24
สลั
บซั
บซ้
อนขึ
้
น คนไทยต้
องปรั
บวั
ฒนธรรมเพื่
อให้
สอดคล้
องกั
บการเปลี่
ยนแปลงไม่
ว่
าจะเป็
น
วั
ฒนธรรมการวางแผน วั
ฒนธรรมการบริ
หารจั
ดการ วั
ฒนธรรมเชิ
งจริ
ยธรรม ซึ่
งจํ
าเป็
นต้
อง
นํ
ามาใช้
กั
บคนจํ
านวนมากทั
้
งชาวไทยและชาวต่
างประเทศที่
มาอยู
่
รวมกั
นในสั
งคมเดี
ยวกั
นแต่
ด้
วย
สั
งคมไทยนั
้
นได้
รั
บอิ
ทธิ
พลของศาสนาพุ
ทธ ทํ
าให้
วั
ฒนธรรมการทํ
างานในสั
งคมถู
กปลู
กฝั
งให้
มี
จิ
ตใจเอื
้
อเฟื
้
อเผื่
อแผ่
มี
นํ
้
าใจกว้
างขวาง และเห็
นอกเห็
นใจผู
้
อื่
น นิ
ยมความจริ
งใจและให้
ความ
ช่
วยเหลื
อซึ่
งกั
นและกั
นไม่
คิ
ดเอาเปรี
ยบผู
้
อื่
นๆ (ประเสริ
ฐ แย้
มกลุ
่
มฟุ
้
ง, 2530) นอกจากนั
้
นการ
ทํ
างานเป็
นพฤติ
กรรมทางวั
ฒนธรรมอย่
างหนึ่
งและต้
องอยู
่
ภายใต้
อิ
ทธิ
พลของวั
ฒนธรรมของ
สมาชิ
กในสั
งคมจะคิ
ดมี
ค่
านิ
ยมพฤติ
กรรม ตลอดจนได้
รั
บการสั่
งสอนอบรมเพื่
อการทํ
างานใน
ลั
กษณะใดย่
อมขึ
้
นอยู
่
กั
บวั
ฒนธรรมของสั
งคม ในแต่
ละสั
งคมจะมี
วั
ฒนธรรมการทํ
างานแตกต่
าง
ออกไป เช่
นเดี
ยวกั
บวั
ฒนธรรมการกิ
น การนอน การแต่
งกาย ฯลฯ เพราะว่
าความคิ
ดความเชื่
อ
ค่
านิ
ยม ตลอดจนพฤติ
กรรมการทํ
างานไม่
ได้
เป็
นสิ่
งที่
ติ
ดมาแต่
กํ
าเนิ
ด แต่
เกิ
ดจากการ
มี
ประสบการณ์
การเรี
ยนรู
้
ที่
สั่
งสมและถ่
ายทอดติ
ดต่
อกั
นเป็
นระยะเวลานาน และการทํ
างานนั
้
นถื
อ
ว่
าเป็
นพฤติ
กรรมทางสั
งคมของมนุ
ษย์
เป็
นพฤติ
กรรมทางวั
ฒนธรรมดั
งนั
้
นวั
ฒนธรรมการทํ
างานจึ
ง
เป็
นปั
จจั
ยที่
กํ
าหนดรู
ปแบบ วิ
ธี
การ ตลอดจนแรงกระตุ
้
นในการทํ
างานให้
เกิ
ดประสิ
ทธิ
ภาพของงาน
เสมื
อนว่
าการทํ
างานเป็
นพฤติ
กรรมทางวั
ฒนธรรมอย่
างหนึ่
ง นอกจากนี
้
วั
ฒนธรรมการทํ
างานจาก
การศึ
กษาของเกรี
ยงศั
กดิ ์
นิ
รั
ติ
พั
ฒนะศั
ย (2544) ที่
ได้
ศึ
กษาเรื่
องการรั
บรู
้
การทํ
างานระหว่
างไทย
ชาวต่
างชาติ
ในสถานที่
ทํ
างานพบว่
าพฤติ
กรรมของคนไทยที่
ทํ
าให้
ผู
้
ร่
วมงานชาวต่
างชาติ
รู
้
สึ
กอึ
ดอั
ด
ใจ เช่
นประนี
ประนอมเกิ
ดเหตุ
ไม่
รั
กษาเวลา ไม่
สามารถโต้
ตอบอย่
างเหมาะสม ไม่
ตรงไปตรงมา
กั
บเจ้
านายมี
กํ
าแพงภาษาและวั
ฒนธรรม เพิ
กเฉยต่
องาน ไม่
ทํ
างานตามกระบวนการและขั
้
นตอน
เล่
นมากกว่
าทํ
างานมี
ข้
อแก้
ตั
วตลอด รวมทั
้
งมุ
มมองของผู
้
ร่
วมงานชาวต่
างชาติ
มองว่
าคนไทยมี
จุ
ดอ่
อนหรื
อพฤติ
กรรมที่
ควรปรั
บปรุ
ง เช่
น การบริ
หารเวลา ไม่
คิ
ดวิ
ธี
ทํ
างานเอง ไม่
รู
้
จั
กยื
ดหยุ
่
น
ล้
มเหลวในการแยกแยะเรื่
องส่
วนตั
วกั
บเรื่
องงานออกจากกั
น ไม่
กล้
าแสดงออกในการเจรจาต่
อรอง
ไม่
ค่
อยตั
้
งเป้
าหมายเวลาในการทํ
างาน ไม่
พยายามทํ
างานอย่
างสุ
ดความสามารถ การยอมรั
บ
ความเปลี่
ยนแปลง คนไทยส่
วนใหญ่
ยึ
ดติ
ดอยู
่
กั
บวิ
ธี
การทํ
างานเดิ
มๆ ทํ
างานแบบเป็
นฝ่
ายรั
บ
มากกว่
าเป็
นฝ่
ายรุ
กการมองการณ์
ไกลและขาดความสามารถในการทํ
างานเป็
นที
ม
วั
ฒนธรรมการผลิ
ตและการบริ
โภคของผู
้
คน
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตประจํ
าวั
นท่
ามกลางกระแสโลกาภิ
วั
ตน์
ในการดํ
าเนิ
นกิ
จกรรม
ประจํ
าวั
นของคนไทยได้
รั
บอิ
ทธิ
พลการบริ
โภคของวั
ฒนธรรมของชาติ
นั
บตั
้
งแต่
ต้
นพุ
ทธศตวรรษที่
26หรื
อในช่
วงปี
2501 เป็
นต้
นมาอย่
างในพื
้
นที่
ภาคใต้
ของประเทศไทย โครงสร้
างการผลิ
ตและการ