21
ประเทศไทยเป็
นประเทศที่
นิ
ยมประชาธิ
ปไตยดั
งนั
้
นนโยบายการต่
างประเทศของไทยจึ
งให้
ความ
ร่
วมมื
อกั
บองค์
การต่
าง ๆ ทั
้
งนี
้
เพื่
อการต่
อต้
านการขยายตั
วของลั
ทธิ
คอมมิ
วนิ
สต์
ด้
วยเหตุ
นี
้
ประเทศไทยจึ
งเข้
าร่
วมเป็
นสมาชิ
กองค์
การสนธิ
สั
ญญาป้
องกั
นร่
วมกั
นแห่
งเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
(SEATO) ภายใต้
การสนั
บสนุ
นของสหรั
ฐอเมริ
กา อั
งกฤษฝรั่
งเศส เป็
นต้
น ซึ่
งผลจากการเข้
าร่
วม
สงครามโลกครั
้
งที่
2 ของไทยเป็
นการสนั
บสนุ
นความสั
มพั
นธ์
อย่
างใกล้
ชิ
ดกั
บวั
ฒนธรรมชาติ
ตะวั
นตกโดยยึ
ดรู
ปแบบของสหรั
ฐอเมริ
กา และประเทศในยุ
โรปเป็
นมาตรฐานของความเจริ
ญทาง
วั
ฒนธรรมทุ
กๆด้
านการพั
ฒนาประเทศในทุ
กๆด้
านเป็
นการพึ่
งพาแนวความคิ
ดของชาติ
ตะวั
นตก
อิ
ทธิ
พลของชาติ
ตะวั
นตกได้
หลั่
งไหลเข้
าสู
่
ประเทศไทยอย่
างรวดเร็
ว แต่
เดิ
มคนไทยในอดี
ตมี
ความรู
้
สึ
กว่
าโลกตะวั
นตกอยู
่
ห่
างไกลไปจากประเทศไทยหรื
อกล่
าวกั
นว่
าคนละโลกแต่
ภายหลั
งเมื่
อ
ความเจริ
ญทางการคมนาคมพั
ฒนาอย่
างรวดเร็
ว การเชื่
อมโยงระหว่
างประเทศต่
างๆ ในทวี
ปเอเชี
ย
ยุ
โรปและอเมริ
กา สามารถติ
ดต่
อกั
นอย่
างกว้
างขวาง ซึ่
งส่
งผลให้
การเผยแพร่
วั
ฒนธรรมตะวั
นตก
เข้
าสู
่
ดิ
นแดนต่
าง ๆทั่
วโลก
วั
ฒนธรรมต่
างชาติ
กั
บการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมไทย ซึ่
งการเปลี่
ยนแปลง
ทางวั
ฒนธรรมเป็
นการเปลี่
ยนแปลงวั
ฒนธรรมด้
านวั
ตถุ
หรื
อเป็
นรู
ปธรรม และที่
มิ
ใช่
วั
ตถุ
หรื
อเป็
น
นามธรรม ในการเปลี่
ยนแปลงวั
ฒนธรรมทางด้
านนามธรรมนี
้
เป็
นแก่
นสารของวั
ฒนธรรมที่
แท้
จริ
ง
และทํ
าให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงในด้
านค่
านิ
ยมบรรทั
ดและระบบสั
ญลั
กษณ์
ต่
างๆ ในสั
งคม
ดั
งนั
้
น
วั
ฒนธรรมต่
างชาติ
ที่
มี
บทบาทการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมที่
เด่
นชั
ดนั
บตั
้
งแต่
อดี
ตถึ
ง
ปั
จจุ
บั
นมี
อยู
่
หลายประเด็
นกล่
าวคื
อ
วั
ฒนธรรมและกระบวนการเรี
ยนรู
้
ของผู
้
คน
กระบวนการเรี
ยนรู
้
คื
อกลไกสํ
าคั
ญที่
สุ
ดซึ่
งมนุ
ษย์
ใช้
ในการปรั
บตั
วเพื่
อให้
สามารถ
ดํ
ารงชี
วิ
ตได้
อย่
างสอดคล้
องกั
บสิ่
งแวดล้
อมรอบตั
วที่
มี
อิ
ทธิ
พลต่
อมนุ
ษย์
ทั
้
งในระดั
บปั
จเจกบุ
คคล
และสั
งคมระดั
บต่
างๆ ไม่
ว่
าครอบครั
ว กลุ
่
มองค์
กร ชุ
มชนประเทศ และระบบนิ
เวศการที่
มนุ
ษย์
มี
ศั
กยภาพความสามารถทางสมองมากกว่
าสั
ตว์
โลกทั่
วไปการปรั
บตั
วโดยอาศั
ยกระบวนการเรี
ยนรู
้
จึ
งมิ
ได้
จํ
ากั
ดอยู
่
เพี
ยงด้
านกายภาพตามสั
ญชาติ
ญาณทางธรรมชาติ
คื
อ การกิ
นอยู
่
สื
บเผ่
าพั
นธุ
์
และเอาตั
วรอดจากภั
ยคุ
กคามต่
าง ๆ เท่
านั
้
นหากครอบคลุ
มถึ
งกระบวนการเรี
ยนรู
้
เพื่
อปรั
บตั
วให้
สอดคล้
องกั
บความรู
้
สึ
กนึ
กคิ
ด จิ
ตใจ อุ
ดมคติ
ฯลฯ ของสั
งคมระดั
บต่
างๆ ที่
มนุ
ษย์
สร้
างขึ
้
นด้
วย
สติ
ปั
ญญา ความสามารถและจิ
นตนาการที่
มี
อยู
่
ตามธรรมชาติ
ด้
วยกระบวนการเรี
ยนรู
้
จึ
งเป็
นทั
้
ง
กลไกการถ่
ายทอดหรื
อผลิ
ตซํ
้
าเพื่
อรั
กษาสิ่
งเดิ
มเอาไว้
เช่
นเดี
ยวกั
บที่
เป็
นกระบวนการสร้
างสรรค์
สิ่
ง
ใหม่
ที่
เกิ
ดจากจากการมี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
เพื่
อปรั
บตั
วกั
บสิ่
งเดิ
ม ซึ่
งมี
การเปลี่
ยนแปลงไม่
หยุ
ดนิ่
งอยู
่