st124 - page 151
136
แนวคิ
ดดั
งกล่
าวยั
งใกล้
เคี
ยงกั
บทฤษฎี
ความขั
ดแย้
ง (conflict theory)แบบวิ
ภาษวิ
ธี
(dialectic)
ของเฮเกิ
ล (Hegel) ซึ
่
งฟอร์
สเตอร์
(Forster. 1999 : 131) นํ
ามาอธิ
บายว่
า สั
งคมมนุ
ษย์
ย่
อมไม่
หยุ
ด
อยู
่
กั
บที่
แต่
มี
การเปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดจากการปฏิ
สั
มพั
นธ์
และความขั
ดแย้
งที่
เกิ
ดจากความเห็
น
ที่
ไม่
ตรงกั
นความกดดั
นและการปฏิ
เสธส่
งผลให้
เกิ
ดรู
ปแบบการเปลี่
ยนแปลงที่
สั
มพั
นธ์
กั
น 3ด้
าน
ด้
านหนึ
่
งเป็
นสิ่
งที่
เกิ
ดขึ
้
นใหม่
(thesis) อี
กด้
านหนึ
่
งมี
ความขั
ดแย้
งหรื
อการปฏิ
เสธ (antithesis)
การต่
อสู
้
ระหว่
าง2ด้
านที่
ขั
ดแย้
งกั
นนี
้
จะพั
ฒนาไปสู
่
สิ่
งใหม่
(synthesis)และต่
อมากลายเป็
นข้
อเสนอ
ใหม่
(thesis)ที่
ก่
อให้
เกิ
ดความขั
ดแย้
ง (antithesis)และนํ
ามาสู
่
การสร้
างสิ่
งใหม่
(synthesis)ต่
อไป
ในทํ
านองเดี
ยวกั
นสั
งคมชาวเกาะลั
นตาก็
ยั
งคงดํ
าเนิ
นต่
อไปท่
ามกลางสิ่
งที่
เกิ
ดขึ
้
นใหม่
ซึ
่
งมี
ความขั
ดแย้
งและการเปลี่
ยนผ่
านไปสู
่
สิ่
งใหม่
สลั
บกั
นไปอย่
างเป็
นพลวั
ตจนกระทั่
งถึ
งปั
จจุ
บั
น
และสื
บเนื่
องต่
อไปในอนาคตดั
งจะเห็
นว่
าหลั
งจากสงครามโลกครั
้
งที่
2 เมื่
อผ่
านพ้
นวิ
กฤตต่
างๆ
มาได้
เกาะลั
นตาก็
กลั
บมามี
ความรุ่
งเรื
องทางการค้
าอี
กครั
้
งและมี
ความมั่
นคงทางเศรษฐกิ
จมากขึ
้
น
การเข้
ามาตั
้
งถิ่
นฐานของคนต่
างถิ่
นยั
งคงดํ
าเนิ
นไปอย่
างต่
อเนื่
องธุ
รกิ
จการประมงเฟื่
องฟู
ในแต่
ละเดื
อน
จะมี
เรื
อสํ
าเภาหลายสิ
บลํ
ามาเที
ยบท่
าเพื่
อรั
บซื
้
อถ่
านไม้
โกงกางเปลื
อกไม้
แสมสํ
าหรั
บย้
อมใบเรื
อ
และสิ
นค้
าพื
้
นเมื
องไปยั
งเกาะปี
นั
ง โดยใช้
เงิ
นเหรี
ยญมาเลเซี
ยเป็
นสื่
อกลางสํ
าหรั
บแลกเปลี่
ยนสิ
นค้
า
สิ
นค้
าส่
งออกที่
ทํ
ารายได้
ให้
แก่
เกาะลั
นตา ได้
แก่
ไม้
บ้
อง (ไม้
ตั
ดเป็
นท่
อนสํ
าหรั
บทํ
าไม้
ฟื
น) เปลื
อก
ไม้
แสม แก่
นไม้
กฤษณา มะพร้
าวแห้
งปลาแห้
ง กุ
้
งแห้
งปลาเค็
มกะปิ
ครี
บปลาฉลามนํ
้
ามั
นยาง
เปลื
อกไม้
โกงกาง ชั
น รั
งนกฯลฯนอกจากนั
้
นยั
งมี
สิ
นค้
านํ
าเข้
าประเภทอุ
ปโภคบริ
โภคจากปี
นั
ง
โดยเฉพาะเครื่
องมื
อเครื่
องใช้
เฟอร์
นิ
เจอร์
ประดั
บบ้
านของชาวจี
นศรี
รายา การแลกเปลี่
ยนทาง
การค้
าดั
งกล่
าวส่
งผลให้
ยุ
คนี
้
มี
ความเจริ
ญทางการประมงและการค้
าทางเรื
อ
หลั
งจากนั
้
น เริ่
มมี
การทํ
าโป๊
ะที่
ศาลาด่
านโดยได้
ต้
นแบบจากชาวเพชรบุ
รี
และชุ
มพร ใช้
เรื
อ
ฉลอมและเรื
อเล็
กหลายลํ
า เรื
อโป๊
ะต่
อที่
บ้
านบ่
อแหนก็
มี
ซื
้
อมาจากที่
อื่
นก็
มี
บรรทุ
กปลาได้
200-300หาบ
เจ้
าของโป๊
ะจ้
างคนงานชาวมุ
สลิ
มและชาวเลเป็
นลู
กเรื
อ จั
บปลาหลั
งเขี
ยวปลาตาหมั
นปลาตะกั่
ว
ปลาจาระเม็
ดนํ
าไปขึ
้
นที่
แพปลาคลองพนมี
รถห้
องเย็
นรั
บไปขายส่
งต่
อที่
ตรั
งนอกจากทํ
าโป๊
ะ
มี
การทํ
าหลาดดั
กปลา
ปี
พ.ศ.2495 เริ่
มทํ
าอวนปลาบาหวาย
1
เป็
นอวนฉี
กขาใช้
เรื
อหั
วแหลมท้
ายแหลมขนาด 23กง
ท้
องป่
องต่
อแบบช่
างจี
น ในช่
วงหลั
งเมื่
อมี
กุ
้
งมากก็
เปลี่
ยนไปใช้
เรื
ออวนดํ
า(อวนลาก) ล้
อมจั
บได้
ครั
้
งละประมาณ 2,000กิ
โลกรั
มขายได้
กิ
โลกรั
มละ 8-9บาท เรื
ออวนดํ
าที่
ชื่
อมหาชั
ย สิ
นลั
นตา
เป็
นของนายบ๋
าชาวจี
นตลาดศรี
รายา ใช้
แรงงานชาวมุ
สลิ
มทั
้
งหมู
่
บ้
าน นอกจากนั
้
นยั
งมี
เรื
อประมง
1
ปลาจาระเม็
ดดํ
า
1...,141,142,143,144,145,146,147,148,149,150
152,153,154,155,156,157,158,159,160,161,...308