st118 - page 42
32
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมอาจเป็
นไปอย่
างช้
าๆหรื
อเป็
นไปอย่
างรวดเร็
วก็
ได้
ทั
้
งนี
้
ขึ
้
นกั
บปั
จจั
ยที่
เป็
นแรงเสริ
มหรื
อแรงต้
านการเปลี่
ยนแปลง
ประการที
่
สาม
การเปลี่
ยนแปลงทาง
สั
งคมและวั
ฒนธรรม เปรี
ยบเสมื
อนภาพถ่
ายปรากฏการณ์
ทางสั
งคมในระยะหนึ่
ง ซึ่
งปรากฏการณ์
เช่
นนั
้
นจะไม่
ปรากฏในลั
กษณะรู
ปแบบเดิ
มอี
ก
ประการที
่
สี
่
พฤติ
กรรมของแต่
ละบุ
คคล ย่
อม
ก่
อให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมได้
โดยเฉพาะอย่
างยิ่
งบุ
คคลที่
มี
ชื่
อเสี
ยงเป็
นที่
ยอมรั
บของสั
งคมจะมี
อิ
ทธิ
พลต่
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมมากขึ
้
น
ประการที
่
ห้
า
พฤติ
กรรมฝื
น
สั
งคมหรื
อพฤติ
กรรมที่
เบี่
ยงเบนไปจากบรรทั
ดฐานของสั
งคมย่
อมก่
อให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงทาง
สั
งคมและวั
ฒนธรรมตามมา เพราะสั
งคมย่
อมจะต้
องมี
การปรั
บตั
วอย่
างใดอย่
างหนึ่
ง เช่
นการไม่
ยอมรั
บการปกครองแบบเผด็
จการของผู
้
คนในระยะใดก็
จะทํ
าให้
สั
งคมต้
องปรั
บรู
ปแบบการปกครอง
ประการที
่
หก
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม และวั
ฒนธรรมเป็
นสิ่
งที่
หลี
กเลี่
ยงไม่
ได้
สั
งคมจะต้
องมี
ปั
จจุ
บั
นเสมอ
ประการที
่
เจ็
ด
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมอาจเกิ
ดขึ
้
นจากการกระทํ
าต่
อ
กั
นทางสั
งคม และคนเรามี
ปฏิ
กิ
ริ
ยาโต้
ตอบกั
น
ประการที
่
แปด
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม
และวั
ฒนธรรมย่
อมมี
ทิ
ศทางและมี
เป้
าหมายอย่
างน้
อยที่
สุ
ดก็
เปลี่
ยนจากของเก่
าไปเป็
นของใหม่
จะทราบทิ
ศทางการเปลี่
ยนแปลงได้
ถ้
าสามารถทราบเป้
าหมายและอุ
ดมการณ์
ของสั
งคม
ส่
วนปั
จจั
ยที่
มี
ผลต่
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมนั
้
นอาจจะกล่
าวได้
กว้
างๆ
อยู
่
2ปั
จจั
ยคื
อ
ปั
จจั
ยแรกเป็
นปั
จจั
ยภายนอก
เป็
นปั
จจั
ยที่
เกิ
ดขึ
้
นภายนอกชุ
มชนซึ่
งได้
มี
ผลต่
อการ
เปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม และวั
ฒนธรรม เช่
น การสาธารณู
ปโภค เมื่
อรั
ฐบาลได้
ดํ
าเนิ
นการพั
ฒนา
โดยการเร่
งสร้
างถนน ไฟฟ้
า โรงเรี
ยนทํ
าให้
ชุ
มชนชนบทได้
รั
บการพั
ฒนาที่
ดี
ขึ
้
น การแพร่
กระจาย
ทางวั
ฒนธรรมเป็
นอี
กปั
จจั
ยหนึ่
งที่
มี
ความสํ
าคั
ญต่
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม และวั
ฒนธรรม
ทั
้
งนี
้
เพราะการแพร่
กระจายทางวั
ฒนธรรมจากสั
งคมเมื
องไปสู
่
สั
งคมชนบทเป็
นเรื่
องที่
เกิ
ดขึ
้
นและ
ต่
อเนื่
องอยู
่
ตลอดเวลาความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างสั
งคมชนบทและสั
งคมเมื
องมี
อยู
่
มากมายมี
การพึ่
งพา
อาศั
ยกั
นในด้
านเศรษฐกิ
จและสั
งคม
ส่
วนปั
จจั
ยที
่
สองเป็
นปั
จจั
ยภายใน
เป็
นปั
จจั
ยที่
เกิ
ดขึ
้
นหรื
อมี
อยู
่
ในชุ
มชน ซึ่
งส่
งผลให้
มี
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมได้
ปั
จจั
ยต่
างๆ เหล่
านี
้
ได้
แก่
ปั
จจั
ยทางนิ
เวศวิ
ทยา เช่
นสิ่
งแวดล้
อมที่
ตั
้
งของหมู
่
บ้
านที่
ดิ
นและอื่
นๆ เป็
นต้
นถ้
าหากชุ
มชนตั
้
งอยู
่
ในสภาพนิ
เวศวิ
ทยาที่
ดี
ก็
อาจจะพั
ฒนาชุ
มชนของตนให้
ดี
ขึ
้
น ซึ่
งทํ
าให้
มี
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม
และวั
ฒนธรรมปั
จจั
ยทางด้
านบุ
คลิ
กภาพของปั
จเจกบุ
คคลหรื
อสมาชิ
กแต่
ละคนก็
มี
ส่
วนที่
จะช่
วย
ให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม ทั
้
งนี
้
เพราะหากบุ
คคลได้
รั
บการศึ
กษาสู
ง
มี
ประสบการณ์
ต่
างๆ ได้
ออกไปท่
องเที่
ยวก็
อาจทํ
าให้
เกิ
ดการยอมรั
บสิ่
งใหม่
ๆ ได้
ง่
ายกว่
าบุ
คคลอื่
น
ตลอดจนความเป็
นผู
้
นํ
าของชุ
มชนที่
มี
ความรู
้
ความสามารถก็
มี
ส่
วนในการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม
1...,32,33,34,35,36,37,38,39,40,41
43,44,45,46,47,48,49,50,51,52,...290