๒๗
๒.๔.๕.๓ ความคิ
ดสร
างสรรค
ที่
เกิ
ดจากป
ญญาญาณ
การเกิ
ดป
ญญาญาณมั
กเกิ
ดในช
วงที่
ศิ
ลป
นหมกมุ
น ครุ
นคิ
ด จิ
ตใจจด
จ
ออยู
กั
บการทํ
างานศิ
ลปะอย
างเข
มข
น จริ
งจั
งและต
อเนื่
อง หรื
อในช
วงที่
สภาวะทางจิ
ตใจมี
ความ
สงบนิ่
ง หรื
อมี
ความเป
นสมาธิ
ในระดั
บมาก ก็
จะส
งผลให
มี
พลั
งที่
ก
อให
เกิ
ดการเห็
นอย
างประจั
กษ
แจ
ง และความคิ
ดสร
างสรรค
ใหม
ๆ ก็
จะเกิ
ดขึ้
นและจะลื่
นไหลมาเองอย
างง
ายดาย โดยที่
ศิ
ลป
น
เองก็
ไม
ต
องใช
ความพยายามที่
จะคาดคั้
นออกมาด
วยเหตุ
ผล หรื
อด
วยวิ
ทยาการความรู
ใด ๆ ซึ่
งก็
ถื
อว
ามั
นเป
นสภาวะแห
งการเห็
นแจ
งขึ้
นมาเองด
วยป
ญญาญาณ (Intuition)นั่
นเอง
๒.๔.๖ เศรษฐกิ
จเชิ
งสร
างสรรค
ระบบเศรษฐกิ
จบนพื้
นฐานความคิ
ดสร
างสรรค
ที่
ถื
อว
าเป
นแนวคิ
ด (Concept)
การพั
ฒนาประเทศ โดยมี
หั
วใจหลั
กในการขั
บเคลื่
อนทั้
งกลุ
ม ๑) มรดกทางวั
ฒนธรรม (Heritage)
ที่
เป
นเรื่
องของการแสดงออกทางวั
ฒนธรรมดั้
งเดิ
ม เช
น เรื่
องเล
า ตํ
านาน ศิ
ลปหั
ตถกรรม
เทศกาล งานเฉลิ
มฉลองต
าง รวมถึ
งแหล
งวั
ฒนธรรมที่
เป
นศู
นย
กลางการเรี
ยนรู
เช
นพิ
พิ
ธภั
ณฑ
๒)
งานศิ
ลปะ ซึ่
งประกอบด
วยงานทั
ศนศิ
ลป
และงานศิ
ลปะการแสดง
๒๑
ท
ามกลางกระแสการแข
งขั
นของโลกธุ
รกิ
จที่
ไร
พรมแดนและการพั
ฒนาอย
างก
าว
กระโดดของเทคโนโลยี
การสื่
อสารและคมนาคม การแลกเปลี่
ยนสิ
นค
าจากที่
หนึ่
งไปยั
งอี
กสถานที่
อยู
ห
างแสนไกล กลั
บถื
อว
ามั
นเป
นเรื่
องง
ายในป
จจุ
บั
น เพราะข
อจํ
ากั
ดของการข
ามพรมแดน
(International Trade) มิ
ใช
อุ
ปสรรคทางการค
าต
อไป ผู
บริ
โภคหรื
อผู
ซื้
อย
อมมี
สิ
ทธิ
เลื
อกสิ
นค
าได
อย
างเสรี
ทั้
งในด
านคุ
ณภาพและราคา
อย
างไรก็
ตาม การเรี
ยนรู
และพั
ฒนาสิ
นค
าและบริ
การต
างๆที่
มี
อยู
ในตลาดอยู
แล
ว
ในยุ
คโลกไร
พรมแดนกระทาได
ง
าย ประเทศที่
มี
ต
นทุ
นการผลิ
ตที่
ต่ํ
ากว
า เช
น จี
น อิ
นเดี
ย เวี
ยนนาม
และประเทศในกลุ
มยุ
โรปตะวั
นออก มั
กจะมี
ความได
เปรี
ยบในการแข
งขั
นด
านราคา (Cost
Competitive Advantage) ด
วยเหตุ
นี้
ประเทศผู
นํ
าทางเศรษฐกิ
จหลายประเทศ จึ
งได
หั
นมา
ส
งเสริ
มการดาเนิ
นนโยบาย เศรษฐกิ
จสร
างสรรค
เพื่
อพั
ฒนาสิ
นค
าและบริ
การใหม
ๆ และหลี
กเลี่
ยง
การผลิ
ตสิ
นค
าที่
ต
องต
อสู
ด
วยราคาเป
นหลั
ก โดยหั
วใจของเศรษฐกิ
จสร
างสรรค
ก็
คื
อ แนวคิ
ดหรื
อ
แนวปฎิ
บั
ติ
ที่
สร
าง/เพิ่
มมู
ลค
าของสิ
นค
าและบริ
การได
โดยที่
ไม
ต
องใช
ทรั
พยากรมากนั
ก แต
ใช
ความคิ
ด สติ
ป
ญญา และความสร
างสรรค
ให
มากขึ้
น
๒.๔.๖.๑ป
จจั
ยที่
ทํ
าให
เกิ
ดเศรษฐกิ
จสร
างสรรค
หลั
งจากเกิ
ดแนวคิ
ดเชิ
งมหภาค แนวคิ
ดการพั
ฒนาเชิ
งสร
างสรรค
ก็
ขยายตั
วเข
าสู
ระดั
บอุ
ตสาหกรรม เป
น อุ
ตสาหกรรมเชิ
งสร
างสรรค
(Creative Industry) และธุ
รกิ
จ
เชิ
งสร
างสรรค
(Creative Business) ซึ่
งอุ
ตสาหกรรมในกลุ
มนี้
ก็
มี
หลากหลาย เช
น อุ
ตสาหกรรม
แฟชั่
น-เครื่
องประดั
บ อุ
ตสาหกรรมการออกแบบ อุ
ตสาหกรรมสื่
อ/ภาพยนตร
/โทรทั
ศน
และ
อุ
ตสาหกรรมงานศิ
ลป
ในแขนงต
างๆ เป
นต
น เศรษฐกิ
จสร
างสรรค
เกิ
ดจากสองป
จจั
ยหลั
ก นั่
นคื
อ
๒๒
๑) ทุ
นทางความป
ญญา (Capital)
ได
แก
รู
ปแบบของทุ
นต
างๆ อั
น
เป
นฐานความรู
และทุ
นทางป
ญญาเพื่
อจะนาไปใช
ต
อยอดทั
กษะทางความคิ
ด ซึ่
งได
แก
ทุ
นมนุ
ษย
๒๑
Editorial Team. (๒๐๐๐๙,February). Creative Economy กั
บเศรษฐกิ
จของชาติ
. ใน
I Design.
No.๗๙. หน
า ๓๔-
๔๑.
๒๒
เศรษฐกิ
จเชิ
งสร
างสรรค
เข
าถึ
งจาก
เมื่
อ ๕ มกราคม๒๕๕๔.