st118 - page 37
27
การติ
ดต่
อกั
นเป็
นกระบวนการ ที่
มี
การให้
และการรั
บเมื่
อมี
การปะทะสั
งสรรค์
ระหว่
างวั
ฒนธรรมของ
แต่
ละสั
งคมแต่
ทั
้
งนี
้
ขึ
้
นอยู
่
กั
บสภาพของสั
งคมแต่
ละแห่
งนั
้
นด้
วย ในการแพร่
กระจายทางวั
ฒนธรรม
ที่
สํ
าคั
ญอาจแบ่
งออกเป็
น 2ชนิ
ดคื
อชนิ
ดแรกที่
เป็
นการแพร่
กระจายแบบย้
ายที่
ใหม่
เป็
นลั
กษณะที่
เกิ
ดขึ
้
นเมื่
อคนแต่
ละคนหรื
อแต่
ละกลุ
่
ม ซึ่
งมี
ความคิ
ดอย่
างใดอย่
างหนึ่
ง เคลื่
อนย้
ายจากสถานที่
หนึ่
งไปอี
กสถานที่
หนึ่
งจึ
งเท่
ากั
บเป็
นการกระจายความคิ
ดนั
้
นไปยั
งถิ่
นใหม่
นั่
นเอง ส่
วนชนิ
ดที่
สอง
เป็
นการแพร่
กระจายแบบขยายออกไปมี
ลั
กษณะที่
ความคิ
ดจะกระจายไปทั่
วหมู
่
คนจากพื
้
นที่
หนึ่
ง
ไปสู
่
อี
กพื
้
นที่
หนึ่
งขยายออกไปเรื่
อยๆทํ
าให้
จํ
านวนผู
้
รู
้
ความคิ
ดนั
้
นมากขึ
้
น และพื
้
นที่
ที่
เกิ
ดขึ
้
นที่
เกิ
ด
เหตุ
การณ์
นั
้
นก็
จะขยายกว้
างขึ
้
น ทั
้
งในรู
ปบแบบลํ
าดั
บขั
้
น แบบติ
ดต่
อและแบบกระตุ
้
น ซึ่
งการ
แพร่
กระจายของวั
ฒนธรรมนอกจากจะเสื่
อมลงตามเวลาและระยะทางแล้
วยั
งมี
อุ
ปสรรคขั
ดขวาง
การแพร่
กระจาย (บงกชรั
ตน์
เตชะไตรศั
กดิ ์
, 2541) อี
กทฤษฎี
หนึ่
งที่
สํ
าคั
ญคื
อ
ทฤษฎี
การ
ผสมผสานทางวั
ฒนธรรม
ในการผสมผสานทางวั
ฒนธรรมเป็
นวิ
ธี
การที่
รั
บเอาวั
ฒนธรรมของ
สั
งคมอื่
นมาปฏิ
บั
ติ
เช่
น เมื่
ออยู
่
ในสั
งคมใดก็
ต้
องรั
บเอาวั
ฒนธรรมของสั
งคมนั
้
นมาปฏิ
บั
ติ
ถ้
าหาก
วั
ฒนธรรมที่
รั
บมากลายเป็
นสิ่
งหนึ่
งที่
ปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อกั
นมา การผสมผสานก็
จะเกิ
ดขึ
้
น เช่
นคนไทยไป
อยู
่
ต่
างประเทศนานๆติ
ดนิ
สั
ยดื่
มนํ
้
าชาหรื
อกาแฟ เมื่
อกลั
บมาอยู
่
ในประเทศไทยแล้
วก็
ยั
งคงปฏิ
บั
ติ
เช่
นนั
้
น ก็
เท่
ากั
บว่
าเป็
นการรั
บเอาวั
ฒนธรรมดั
งกล่
าวนี
้
มาปฏิ
บั
ติ
จนกลายเป็
นส่
วนหนึ่
ง
ของพฤติ
กรรมที่
กระทํ
าตามปกติ
อี
กทั
้
งการผสมผสานทางวั
ฒนธรรมจะมี
มากเมื่
อสั
งคมหนึ่
งถู
กรุ
กราน
ฝ่
ายชนะจะพยายามบั
งคั
บให้
พวกแพ้
ปฏิ
บั
ติ
ตามแบบอย่
างวั
ฒนธรรมของตน (นงเยาว์
ชาญณรงค์
,
2542) นอกจากนี
้
ยั
งมี
ทฤษฎี
สั
ณฐานวั
ฒนธรรม
หรื
อทฤษฎี
ว่
าด้
วยรู
ปลั
กษณ์
ของวั
ฒนธรรม
ซึ่
งทฤษฎี
นี
้
เป็
นทฤษฎี
ของเบเนดิ
ค (RuthBenedict) ที่
กล่
าวว่
าวั
ฒนธรรมเกิ
ดจากความพยายาม
ของมนุ
ษย์
ในการแก้
ไขปั
ญหาต่
างๆ ที่
มนุ
ษย์
ประสบในชี
วิ
ตประจํ
าวั
น มนุ
ษย์
ต่
างเผ่
าพั
นธุ
์
จะ
เลื
อกสรรวิ
ธี
การแก้
ปั
ญหาเหล่
านี
้
ต่
างกั
นยั
งผลให้
ลั
กษณะของพฤติ
กรรมของมนุ
ษย์
เผ่
าพั
นธุ
์
ต่
างๆ
เหล่
านี
้
ไม่
เหมื
อนกั
น ลั
กษณะของพฤติ
กรรมจะได้
รั
บการเลื
อกสรรและพั
ฒนาต่
อไปเรื่
อย ๆ
จนกระทั่
งกลายมาเป็
นแบบแผน ซึ่
งมนุ
ษย์
ส่
วนใหญ่
ในสั
งคมยอมรั
บว่
าดี
งามและถื
อปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อ
กั
นมา และซึ่
งเชื่
อว่
าแต่
ละสั
งคมจะมี
หลายแบบอย่
างแตกต่
างกั
น นอกจากนี
้
ตามแนวคิ
ดของ
มาร์
กาเรตมี
ทด์
(Margaret Mead) นั
กมานุ
ษยวิ
ทยาที่
มี
ชื่
อเสี
ยงในคริ
สต์
ศตวรรษที่
20 กล่
าวว่
า
ทฤษฎี
นี
้
วั
ฒนธรรมมี
อิ
ทธิ
พลต่
อพั
ฒนาการทางบุ
คลิ
กภาพโดยสภาพแวดล้
อมที่
ถู
กกํ
าหนดด้
วย
วั
ฒนธรรมการรั
บรู
้
และความคิ
ดของมนุ
ษย์
จะมี
อิ
ทธิ
พลต่
อการเรี
ยนรู
้
ทางวั
ฒนธรรมมากกว่
าการ
เลี
้
ยงดู
อบรมตั
้
งแต่
เด็
ก และเชื่
อว่
าบุ
คลิ
กภาพและพฤติ
กรรมของมนุ
ษย์
ถู
กหล่
อหลอมด้
วยอิ
ทธิ
พล
ของวั
ฒนธรรมและสภาพแวดล้
อม (มหาวิ
ทยาลั
ยสุ
โขทั
ยธรรมาธิ
ราช, 2544)
1...,27,28,29,30,31,32,33,34,35,36
38,39,40,41,42,43,44,45,46,47,...290