st118 - page 33

23
ด้
านความเมตตา-กรุ
ณา เช่
น การช่
วยผู
เจ็
บป่
วยมี
ความทุ
กข์
คุ
ณธรรมความกตั
ญญู
กตเวที
ฯลฯ
กระบวนการเรี
ยนรู
และความรู
ที่
เกิ
ดขึ
น จึ
งมิ
ได้
ถู
กใช้
เพื่
อพั
ฒนาความสั
มพั
นธ์
เชิ
งอํ
านาจหรื
ส่
งเสริ
มการเอาเปรี
ยบเบี
ยดเบี
ยนกั
น ในทางตรงข้
าม ความรู
จะได้
รั
บการกํ
ากั
บด้
วยคุ
ณธรรม
เพราะผู
ที่
สั
งคมยอมรั
บว่
ามี
ความรู
เป็
น “ผู
รู
” จะต้
องมี
คุ
ณธรรมด้
วยเสมอการเรี
ยนรู
ที่
บู
รณาการ
ทั
งเนื
อหา แหล่
งเรี
ยนรู
และกระบวนการอย่
างหลากหลายโดยไม่
แยกออกจากวิ
ถี
ชี
วิ
ตจริ
งของ
บุ
คคลและชุ
มชนนอกจากมี
ผลให้
การเรี
ยนรู
เกิ
ดขึ
นอย่
างกว้
างขวาง โดยต่
อเนื่
องตลอดเวลาและ
ตลอดชี
วิ
ตแล้
ว ยั
งสามารถตอบสนองต่
อเงื่
อนไขของบุ
คคลแต่
ละคนได้
อย่
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ เพราะ
โดยข้
อเท็
จจริ
งแล้
ว มนุ
ษย์
แต่
ละคนมี
ความสามารถในการเรี
ยนรู
แตกต่
างกั
นมี
ความถนั
ดทั
กษะ
ฉั
นทะ และจุ
ดมุ
งหมายของการเรี
ยนรู
ที่
แตกต่
างกั
นไปความหลากหลายในการตอบสนองความ
เฉพาะดั
งกล่
าว ส่
งเสริ
มให้
กระบวนการเรี
ยนรู
ของชุ
มชนมี
ประสิ
ทธิ
ภาพในการถ่
ายทอดค่
านิ
ยม
แบบแผนของวิ
ถี
ชี
วิ
ตบุ
คคลและชุ
มชนไปสู
คนรุ่
นต่
อไปได้
ทํ
าให้
ชุ
มชนเป็
นปึ
กแผ่
น ในขณะที่
บุ
คคล
แต่
ละคนก็
สามารถพั
ฒนาศั
กยภาพในการดํ
ารงชี
วิ
ตการทํ
ามาหากิ
นการแก้
ไขปั
ญหาของตนเอง
ทั
ง ๆที่
กระบวนการเรี
ยนรู
หลายด้
านจะอยู
ในลั
กษณะการเลี
ยนแบบท่
องจํ
า จดจํ
า หรื
อ"การรั
บรู
"
เพื่
อทํ
าตามอย่
าง แต่
เนื
อหาของการเรี
ยนรู
ที่
เป็
นเรื่
องในวิ
ถี
ชี
วิ
ตจริ
ง ได้
สร้
างเงื่
อนไขให้
ผู
เรี
ยนต้
อง
ปฏิ
บั
ติ
ด้
วยตนเอง ไม่
ว่
าการฝึ
กฝนด้
านกายภาพหรื
อด้
านจิ
ตใจ ก็
ต้
องผ่
านกระบวนการคิ
ด การใช้
เหตุ
ผล ไม่
สามารถจะใช้
แต่
ความจํ
าเพี
ยงอย่
างเดี
ยวล้
วนๆ ได้
ในระหว่
างปฏิ
บั
ติ
เอง ในขณะเดี
ยวกั
ลั
กษณะของกระบวนการเรี
ยนรู
ในสั
งคมยุ
คชุ
มชนที่
มี
ความหลากหลายหรื
อแตกต่
างกั
นมี
ผลให้
กระบวนการเรี
ยนรู
พั
ฒนาสร้
างใหม่
ในสิ่
งที่
ถ่
ายทอดไปด้
วย เนื่
องจากเป็
นการเรี
ยนรู
แบบ
มี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
มี
การปฏิ
บั
ติ
ฝึ
กฝน และการคิ
ด อยู
ตลอดเวลาในทุ
กเนื
อหาและมี
การทดสอบ
ประเมิ
นผลด้
วยการปฏิ
บั
ติ
จริ
ง กระบวนการเรี
ยนรู
จึ
งส่
งผลให้
บุ
คคลมี
ความสามารถพั
ฒนาความรู
ใหม่
ได้
ด้
วยประกอบกั
บโครงสร้
างทางสั
งคมแบบแนวราบ และความสั
มพั
นธ์
เชิ
งสั
งคมของชุ
มชน
ก็
ยิ่
งเอื
อให้
เกิ
ดการแลกเปลี่
ยนการเรี
ยนรู
ระหว่
างบุ
คคลได้
มากขึ
น จนกระทั่
งสั่
งสมเป็
นภู
มิ
ปั
ญญา
ท้
องถิ่
นที่
ช่
วยให้
ชุ
มชนแต่
ละแหล่
งดํ
ารงอยู
ได้
อย่
างมั่
นคง
วั
ฒนธรรมการทํ
างานของผู
คน
วั
ฒนธรรมต่
างชาติ
ต่
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมที่
เป็
นวั
ฒนธรรม
การทํ
างานมี
นั
กวิ
ชาการหลายท่
านได้
ให้
ความหมายและนั
ยแตกต่
างกั
นกล่
าวคื
อ วั
ฒนธรรมการ
ทํ
างานตามแนวคิ
ดของเฉลี
ยวบุ
รี
ภั
กดี
(2527) หมายถึ
งแบบแผนการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตด้
านการทํ
างาน
ของสมาชิ
กในสั
งคม รวมถึ
งกิ
จกรรมทุ
กอย่
างที่
มี
ลั
กษณะเป็
นการทํ
างาน แต่
สํ
าหรั
บประเวศ วะสี
(2528) วั
ฒนธรรมการทํ
างานในสั
งคมไทยมี
การเปลี่
ยนแปลงอย่
างรวดเร็
วก่
อให้
เกิ
ดความ
1...,23,24,25,26,27,28,29,30,31,32 34,35,36,37,38,39,40,41,42,43,...290
Powered by FlippingBook