st118 - page 39

29
ครอบครั
วต้
องแยกจากกั
นเพราะการเสี
ยชี
วิ
ต และการพลั
ดพรากจากกั
น เป็
นต้
น สาเหตุ
ที่
สอง
มาจากเทคโนโลยี
(Technology) เมื่
อมี
สิ่
งใหม่
ที่
ทั
นสมั
ยเกิ
ดขึ
นในสั
งคมไม่
ว่
าจะเป็
นการคิ
ดค้
นได้
เองหรื
อการรั
บเอามาใช้
สั
งคมย่
อมได้
รั
บผลกระทบและมี
การเปลี่
ยนแปลง ซึ่
งอาจเป็
นระดั
บกลุ
หรื
อระดั
บโครงสร้
างสั
งคมขึ
นอยู
กั
บว่
าคนในสั
งคมได้
รั
บผลประโยชน์
จากเทคโนโลยี
นั
นมากหรื
น้
อย เพราะเทคโนโลยี
ทํ
าให้
มนุ
ษย์
ต้
องเปลี่
ยนพฤติ
กรรมในการกระทํ
าต่
อกิ
จกรรมที่
นํ
าเอา
เทคโนโลยี
มาใช้
บางสิ่
งต้
องสร้
างระเบี
ยบในการทํ
างานใหม่
เพื่
อให้
สอดคล้
องกั
บการทํ
างานของ
เทคโนโลยี
แต่
เทคโนโลยี
บางอย่
างอาจทํ
าให้
มนุ
ษย์
ต้
องทํ
างานมากขึ
นและเร็
วขึ
นจนต้
องทํ
าให้
ความสั
มพั
นธ์
ที่
มี
ต่
อครอบครั
วและคนอื่
น ๆ ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
นมี
การเปลี่
ยนแปลงไป แต่
ขณะเดี
ยวกั
นเมื่
อมี
การนํ
าเอาเทคโนโลยี
มาใช้
อาจทํ
าให้
เกิ
ดความล้
าทางวั
ฒนธรรม (Cultural lag)
ซึ่
งเป็
นช่
องว่
างระหว่
างสิ่
งเก่
ากั
บสิ่
งใหม่
ที่
ปรั
บตั
วในอั
ตราที่
ไม่
เท่
ากั
นจนเกิ
ดเป็
นความเหลื่
อมลํ
ระหว่
างกั
นและเป็
นปั
ญหาสั
งคมตามมาสาเหตุ
ที่
สามมาจากวั
ฒนธรรมวั
ตถุ
(Nonmaterial culture)
นั
กสั
งคมวิ
ทยามองว่
า วั
ฒนธรรมที่
เป็
นวั
ตถุ
เป็
นสาเหตุ
ที่
สํ
าคั
ญที่
ทํ
าให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงของ
วั
ฒนธรรมที่
เป็
นวั
ตถุ
ตามมาสิ่
งประดิ
ษฐ์
ต่
าง ๆที่
มนุ
ษย์
สร้
างขึ
นมาทั
งหลายเกิ
ดมาจากคติ
นิ
ยม
(Ideology)ที่
ถ่
ายทอดออกมาสู
วั
ฒนธรรมที่
เป็
นวั
ตถุ
หากความคิ
ดเห็
น ความเชื่
อ และวิ
ธี
การคิ
ของคนในสั
งคมต้
องเปลี่
ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้
อมเพื่
อให้
เกิ
ดความอยู
รอดการเปลี่
ยนแปลง
ภายในสั
งคมก็
จะเกิ
ดขึ
นตามมา สาเหตุ
ที่
สี่
มาจากกระบวนการทางวั
ฒนธรรม (Cultural
processes) เมื่
อเกิ
ดการค้
นพบ (Discovery) และมี
การประดิ
ษฐ์
(Invention) จนเกิ
ดเป็
วั
ฒนธรรม (Innovation) ขึ
นในสั
งคมการเคลื่
อนไหวทางสั
งคม (Social movement) ทํ
าให้
เกิ
ดการ
แพร่
กระจายของวั
ฒนธรรม (Cultural diffusion) จากคนกลุ
มหนึ่
งหรื
อสั
งคมหนึ่
ง ไปสู
คนกลุ
มอื่
หรื
อสั
งคมอื่
นสั
งคมที่
รั
บเอาวั
ฒนธรรมไว้
ใช้
ก็
จะเกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงในสั
งคมเกิ
ดขึ
น และสาเหตุ
สุ
ดท้
าย มาจากการพั
ฒนาทางเศรษฐกิ
จ (Economic development) ทํ
าให้
เกิ
ดความทั
นสมั
(Modernization) เพราะมี
การเปลี่
ยนแปลงการผลิ
ตตามแบบดั
งเดิ
มในยุ
คสั
งคมเกษตรกรรม
(Preindustrial society) ไปสู
การผลิ
ตแบบอุ
ตสาหกรรมและแบบเมื
อง ทํ
าให้
สั
งคมเกิ
ดการ
เปลี่
ยนแปลงไปสู
ความเป็
นอุ
ตสาหกรรม (Industrialization) ที่
เปลี่
ยนระบบการผลิ
ตจากการใช้
แรงงานมนุ
ษย์
ไปสู
การใช้
แรงงานจากเครื่
องจั
กรกล ใช้
ระบบการทํ
างานแบบอุ
ตสาหกรรมบริ
เวณที่
มี
การเปลี่
ยนแปลงไปสู
ความเป็
นอุ
ตสาหกรรม เกิ
ดความเป็
นเมื
อง (Urbanization) เพราะมี
การ
อพยพแรงงานจากชนบทเข้
ามาทํ
างานในภาคอุ
ตสาหกรรมการทํ
างานในกิ
จกรรมต่
าง ๆ เปลี่
ยน
รู
ปแบบไปสู
ความเป็
นระบบราชการ (Bureaucratization) เกิ
ดเป็
นองค์
กรขนาดใหญ่
ที่
มี
การจั
ดการ
อย่
างเป็
นทางการ
1...,29,30,31,32,33,34,35,36,37,38 40,41,42,43,44,45,46,47,48,49,...290
Powered by FlippingBook