st124 - page 154

139
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
ด้
านแรงงานดั
งกล่
าวสื
บทอดไปสู
ลู
กหลานด้
วยการให้
ลู
กติ
ดตามไปทํ
างานด้
วย
ดั
งที่
ชาวเลและชาวมุ
สลิ
มกลุ่
มหนึ
ง เล่
าให้
ผู
วิ
จั
ยฟั
งขณะร่
วมวงเสวนาว่
“ตอนเด็
กๆ เราตามป๊
ะกั
บมะไปช่
วยคนจี
นเก็
บข้
าวที่
แต้
เหล็
ง (เกาะลั
นตาน้
อย)บ้
านเถ้
าแก่
เที
ยนไล้
และโต๊
ะสาวสี
ไปกิ
นไปนอนที่
นั่
นเป็
นเดื
อน เก็
บข้
าวจนเสร็
จจึ
งกลั
บบ้
าน”(ลิ
เย็
น ทะเลลึ
ก.
สั
มภาษณ์
: 8ตุ
ลาคม2553)
ชาวเลอี
กคนเสริ
มว่
า“ตอนเด็
กๆ เราก็
เคยตามป๊
ะไปหาปลาให้
เถ้
าแก่
คนจี
นบ้
างไปถางสวน
บ้
างแบกของบ้
างวั
นไหนไม่
มี
งานทํ
าไปนั่
งที่
ศาลเจ้
ารอให้
คนจี
นเรี
ยกไปทํ
างาน” (เหง็
ม ทะเลลึ
ก.
สั
มภาษณ์
: 6พฤษภาคม2549).
ชาวมุ
สลิ
มก็
เล่
าว่
า “สมั
ยก่
อนอยู
กั
นเหมื
อนญาติ
พี่
น้
องทั
งมุ
สลิ
มทั
งจี
นชาวเล เจ็
บไข้
ไม่
สบาย เกิ
ดตายช่
วยเหลื
อกั
น” (เมตตา ละงู
. สั
มภาษณ์
: 5พฤษภาคม2549)
“ตอนเด็
กๆป๊
ะพาไปอยู
ไปกิ
นข้
าวบ้
านคนจี
นไปรู
จั
กกั
บคนจี
นในหลาด (ตลาด)หลายคน
เป็
นคนรุ่
นเดี
ยวกั
นสนิ
ทกั
น เวลาเดิ
นทางไปคลองพนก็
แวะพั
กหลบลมแวะกิ
นข้
าวที่
บ้
านแต้
เหล็
เป็
นบ้
านคนจี
นชื่
อแป๊
ะเที
ยนไล้
ดี
กั
บป๊
ะกั
บมะนั
บถื
อกั
นป๊
ะเคยพาไปนอนที
ละหลายคื
น” (หมาดเด็
ลู
เด็
นบุ
ตร. สั
มภาษณ์
: 19ตุ
ลาคม2551)
อี
กคนเล่
าว่
า “ป๊
ะเคยไปทํ
างานกั
บพ่
อโกฮั
ว พอตั
วเองโตขึ
นก็
ตามไปทํ
างานด้
วยเช่
าชื
เรื
อทํ
าอวนกุ
ง 3 ชั
นสมั
ยก่
อนมุ
สลิ
มนั
บถื
อคนจี
นยกให้
คนจี
นเป็
นเถ้
าแก่
เป็
นผู
นํ
าในการทํ
างานเขา
ใจดี
มาก” (สบา เด่
นใจดี
. สั
มภาษณ์
: 12พฤษภาคม2551)
การปฏิ
สั
มพั
นธ์
ทางเศรษฐกิ
จของชาวเกาะลั
นตาซึ
งมี
ลั
กษณะพึ
งพาอาศั
ยกั
นเช่
นนี
ใกล้
เคี
ยงกั
บแนวคิ
ดของบาร์
ท (Barth. 1969 : 18) ที่
กล่
าวถึ
งความผู
กพั
นระหว่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
เนื่
องจากแต่
ละกลุ่
มมี
ลั
กษณะทางเศรษฐกิ
จ สั
งคม การเมื
องที่
เสริ
มเติ
มเต็
มซึ
งกั
นและกั
ความสั
มพั
นธ์
เหล่
านี
ยึ
ดโยงกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
ต่
างๆ เข้
าด้
วยกั
นทํ
าให้
เกิ
ดการพึ
งพาอาศั
ยและเป็
แรงจู
งใจทํ
าให้
เกิ
ดปฏิ
สั
มพั
นธ์
ต่
อเนื่
องยาวนานการพึ
งพากั
นนี
ส่
งผลต่
อความเป็
นองค์
รวมของ
สั
งคมใหญ่
ด้
วยบาร์
ท เรี
ยกแนวคิ
ดนี
ว่
า“การพึ
งพาอาศั
ย”หรื
อ symbiosisซึ
งคายส์
(Keyes.1981 :12)
เรี
ยกลั
กษณะเช่
นนี
ว่
าการแบ่
งงานกั
นตามกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
(ethnic division of labor) เพราะแต่
ละกลุ่
ก็
ดํ
ารงหน้
าที่
ทางการเมื
อง-เศรษฐกิ
จ-สั
งคมที่
ต่
างกั
น อย่
างไรก็
ดี
คายส์
กล่
าวว่
ามี
บางกลุ่
มที่
สามารถจะเข้
าถึ
งความมั่
งคั่
งและอํ
านาจมากกว่
ากลุ่
มอื่
นๆซึ
งลั
กษณะนี
ปรากฏในกลุ่
มชาวจี
บนเกาะลั
นตา และด้
วยแนวคิ
ดนี
เชื่
อมโยงถึ
งความร่
วมมื
ออั
นเนื่
องจากการแบ่
งงานตามบทบาท
ของแต่
ละกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
ซึ
งใกล้
เคี
ยงกั
บทฤษฎี
หน้
าที่
นิ
ยมของเดอร์
ไคม์
(Durkheim. 1947 : 39-42)
ที่
มองว่
าแรงงานเป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญในการผลิ
ตจึ
งจํ
าเป็
นต้
องใช้
ภู
มิ
ปั
ญญาในการบริ
หารจั
ดการการแบ่
งงาน
1...,144,145,146,147,148,149,150,151,152,153 155,156,157,158,159,160,161,162,163,164,...308
Powered by FlippingBook