้
เหล็
ง (เกาะลั
นตาน้
อย)บ้
านเถ้
าแก่
เที
ยนไล้
และโต๊
ะสาวสี
้
ไปกิ
นไปนอนที่
นั่
นเป็
นเดื
อน เก็
บข้
าวจนเสร็
จจึ
งกลั
บบ้
าน”(ลิ
เย็
น ทะเลลึ
ก.
สั
มภาษณ์
: 8ตุ
ลาคม2553)
ชาวเลอี
กคนเสริ
มว่
า“ตอนเด็
กๆ เราก็
เคยตามป๊
ะไปหาปลาให้
เถ้
าแก่
คนจี
นบ้
างไปถางสวน
บ้
างแบกของบ้
างวั
นไหนไม่
มี
งานทํ
าไปนั่
งที่
ศาลเจ้
ารอให้
คนจี
นเรี
ยกไปทํ
างาน” (เหง็
ม ทะเลลึ
ก.
สั
มภาษณ์
: 6พฤษภาคม2549).
ชาวมุ
สลิ
มก็
เล่
าว่
า “สมั
ยก่
อนอยู
่
กั
นเหมื
อนญาติ
พี่
น้
องทั
้
งมุ
สลิ
มทั
้
งจี
นชาวเล เจ็
บไข้
ไม่
สบาย เกิ
ดตายช่
วยเหลื
อกั
น” (เมตตา ละงู
. สั
มภาษณ์
: 5พฤษภาคม2549)
“ตอนเด็
กๆป๊
ะพาไปอยู
่
ไปกิ
นข้
าวบ้
านคนจี
นไปรู
้
จั
กกั
บคนจี
นในหลาด (ตลาด)หลายคน
เป็
นคนรุ่
นเดี
ยวกั
นสนิ
ทกั
น เวลาเดิ
นทางไปคลองพนก็
แวะพั
กหลบลมแวะกิ
นข้
าวที่
บ้
านแต้
เหล็
ง
เป็
นบ้
านคนจี
นชื่
อแป๊
ะเที
ยนไล้
ดี
กั
บป๊
ะกั
บมะนั
บถื
อกั
นป๊
ะเคยพาไปนอนที
ละหลายคื
น” (หมาดเด็
น
ลู
่
เด็
นบุ
ตร. สั
มภาษณ์
: 19ตุ
ลาคม2551)
อี
กคนเล่
าว่
า “ป๊
ะเคยไปทํ
างานกั
บพ่
อโกฮั
่
ว พอตั
วเองโตขึ
้
นก็
ตามไปทํ
างานด้
วยเช่
าชื
้
อ
เรื
อทํ
าอวนกุ
้
ง 3 ชั
้
นสมั
ยก่
อนมุ
สลิ
มนั
บถื
อคนจี
นยกให้
คนจี
นเป็
นเถ้
าแก่
เป็
นผู
้
นํ
าในการทํ
างานเขา
ใจดี
มาก” (สบา เด่
นใจดี
. สั
มภาษณ์
: 12พฤษภาคม2551)
การปฏิ
สั
มพั
นธ์
ทางเศรษฐกิ
จของชาวเกาะลั
นตาซึ
่
งมี
ลั
กษณะพึ
่
งพาอาศั
ยกั
นเช่
นนี
้
ใกล้
เคี
ยงกั
บแนวคิ
ดของบาร์
ท (Barth. 1969 : 18) ที่
กล่
าวถึ
งความผู
กพั
นระหว่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เนื่
องจากแต่
ละกลุ่
มมี
ลั
กษณะทางเศรษฐกิ
จ สั
งคม การเมื
องที่
เสริ
มเติ
มเต็
มซึ
่
งกั
นและกั
น
ความสั
มพั
นธ์
เหล่
านี
้
ยึ
ดโยงกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ต่
างๆ เข้
าด้
วยกั
นทํ
าให้
เกิ
ดการพึ
่
งพาอาศั
ยและเป็
น
แรงจู
งใจทํ
าให้
เกิ
ดปฏิ
สั
มพั
นธ์
ต่
อเนื่
องยาวนานการพึ
่
งพากั
นนี
้
ส่
งผลต่
อความเป็
นองค์
รวมของ
สั
งคมใหญ่
ด้
วยบาร์
ท เรี
ยกแนวคิ
ดนี
้
ว่
า“การพึ
่
งพาอาศั
ย”หรื
อ symbiosisซึ
่
งคายส์
(Keyes.1981 :12)
เรี
ยกลั
กษณะเช่
นนี
้
ว่
าการแบ่
งงานกั
นตามกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
(ethnic division of labor) เพราะแต่
ละกลุ่
ม
ก็
ดํ
ารงหน้
าที่
ทางการเมื
อง-เศรษฐกิ
จ-สั
งคมที่
ต่
างกั
น อย่
างไรก็
ดี
คายส์
กล่
าวว่
ามี
บางกลุ่
มที่
สามารถจะเข้
าถึ
งความมั่
งคั่
งและอํ
านาจมากกว่
ากลุ่
มอื่
นๆซึ
่
งลั
กษณะนี
้
ปรากฏในกลุ่
มชาวจี
น
บนเกาะลั
นตา และด้
วยแนวคิ
ดนี
้
เชื่
อมโยงถึ
งความร่
วมมื
ออั
นเนื่
องจากการแบ่
งงานตามบทบาท
ของแต่
ละกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ซึ
่
งใกล้
เคี
ยงกั
บทฤษฎี
หน้
าที่
นิ
ยมของเดอร์
ไคม์
(Durkheim. 1947 : 39-42)
ที่
มองว่
าแรงงานเป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญในการผลิ
ตจึ
งจํ
าเป็
นต้
องใช้
ภู
มิ
ปั
ญญาในการบริ
หารจั
ดการการแบ่
งงาน